<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>audy's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/382"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/382/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/382/atom/feed</id>
  <updated>2006-10-12T11:44:24+07:00</updated>
  <entry>
    <title>เปิดคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งานใน 4 วินาที</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6250" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6250</id>
    <published>2007-11-07T21:52:52+07:00</published>
    <updated>2007-11-09T18:09:36+07:00</updated>
    <author>
      <name>audy</name>
    </author>
    <category term="BIOS" />
    <category term="Phoenix Technologies" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>Phoenix Technologies ได้เปิดตัวเทคโนโลยี ที่เรียกว่า HyperSpace ซึ่งจะทำงานผ่านเทคโนโลยีเวอร์ชวลแมชชีนอีกชั้นนึง<br />
ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีตัวนี้ จะทำให้เราใช้งานเบราเซอร์ได้แทบจะทันทีหลังจากการเปิดเครื่อง (ในข่าวบอก 4 วินาที)<br />
นอกจากเบราว์เซอร์์แล้ว ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ อีก เช่น โปรแกรมดูดีวีดี, โปรแกรมเล่นเอ็มพีสาม หรือแม้กระทั่ง Skype</p>
<p>ลักษณะการทำงานก็คือ ชุดโปรแกรมพร้อมใช้งาน (มีชื่อเรียกว่า Hyperspace Appliance)<br />
จะถูกเรียกขึ้นมา หลังการตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ทันทีที่เปิดเครื่อง<br />
ในขณะที่ชุดโปรแกรมพร้อมใช้งานถูกเรียกใช้แล้ว ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อย่างเช่น วินโดวส์เอ็กซ์พี หรือ วินโดวส์วิสต้า ก็ทำการบูทตามปกติ  เมื่อระบบปฏิบัติการถูกบูทเรียบร้อย ผู้ใช้งานสามารถสลับไปยัง<br />
ระบบปฏิบัติการหลักโดยการกด F4  </p>
<p>ชุดโปรแกรมพร้อมงาน (Hyperspace Appliance) จะถูกคัดกรอง และตรวจสอบเป็นอย่างดี เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน<br />
และทางฟีนิกซ์ เทคโนโลยี ก็ได้อ้างว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ได้มีสิทธิในการเลือกซอฟต์แวร์ ที่จะติดตั้งไปกับฮาร์ดแวร์ของตนได้เต็มที่<br />
นอกจากเบราว์เซอร์์ หรือโปรแกรมงานใช้อื่น ๆ แล้ว ยังมีการประยุกต์ใช้ไปในด้านของ การควบคุมระยะไกล<br />
สำหรับให้ผู้ดูแลระบบ ได้เข้าไปแก้ไขข้อผิดพลาดในเครื่อง อย่างเช่น สแกนดิสก์, เช็คไวรัส  </p>
<p>ข่าวดีคือ สำหรับผู้ผลิตอย่างอินเทล หรือเอเอ็มดี ไม่ต้องทำฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม เพราะใช้ความหน่วยความจำหลัก ประมาณ 100 - 200 เมกกะไบต์ แล้วแต่ซอฟแวร์ที่จะติดตั้ง  </p>
<p>ข่าวร้ายคือ มันจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก เครื่องละ $10 หากต้องการใช้ความสามารถนี้   </p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.siliconvalley.com/ci_7374184?nclick_check=1">   Up, running in 4 seconds</a>,<a href="http://mobilitysite.com/2007/11/hyperspace-launches-windows-apps-fast/">HyperSpace Launches Windows Apps Fast</a>,<br />
