HTC First สมาร์ทโฟนที่โหลด Facebook Home มาให้ตั้งแต่แรก โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง HTC กับ Facebook ยังคงประสบปัญหา ล่าสุดตัวแทนของ Facebook ยืนยันแล้วว่า HTC First จะเลื่อนการเปิดตัวในประเทศอังกฤษออกไปอีกหลายเดือน เพื่อปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ให้ดียิ่งขึ้น จากความคิดเห็นที่ลูกค้าเสนอมา รวมถึงหยุดขยายการสนับสนุนในสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นเพิ่มเติมตอนนี้
HTC First ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักในอเมริกา โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า AT&T ได้ลดราคาเครื่องแบบติดสัญญาเหลือเพียง 99 เซนต์ และ HTC First นี้เองก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการลาออกยกทีมผู้บริหารใน HTC
ที่มา: The Verge
Lenovo รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของบริษัทสิ้นสุดเดือนมีนาคม มีรายได้ 7.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 127 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 90% ขณะที่ตัวเลขกำไรก่อนหักภาษีนั้นเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมในภาพรวม ทำให้ Lenovo สามารถเติบโตเหนือกว่าคู่แข่งติดต่อกันได้เป็นไตรมาสที่ 16 แล้ว
ภาพรวมของปีที่ผ่านมา ยอดส่งมอบพีซีของ Lenovo ก็ยังเติบโตขึ้นอีก 10.2% เป็น 54.2 ล้านเครื่อง ขณะที่อุตสาหกรรมรวมถดถอย 8.1% ทำให้ตอนนี้ Lenovo มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 15.5% เป็นอันดับ 1 ต่อไปอีกไตรมาส
Yang Yuanqing ประธานและซีอีโอ Lenovo กล่าวว่าแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมพีซีจะมีการแข่งขันอย่างหนัก และมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุปกรณ์อื่น แต่ Lenovo ก็ยังเติบโตได้เหนือคู่แข่ง ทั้งยอดขาย ส่วนแบ่งการตลาด และกำไร นอกจากนี้ธุรกิจสมาร์ทโฟนกับแท็บแล็ตก็เติบโตอย่างมากเช่นกัน ซึ่งจากนั้นบริษัทก็จะยังทุ่มเทตามยุทธศาสตร์พีซีพลัสที่ได้ผลดีอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Lenovo
HP รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2013 สิ้นสุดเดือนเมษายนตามปฏิทินการเงินบริษัท มีกำไรสุทธิ 1.7 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ส่วนรายได้รวมลดลง 10% อยู่ที่ 27.6 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ตัวเลขการดำเนินงานจะลดลง แต่ก็ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้
Meg Whitman ประธานและซีอีโอ HP กล่าวว่าผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยส่วนธุรกิจลูกค้าองค์กรและเครื่องพิมพ์ทำได้ดีกว่าที่คาด พร้อมกับการลดค่าใช้จ่าย และปรับโครงสร้างที่ทำได้เร็วกว่าแผนเดิม
ในส่วนของกลุ่มพีซีนั้นยังคงถดถอยเหมือนกับผู้ผลิตอื่น มีรายได้ลดลง 20% ซึ่ง Whitman ชี้แจงในช่วงแถลงกับนักวิเคราะห์ว่า HP จะแก้ปัญหานี้โดยนำเสนอสินค้าในหลากหลายระบบปฏิบัติการ หลากหลายโครงสร้าง และหลากหลายขนาด ทำทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ เห็นได้จากที่ HP เปิดตัว Chromebook และ Slate 7 ในช่วงที่ผ่านมา
Foursquare ออกอัพเดตแอพบน iOS และ Android โดยเน้นการค้นหาสถานที่มากขึ้นไปอีก ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติตัวกรองบนเงื่อนไขต่างๆ อาทิ เราเคยเช็กอินหรือไม่ เพื่อนเราเคยเช็กอินหรือไม่ ตอนนี้ร้านเปิดอยู่หรือไม่ ไปจนถึงช่วงราคาสำหรับร้านอาหาร ซึ่งคุณสมบัตินี้ได้ปล่อยออกมาบนเว็บก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ Foursquare ยังท้าว่าผู้ใช้งานสามารถป้อนคำค้นหาสถานที่ด้วยภาษาธรรมชาติ (natural language) ได้อีกด้วย เช่น "A cheap sushi place that’s nearby and open now, but that I haven’t been to yet." หรือ "One of the museums in Paris that my friend Matt went to last year, that’s also near my hotel."
ที่มา: Foursquare Blog
ราคาหุ้นของกูเกิลมีการซื้อขายกันเกิน 900 ดอลลาร์ต่อหุ้นเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ ระหว่างที่บริษัทแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในงาน Google I/O และปิดการซื้อขายที่ราคา 915.89 ดอลลาร์ต่อหุ้น เป็นสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง นับจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ราคาทะลุ 800 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรก
นักวิเคราะห์มองว่ากูเกิลได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนมากขึ้น ว่าจะมีสินค้านวัตกรรมใหม่ออกมาได้ต่อเนื่อง อย่าง Glass หรือ Fiber ขณะที่ตัวเลขผู้ใช้ Android หรือ Google+ ก็ยังคงเพิ่มขึ้นตลอด
ราคาต่อหุ้นไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดในการบอกความใหญ่ของกิจการ ที่ราคาหุ้นปัจจุบันแอปเปิลมีมูลค่ากิจการ 4 แสนล้านดอลลาร์ (428 ดอลลาร์ต่อหุ้น) ขณะที่กูเกิลอยู่ที่ 3 แสนล้านดอลลาร์ แต่ดัชนีคำนวณหลายตัวในอเมริกาใช้สูตรค่าเฉลี่ยจากราคาต่อหุ้น ไม่ได้ใช้มูลค่ากิจการแบบในตลาดหุ้นไทย ราคาต่อหุ้นจึงเป็นหัวข้อที่มีการให้ความสนใจครับ
ที่มา: Mashable
สามผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในไทยได้รายงานผลประกอบการประจำปี 2555 กันครบแล้ว (ข้อมูลปี 2554) ในปีที่ผ่านมานั้นทิศทางอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการใช้งานข้อมูลที่สูงมากขึ้น สมาร์ทโฟนที่มีราคาลดลง และการประมูล 3G โดยผลสรุปการดำเนินงานของทั้งสามค่ายมือถือเป็นดังนี้ครับ
ผลประกอบการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในไทยทั้งสามค่ายหลัก ประจำไตรมาสที่หนึ่งของปี 2556 ได้รายงานออกมาครบเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่น่าสนใจนับตั้งแต่ไตรมาสนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานเดิม มาเป็นระบบใบอนุญาตจากการประมูล 3G คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ในปีที่แล้ว รวมถึงความคาดหวังว่าเมื่อการให้บริการมีลักษณะเป็นอินเทอร์เน็ตมือถือมากขึ้น รายได้ก็น่าจะสูงขึ้นด้วยครับ
LINE ประกาศวันนี้ว่าระบบการซื้อสติกเกอร์เพื่อส่งเป็นของขวัญของผู้ใช้ LINE บน iPhone จะถูกยกเลิกมีผลตั้งแต่วันนี้ทันที โดยสาเหตุนั้น LINE ระบุว่าตัวแทนจากแอปเปิลที่ดูแล App Store ได้ติดต่อเข้ามาว่าระบบดังกล่าวผิดกฎจึงต้องถอดออกไป
ทั้งนี้ระบบการซื้อสติกเกอร์ LINE เพื่อส่งเป็นของขวัญนั้น ผู้ใช้ต้องซื้อเหรียญด้วยเงินก่อน ซึ่งถ้าซื้อเหรียญเป็นจำนวนมากก็จะได้ส่วนลด แล้วจึงนำเหรียญไปใช้ซื้อสติกเกอร์ส่งให้เพื่อนต่ออีกที ซึ่งประสบความสำเร็จแค่ไหนก็เห็นได้จากรายได้สติกเกอร์คิดเป็น 30% เลย
สำหรับผู้ใช้งาน LINE บน iPhone ที่ยังมีเหรียญเหลืออยู่นั้นจะยังสามารถซื้อสติกเกอร์ส่งเป็นของขวัญได้จนกว่าเหรียญจะหมด แต่ถ้าผู้ใช้มีเหรียญเป็นเศษ 50 ซึ่งไม่พอต่อการซื้อสติกเกอร์ ก็สามารถติดต่อ LINE เพื่อให้ระบบเพิ่มเหรียญเป็น 100 นอกจากนี้ผู้ใช้ iPhone ยังสามารถส่งสติกเกอร์ให้เพื่อนได้หากเป็นสติกเกอร์ฟรี และยังสามารถรับสติกเกอร์ของขวัญจากผู้ใช้ Android ได้เหมือนเดิม
ที่มา: LINE
ยาฮูประกาศซื้อกิจการสตาร์ทอัพเพิ่มอีก 2 รายวันนี้ เพื่อนำไปเสริมทัพบริการบนมือถือของตน ประกอบด้วย MileWise บริการจองตั๋วเครื่องบิน และ GoPollGo บริการประเมินกระแสตอบรับในเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับแบรนด์สินค้า โดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่าของทั้ง 2 ดีลนี้