<a href="http://investor.phoenix.com/downloads/May2007InvestorUpdate.pdf">เอกสารจาก Phoenix Technologies (PDF)</a> </p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>Phoenix Technologies ได้เปิดตัวเทคโนโลยี ที่เรียกว่า HyperSpace ซึ่งจะทำงานผ่านเทคโนโลยีเวอร์ชวลแมชชีนอีกชั้นนึง<br />
ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีตัวนี้ จะทำให้เราใช้งานเบราเซอร์ได้แทบจะทันทีหลังจากการเปิดเครื่อง (ในข่าวบอก 4 วินาที)<br />
นอกจากเบราว์เซอร์์แล้ว ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ อีก เช่น โปรแกรมดูดีวีดี, โปรแกรมเล่นเอ็มพีสาม หรือแม้กระทั่ง Skype<br />
<br />
ลักษณะการทำงานก็คือ ชุดโปรแกรมพร้อมใช้งาน (มีชื่อเรียกว่า Hyperspace Appliance)<br />
จะถูกเรียกขึ้นมา หลังการตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ทันทีที่เปิดเครื่อง<br />
ในขณะที่ชุดโปรแกรมพร้อมใช้งานถูกเรียกใช้แล้ว ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อย่างเช่น วินโดวส์เอ็กซ์พี หรือ วินโดวส์วิสต้า ก็ทำการบูทตามปกติ  เมื่อระบบปฏิบัติการถูกบูทเรียบร้อย ผู้ใช้งานสามารถสลับไปยัง<br />
ระบบปฏิบัติการหลักโดยการกด F4  </p>
<p>ชุดโปรแกรมพร้อมงาน (Hyperspace Appliance) จะถูกคัดกรอง และตรวจสอบเป็นอย่างดี เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน<br />
และทางฟีนิกซ์ เทคโนโลยี ก็ได้อ้างว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ได้มีสิทธิในการเลือกซอฟต์แวร์ ที่จะติดตั้งไปกับฮาร์ดแวร์ของตนได้เต็มที่<br />
นอกจากเบราว์เซอร์์ หรือโปรแกรมงานใช้อื่น ๆ แล้ว ยังมีการประยุกต์ใช้ไปในด้านของ การควบคุมระยะไกล<br />
สำหรับให้ผู้ดูแลระบบ ได้เข้าไปแก้ไขข้อผิดพลาดในเครื่อง อย่างเช่น สแกนดิสก์, เช็คไวรัส  </p>
<p>ข่าวดีคือ สำหรับผู้ผลิตอย่างอินเทล หรือเอเอ็มดี ไม่ต้องทำฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม เพราะใช้ความหน่วยความจำหลัก ประมาณ 100 - 200 เมกกะไบต์ แล้วแต่ซอฟแวร์ที่จะติดตั้ง  </p>
<p>ข่าวร้ายคือ มันจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก เครื่องละ $10 หากต้องการใช้ความสามารถนี้   </p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.siliconvalley.com/ci_7374184?nclick_check=1">   Up, running in 4 seconds</a>,<a href="http://mobilitysite.com/2007/11/hyperspace-launches-windows-apps-fast/">HyperSpace Launches Windows Apps Fast</a>,<br />
<a href="http://investor.phoenix.com/downloads/May2007InvestorUpdate.pdf">เอกสารจาก Phoenix Technologies (PDF)</a> </p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟต์เปิดให้ลงทะเบียนสมาชิกภายใต้โดเมน Live.com</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6248" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6248</id>
    <published>2007-11-07T18:35:19+07:00</published>
    <updated>2007-11-09T10:43:49+07:00</updated>
    <author>
      <name>audy</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Windows Live" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟต์ได้เปิดให้ลงทะเบียนสมาชิกภายใต้โดเมน Live.com และ WindowsLive.com นอกจากโดเมนหลักแล้ว ยังมีให้เลือกตามแต่ละประเทศอีกด้วย</p>

<p>รีบหน่อยนะครับ ชื่อเท่์ ๆ จะโดนจองไปเสียก่อน</p>

<p>ส่วนตัวผมใช้ Gmail เป็นหลัก แต่ที่สนใจ เพราะอนาคตไมโครซอฟต์จะเปิด SDK มากกว่าทุกวันนี้ สมัครไว้รอวันนั้นครับ</p>

<p>ที่มา : <a href="http://blog.hznet.nl/index.php/2007/11/06/update-livecom-registration-is-opened-other-live-too">Helmer Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟต์ได้เปิดให้ลงทะเบียนสมาชิกภายใต้โดเมน Live.com และ WindowsLive.com นอกจากโดเมนหลักแล้ว ยังมีให้เลือกตามแต่ละประเทศอีกด้วย</p>

<p>รีบหน่อยนะครับ ชื่อเท่์ ๆ จะโดนจองไปเสียก่อน</p>

<p>ส่วนตัวผมใช้ Gmail เป็นหลัก แต่ที่สนใจ เพราะอนาคตไมโครซอฟต์จะเปิด SDK มากกว่าทุกวันนี้ สมัครไว้รอวันนั้นครับ</p>

<p>ที่มา : <a href="http://blog.hznet.nl/index.php/2007/11/06/update-livecom-registration-is-opened-other-live-too">Helmer Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>หน้าใหม่แต่ใจเดิมจาก Gmail</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6225" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6225</id>
    <published>2007-11-03T03:29:26+07:00</published>
    <updated>2007-11-03T03:29:26+07:00</updated>
    <author>
      <name>audy</name>
    </author>
    <category term="GMail" />
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>วันนี้เพิ่งสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปใน Gmail</p>

<ul>
<li><p>เมนู New label ย้ายจากด้านล่าง มาอยู่ด้านบน 
อันนี้ชอบมากครับ รอมานานแล้ว</p></li>
<li><p>โหลดเร็วขึ้นกว่าเดิม</p></li>
<li><p>สร้างตัวกรอง (Filters) สำหรับจัดการอัตโนมัติ ได้แก่ 
ไม่ต้องเข้ากล่องจดหมาย (เข้าไปเก็บทันที), บันทึกว่าอ่านแล้ว, ทำเครื่องหมายดาวหน้าจดหมาย, ใส่ลาเบลอัตโนมัติ, ส่งต่อไปยังอีเมลล์อื่น หรือจะตั้งให้ลบทันที</p></li>
<li><p>กราฟฟิคขณะโหลดข้อมูลแบบใหม่</p></li>
<li><p>Contact list แบบใหม่ ใช้ง่ายกว่าเดิมมาก</p></li>
<li><p>ใส่รูปใน Contact list ได้ และสามารถดึงเอารูปจาก Picasa ได้โดยตรง</p></li>
<li><p>ส่ง Event ไปกับจดหมายได้</p></li>
</ul>

<p>สำหรับท่านที่ใช้ Firebug จะมีการแจ้งเตือนว่า Firebug อาจจะเป็นสาเหตุให้โหลด Gmail ช้า พร้อมข้อแนะนำในการตั้งค่าให้ถูกต้อง</p>

<p>ผมยังไม่เห็นประกาศการเปลี่ยนแปลงนี้ในบล๊อกของ Gmail แต่ก็มีหลายคนที่ได้ทดลองใช้แล้ว (<a href="http://googlesystem.blogspot.com/2007/10/gmails-new-version-is-now-available.html">Ionut Alex Chitu</a>, <a href="http://www.unofficialseoblog.com/google-upgrades-the-gmail-interface-to-20/3303/">Navneet</a>, <a href="http://blogoscoped.com/archive/2007-10-29-n47.html">blogoscoped</a>) 
ลองกลับไปดูนะครับ ว่า Gmail ของท่าน ได้เปลี่ยนไปหรือยัง แต่ที่แน่ ๆ ผมมี Gmail หลายอัน เพิ่งเปลี่ยนอันเดียวเองครับ</p>

<p>ที่มา <a href="http://mail.google.com">Gmail</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>วันนี้เพิ่งสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปใน Gmail</p>

<ul>
<li><p>เมนู New label ย้ายจากด้านล่าง มาอยู่ด้านบน 
อันนี้ชอบมากครับ รอมานานแล้ว</p></li>
<li><p>โหลดเร็วขึ้นกว่าเดิม</p></li>
<li><p>สร้างตัวกรอง (Filters) สำหรับจัดการอัตโนมัติ ได้แก่ 
ไม่ต้องเข้ากล่องจดหมาย (เข้าไปเก็บทันที), บันทึกว่าอ่านแล้ว, ทำเครื่องหมายดาวหน้าจดหมาย, ใส่ลาเบลอัตโนมัติ, ส่งต่อไปยังอีเมลล์อื่น หรือจะตั้งให้ลบทันที</p></li>
<li><p>กราฟฟิคขณะโหลดข้อมูลแบบใหม่</p></li>
<li><p>Contact list แบบใหม่ ใช้ง่ายกว่าเดิมมาก</p></li>
<li><p>ใส่รูปใน Contact list ได้ และสามารถดึงเอารูปจาก Picasa ได้โดยตรง</p></li>
<li><p>ส่ง Event ไปกับจดหมายได้</p></li>
</ul>