MileWise เป็นบริการจองตั๋วเครื่องบินที่เน้นหาตั๋วที่คุ้มค่าที่สุด โดยคำนวณปัจจัยเรื่องไมล์สะสมเข้าไปด้วย ปัจจุบันมีทีมงานทั้งหมด 5 คน ส่วน GoPollGo เป็นบริการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลกระแสตอบรับของแบรนด์สินค้าในเครือข่ายสังคมออนไลน์ มีลูกค้าอย่าง EPSN, Netflix และ Hotels.com
มาสรุปบริษัทที่ยาฮูซื้อกิจการไปก่อนหน้านี้อีกครั้ง ได้แก่ Jybe, Summly, Dailymotion และ Astrid เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เว็บข่าวของอิสราเอล Calcalist รายงานว่า Facebook กำลังเจรจาเพื่อขอซื้อกิจการแอพแผนที่นำทาง Waze ด้วยมูลค่าราว 800 - 1,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม Waze เคยมีข่าวได้รับข้อเสนอซื้อกิจการทั้งจากแอปเปิลและไมโครซอฟท์
Waze เป็นบริการแผนที่นำทาง ที่ใช้วิธีการรายงานสภาพการจราจรจากกลุ่มผู้ใช้งานด้วยกันเอง ข้อมูลล่าสุดนั้น Waze มีผู้ใช้งานแล้ว 45 ล้านคน โดยในปีที่ผ่านมามีการส่งข้อมูลรายงานสภาพการจราจรกว่า 90 ล้านครั้ง จาก 110 ประเทศ
แหล่งข่าวบอกว่า Facebook ได้เจรจากับ Waze มาเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว ทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดี สังเกตได้จาก Facebook Home ก็มีแอพ Waze ปรากฏอยู่ด้วย
ที่มา: The Next Web
ซัมซุงเปิดตัวโฆษณา Galaxy S4 ใหม่ โดยเน้นไปที่ซอฟต์แวร์เพิ่มเติมที่นำมาเป็นจุดขาย สำหรับครั้งนี้เนื้อเรื่องว่าด้วยงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษา แต่ก็ยังแอบพาดพิงถึง iPhone อยู่เล็กน้อยเหมือนโฆษณา ตัวที่หนึ่ง สอง สาม ก่อนหน้านี้
ซอฟต์แวร์ที่นำมาเล่าในโฆษณา มีทั้ง Air Gesture ใช้รับโทรศัพท์ขณะรับประทานซี่โครงย่างที่เลอะมือ, S Beam ที่ส่งภาพถ่ายให้อีกเครื่องได้ทันที, Drama Shot ถ่ายภาพรัวมารวมในภาพเดียวกัน และ Home Sync สั่งงานอุปกรณ์อื่นภายในบ้าน โดยมีฉากที่เปรียบเทียบว่าสมาร์ทโฟนของคนรุ่นคุณพ่อและคุณแม่ (ซึ่งก็คือ iPhone) ไม่สามารถทำอะไรเจ๋งๆ แบบนี้ได้
ประโยคที่เสียดสีแรงที่สุดในโฆษณานี้คงไม่พ้น "So some smartphones are smarter than other smartphones"
ที่มา: CNET
จากปัญหาสมาร์ทโฟนเรือธงของซัมซุง Galaxy S4 มีกระแสบางส่วนบ่นว่ารุ่นความจุเล็กที่สุด 16GB นั้นมีเนื้อที่ว่างเหลือมาน้อยเกินไป เพื่อใช้เก็บระบบปฏิบัติการและแอพพื้นฐานตัวอื่น ทางซัมซุงได้ทำจดหมายชี้แจง CNET ถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว
ซัมซุงระบุว่า ใน Galaxy S4 รุ่นความจุ 16GB นั้น มีการใช้หน่วยความจำภายในสำหรับระบบไป 6.85GB ซึ่งเยอะกว่า Galaxy S3 ไป 1GB ทั้งนี้เพื่อให้สามารถแสดงผลภาพได้ละเอียดมากขึ้น รวมถึงรองรับแอพเสริมอื่นๆ และเพื่อให้ลูกค้าสามารถเพิ่มการใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ซัมซุงก็ได้เพิ่มช่องใส่ MicroSD ให้สำหรับเป็นหน่วยความจำเสริม
อย่างไรก็ตามปัญหาหน่วยความจำของระบบในกรณี Galaxy S4 นั้น ก็ยังไม่หนักหนาเท่ากับ Surface Pro ที่ใช้พื้นที่เริ่มต้น 45GB ครับ
ที่มา: CNET
ยาฮูยังเดินหน้าซื้อกิจการมาเสริมทัพตามยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง (ก่อนหน้านี้มี Jybe, Summly และ Dailymotion ที่รัฐบาลฝรั่งเศสขัดขวางอยู่) ล่าสุด Astrid แอพสำหรับจัดการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do list) ได้ประกาศว่ายาฮูเข้าซื้อกิจการเรียบร้อยแล้วโดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่า ซึ่งก็เป็นการซื้อกิจการเพื่อดึงตัวทีมงานนั่นเอง