<p>สำหรับท่านที่ใช้ Firebug จะมีการแจ้งเตือนว่า Firebug อาจจะเป็นสาเหตุให้โหลด Gmail ช้า พร้อมข้อแนะนำในการตั้งค่าให้ถูกต้อง</p>

<p>ผมยังไม่เห็นประกาศการเปลี่ยนแปลงนี้ในบล๊อกของ Gmail แต่ก็มีหลายคนที่ได้ทดลองใช้แล้ว (<a href="http://googlesystem.blogspot.com/2007/10/gmails-new-version-is-now-available.html">Ionut Alex Chitu</a>, <a href="http://www.unofficialseoblog.com/google-upgrades-the-gmail-interface-to-20/3303/">Navneet</a>, <a href="http://blogoscoped.com/archive/2007-10-29-n47.html">blogoscoped</a>) 
ลองกลับไปดูนะครับ ว่า Gmail ของท่าน ได้เปลี่ยนไปหรือยัง แต่ที่แน่ ๆ ผมมี Gmail หลายอัน เพิ่งเปลี่ยนอันเดียวเองครับ</p>

<p>ที่มา <a href="http://mail.google.com">Gmail</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Windows Live Folders</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4671" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4671</id>
    <published>2007-05-13T09:29:53+07:00</published>
    <updated>2007-05-13T09:30:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>audy</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Windows Live" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><img src="http://img379.imageshack.us/img379/6144/windowslivefoldershh5.gif"><br />
ไมโครซอฟท์จะเปิดให้บริการพื้นที่เก็บไฟล์ โดยใช้ Windows Live ID ในการล็อกอิน<br />
ขณะนี้อยู่ในเวอร์ชัน Beta และยังไม่เปิดให้ทดลองใช้อย่างเป็นทางการ (ณ ตอนที่เขียนข่าวนี้ เข้าไม่ได้ครับ)<br />
เวอร์ชันเบต้า ให้พื้นที่เก็บข้อมูล 500 MB ขนาดไฟล์ใหญ่สุดที่อนุญาติคือ 50 MB การอัปโหลดดาวน์โหลด กระทำโดยผ่านเบราเซอร์ทั้ง IE และ Firefox ควบการแชร์ด้วย Windows Live ID กำหนดสิทธิ์ได้เหมือนกับบริการแช์ไฟล์ทั่วไป</p>
<p>เมื่อวานลองเล่นดู ความเร็วพอกับ Windows Live Spaces คือมันช้าครับ แต่ตอนที่เขียนนี้เข้าเวบไม่ได้นะครับ คงประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ววัน</p>
<p>ที่มา - <a href="http://liveside.net/blogs/main/archive/2007/05/12/live-drive-is-almost-here-windows-live-folders-beta.aspx">Liveside.net</a>, <a href="http://folders.live.com/">Windows Live Folders</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><img src="http://img379.imageshack.us/img379/6144/windowslivefoldershh5.gif"><br />
ไมโครซอฟท์จะเปิดให้บริการพื้นที่เก็บไฟล์ โดยใช้ Windows Live ID ในการล็อกอิน<br />
ขณะนี้อยู่ในเวอร์ชัน Beta และยังไม่เปิดให้ทดลองใช้อย่างเป็นทางการ (ณ ตอนที่เขียนข่าวนี้ เข้าไม่ได้ครับ)<br />
เวอร์ชันเบต้า ให้พื้นที่เก็บข้อมูล 500 MB ขนาดไฟล์ใหญ่สุดที่อนุญาติคือ 50 MB การอัปโหลดดาวน์โหลด กระทำโดยผ่านเบราเซอร์ทั้ง IE และ Firefox ควบการแชร์ด้วย Windows Live ID กำหนดสิทธิ์ได้เหมือนกับบริการแช์ไฟล์ทั่วไป</p>
<p>เมื่อวานลองเล่นดู ความเร็วพอกับ Windows Live Spaces คือมันช้าครับ แต่ตอนที่เขียนนี้เข้าเวบไม่ได้นะครับ คงประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ววัน</p>
<p>ที่มา - <a href="http://liveside.net/blogs/main/archive/2007/05/12/live-drive-is-almost-here-windows-live-folders-beta.aspx">Liveside.net</a>, <a href="http://folders.live.com/">Windows Live Folders</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Wireless@SG</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3165" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3165</id>
    <published>2006-10-13T04:01:31+07:00</published>
    <updated>2006-10-15T10:43:42+07:00</updated>
    <author>
      <name>audy</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Network" />
    <category term="Wireless" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนการประชาชนได้ใช้งานอินเทอร์เนทความเร็วสูงเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศว่า ภายในปี 2007 จะผลักดันให้มีบริการ Free broadband internet ให้ทั่วเกาะ</p>
<p>ทั้งนี้บริการนี้มีชื่อว่า <strong>Wireless@SG</strong> มี 3 ISP ร่วมให้บริการ อันได้แก่ <a href="http://www.qmax.com.sg">Qmax Communication</a>, <a href="www.icellnetwork.com">iCell</a> และ <a href="http://welcome.singtel.com">SingTel</a> โดย QMax และ iCell จะเปิดบริการฟรี 2 ปี ส่วน SingTel เปิดบริการฟรี 3 ปี (แต่หลังจากผ่านระยะเวลานั้นไปแล้ว ในข่าวไม่ได้ระบุว่าจะเป็นยังไงต่อ) พื้นที่ที่ให้บริการ ก็เป็นศูนย์การค้า, ศูนย์ประชุม/จัดนิทรรศการแสดงสินค้า, สวนสาธารณะ, ย่านธุรกิจสำคัญๆ</p>
<p>ให้บริการที่ความเร็ว 512kbps ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งานในขณะนั้นด้วย แต่ถ้าอยากเร็วกว่านี้ ก็มีแบบ Premium service ซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียเงินนิดหน่อย</p>
<p>ด้วยเงินลงทุนตลอดทั้งโครงการประมาณ 63 ล้าน (USD) ตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ใช้งานบรอดแบนด์จาก 50,000 คนในปัจจุบัน เป็น 250,000 คน ภายในสองปี</p>
<p>ส่วนตัวแล้วผมว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมันจะก่อให้เกิด Service, Application อื่นๆพ่วงออกมาอีกมากมาย ไหนจะช่วยลดต้นทุนการสื่อสารได้อีก ที่เมืองไทย ผมไม่หวังอะไรมาก (รอแล้วรอเล่ากับ WiMax) ขอแค่ต่างจังหวัดเล่นเน็ตได้มากกว่า 1Mbps ในราคาที่แตะได้ก็พอ</p>
<p><strong>ที่มา</strong> <a href="http://www.technologyreview.com/read_article.aspx?id=17606&amp;ch=infotech">TechnologyReview</a>, <a href="http://www.iht.com/articles/ap/2006/10/11/business/AS_TEC_Singapore_Internet.php">International Herald Tribune</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนการประชาชนได้ใช้งานอินเทอร์เนทความเร็วสูงเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศว่า ภายในปี 2007 จะผลักดันให้มีบริการ Free broadband internet ให้ทั่วเกาะ</p>
<p>ทั้งนี้บริการนี้มีชื่อว่า <strong>Wireless@SG</strong> มี 3 ISP ร่วมให้บริการ อันได้แก่ <a href="http://www.qmax.com.sg">Qmax Communication</a>, <a href="www.icellnetwork.com">iCell</a> และ <a href="http://welcome.singtel.com">SingTel</a> โดย QMax และ iCell จะเปิดบริการฟรี 2 ปี ส่วน SingTel เปิดบริการฟรี 3 ปี (แต่หลังจากผ่านระยะเวลานั้นไปแล้ว ในข่าวไม่ได้ระบุว่าจะเป็นยังไงต่อ) พื้นที่ที่ให้บริการ ก็เป็นศูนย์การค้า, ศูนย์ประชุม/จัดนิทรรศการแสดงสินค้า, สวนสาธารณะ, ย่านธุรกิจสำคัญๆ</p>
<p>ให้บริการที่ความเร็ว 512kbps ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งานในขณะนั้นด้วย แต่ถ้าอยากเร็วกว่านี้ ก็มีแบบ Premium service ซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียเงินนิดหน่อย</p>
<p>ด้วยเงินลงทุนตลอดทั้งโครงการประมาณ 63 ล้าน (USD) ตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ใช้งานบรอดแบนด์จาก 50,000 คนในปัจจุบัน เป็น 250,000 คน ภายในสองปี</p>
<p>ส่วนตัวแล้วผมว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมันจะก่อให้เกิด Service, Application อื่นๆพ่วงออกมาอีกมากมาย ไหนจะช่วยลดต้นทุนการสื่อสารได้อีก ที่เมืองไทย ผมไม่หวังอะไรมาก (รอแล้วรอเล่ากับ WiMax) ขอแค่ต่างจังหวัดเล่นเน็ตได้มากกว่า 1Mbps ในราคาที่แตะได้ก็พอ</p>
<p><strong>ที่มา</strong> <a href="http://www.technologyreview.com/read_article.aspx?id=17606&amp;ch=infotech">TechnologyReview</a>, <a href="http://www.iht.com/articles/ap/2006/10/11/business/AS_TEC_Singapore_Internet.php">International Herald Tribune</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>MS Office 2007 จะสนับสนุน Office Open XML file format</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3152" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3152</id>
    <published>2006-10-12T03:53:39+07:00</published>
    <updated>2006-10-12T11:44:24+07:00</updated>
    <author>
      <name>audy</name>
    </author>
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ขณะนี้ไมโครซอฟต์อยู่ขั้นการพิจารณาแบบร่างขั้นสุดท้ายของการกำหนดมาตรฐานสำหรับ Office Open XML File Formats<br />
ซึ่งร่วมกันร่างโดย  Apple, Barclays Capital, BP, The British Library, Essilor, Intel, Microsoft, NextPage, Novell, Statoil, Toshiba , The United States Library of Congress<br />
หลังจากพิจารณาแล้ว ก็จะส่งให้ Ecma (European association for standardizing information and communication systems) ประกาศใช้ต่อไป<br />
ทางฝั่งไมโครซอฟต์ก็เปิด Blog อย่างเป็นทางการหลาย Blog เพื่อให้ข้อมูลด้านเทคนิค, ตัวอย่าง Source code อันเป็นสัญญาณว่าในเวลาอันใกล้นี้ MS Office และผลิตภัณฑ์อื่นๆของจะสนับสนุน Office Open XML file (ข่าวจากหลายเวบไซต์ระบุว่าจะเป็นค่า default ด้วยซ้ำไป)</p>
<p>ผมแอบฝันเล็กๆว่าอาจจะมีปุ่ม Save to Open format ในเมนูบาร์ของ MS Office 2007<br />
ก็ดีครับ ถ้าเกิดสนับสนุนตัวนี้นี้ขึ้นมา<br />
ความสมบูรณ์ในการอ่าน, แก้ไข, บันทึก ไฟล์เอกสารประเภทต่างข้ามแพลตฟอร์มคงดีขึ้นกว่านี้<br />
อีกหน่อย จะได้ไม่มีข้ออ้างซื้อของแพงเกินความจำเป็นมาใช้</p>
<p><strong>ที่มา</strong><br />
<a href="http://www.tgdaily.com/2006/10/09/microsoft_open_xml_final_draft/">TGDaily.com</a>, <a href="http://openxmldeveloper.org/archive/2006/08/31/599.aspx">OpenXMLdeveloper.org</a>, <a href="http://www.ecma-international.org/news/TC45_current_work/TC45-2006-50_06Sept28.htm">ECMA</a>, <a href="http://blogs.msdn.com/brian_jones/archive/2006/10/09/Office-Open-XML-final-draft_210021002100_.aspx">Brian Jones Blog</a></p>
<p><strong>Update.</strong><br />
ขอบคุณพี่ LewCPE ที่ทักท้วง<br />
ครับ OpenDocument กับ OpenXML คนละอย่างกัน<br />
OpenDocument จะเปิดกว้างกว่า OpenXML มาก</p>
<p>ต้องออกตัวก่อนว่าผมเป็นเพียงมือสมัครเล่น ไม่ได้อยู่ในแวดวง Devevopment เป็นอาชีพ<br />
หากผมเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนหรือผิดไป<br />
โปรดชี้แนะด้วยนะครับ</p>
<p>Update link.</strong><br />
<a href="http://www.baselinemag.com/article2/0,1540,1938838,00.asp">- Primer: OpenDocument vs. Office Open XML</a><br />
<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/OpenDocument_vs._Microsoft_Office_Open_XML_licensing">- Comparison of OpenDocument and Microsoft Office Open XML licensing</a><br />
<a href="http://www.dwheeler.com/essays/why-opendocument-won.html">- Why OpenDocument Won (and Microsoft Office Open XML Didn’t)</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ขณะนี้ไมโครซอฟต์อยู่ขั้นการพิจารณาแบบร่างขั้นสุดท้ายของการกำหนดมาตรฐานสำหรับ Office Open XML File Formats<br />
ซึ่งร่วมกันร่างโดย  Apple, Barclays Capital, BP, The British Library, Essilor, Intel, Microsoft, NextPage, Novell, Statoil, Toshiba , The United States Library of Congress<br />
หลังจากพิจารณาแล้ว ก็จะส่งให้ Ecma (European association for standardizing information and communication systems) ประกาศใช้ต่อไป<br />
ทางฝั่งไมโครซอฟต์ก็เปิด Blog อย่างเป็นทางการหลาย Blog เพื่อให้ข้อมูลด้านเทคนิค, ตัวอย่าง Source code อันเป็นสัญญาณว่าในเวลาอันใกล้นี้ MS Office และผลิตภัณฑ์อื่นๆของจะสนับสนุน Office Open XML file (ข่าวจากหลายเวบไซต์ระบุว่าจะเป็นค่า default ด้วยซ้ำไป)</p>
<p>ผมแอบฝันเล็กๆว่าอาจจะมีปุ่ม Save to Open format ในเมนูบาร์ของ MS Office 2007<br />
ก็ดีครับ ถ้าเกิดสนับสนุนตัวนี้นี้ขึ้นมา<br />
ความสมบูรณ์ในการอ่าน, แก้ไข, บันทึก ไฟล์เอกสารประเภทต่างข้ามแพลตฟอร์มคงดีขึ้นกว่านี้<br />
อีกหน่อย จะได้ไม่มีข้ออ้างซื้อของแพงเกินความจำเป็นมาใช้</p>
<p><strong>ที่มา</strong><br />
<a href="http://www.tgdaily.com/2006/10/09/microsoft_open_xml_final_draft/">TGDaily.com</a>, <a href="http://openxmldeveloper.org/archive/2006/08/31/599.aspx">OpenXMLdeveloper.org</a>, <a href="http://www.ecma-international.org/news/TC45_current_work/TC45-2006-50_06Sept28.htm">ECMA</a>, <a href="http://blogs.msdn.com/brian_jones/archive/2006/10/09/Office-Open-XML-final-draft_210021002100_.aspx">Brian Jones Blog</a></p>
<p><strong>Update.</strong><br />
ขอบคุณพี่ LewCPE ที่ทักท้วง<br />
ครับ OpenDocument กับ OpenXML คนละอย่างกัน<br />
OpenDocument จะเปิดกว้างกว่า OpenXML มาก</p>
<p>ต้องออกตัวก่อนว่าผมเป็นเพียงมือสมัครเล่น ไม่ได้อยู่ในแวดวง Devevopment เป็นอาชีพ<br />
หากผมเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนหรือผิดไป<br />
โปรดชี้แนะด้วยนะครับ</p>
<p>Update link.</strong><br />
<a href="http://www.baselinemag.com/article2/0,1540,1938838,00.asp">- Primer: OpenDocument vs. Office Open XML</a><br />
<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/OpenDocument_vs._Microsoft_Office_Open_XML_licensing">- Comparison of OpenDocument and Microsoft Office Open XML licensing</a><br />
<a href="http://www.dwheeler.com/essays/why-opendocument-won.html">- Why OpenDocument Won (and Microsoft Office Open XML Didn’t)</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