Astrid เป็นแอพที่มีทั้งบน iOS, Android และบนเว็บ โดยวางเป้าหมายว่าเพื่อทำให้ผู้ใช้งาน มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และทำงานได้มากขึ้น มีจุดเด่นที่ความหลากหลายในการช่วยวางแผนจัดการสิ่งที่ต้องทำ และยังมีคุณสมบัติจัดการอีเมลในกล่องขาเข้าด้วย
Astrid มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 4 ล้านครั้ง และมีทีมงานประมาณ 8-12 คน โดยทั้งหมดจะเข้าไปร่วมงานกับยาฮูในลำดับต่อไป
ที่มา: The Next Web และ Astrid
Facebook รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2013 สิ้นสุดเดือนมีนาคม มีรายได้รวม 1.46 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน โดยรายได้รวมนี้ 85% มาจากค่าโฆษณา โดยคิดเป็นโฆษณาในมือถือถึง 30% ของรายได้โฆษณารวม ขณะที่กำไรสุทธินั้นอยู่ที่ 219 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7%
ซีอีโอ Mark Zuckerberg กล่าวว่าเรามีสิ่งใหม่เปิดตัวออกมาหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา และยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีในเครือข่ายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อไป
ตัวเลขที่นักวิเคราะห์สนใจกันมากคือจำนวนผู้ใช้งานเป็นประจำ โดยผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน (DAUs) เพิ่มขึ้น 26% เป็น 665 ล้านคน ผู้ใช้เป็นประจำทุกเดือน (MAUs) เพิ่มขึ้น 23% เป็น 1.11 พันล้านคน และผู้ใช้เป็นประจำทุกเดือนผ่านมือถือ เพิ่มขึ้น 54% เป็น 751 ล้านคน ถึงแม้ตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่นักวิเคราะห์ก็พบว่าอัตราการเติบโตยังคงถดถอยต่อเนื่องมาหลายไตรมาสแล้ว
ข้อมูลอื่นในช่วงการแถลงและตอบคำถามกับนักวิเคราะห์มีดังนี้ครับ
หลายคนแถวนี้คงจำได้เมื่อครั้งเว็บเครือข่ายสังคม Multiply ประกาศเปลี่ยนไปเน้นการทำอีคอมเมิร์ซ โดยทำตลาดเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และปิดให้บริการเขียนบล็อก ฝากรูปทั้งหมด ล่าสุด Multiply ยกธงขาวแล้วครับ
Multiply ประกาศว่าระบบทั้งหมดจะปิดให้บริการในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ และยุติการดำเนินธุรกรรมทั้งหมดในวันที่ 31 พฤษภาคม โดยช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทจะจัดการรายการซื้อ-ขายคงค้างทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่ามีการจ่ายเงินและรับสินค้าครบถ้วน
ซีอีโอ Stefan Magdalinski กล่าวว่าบริษัทใช้เวลาร่วมหนึ่งปีเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการจึงได้ตัดสินใจยุติการให้บริการ อย่างไรก็ตาม MIH ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Multiply จะยังคงลงทุนกับเว็บอีคอมเมิร์ซอื่นในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ต่อไป
ที่มา: Yahoo! Philippines
ซัมซุงรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2013 มีรายได้ 52.87 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 47.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว โดยมีกำไรสุทธิ 7.15 ล้านล้านวอน หรือ 6.45 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 41.6% ทั้งนี้รายได้นั้นลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาล แต่กำไรสุทธินั้นเพิ่มขึ้นเป็นสถิติใหม่อีกครั้งติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6
ส่วนธุรกิจที่สร้างรายได้และกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำให้ซัมซุงก็ยังคงเป็นส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ที่มีรายได้เฉพาะส่วนนี้ถึง 32.82 ล้านล้านวอน และในไตรมาสปัจจุบันตัวเลขนี้น่าจะสูงกว่านี้อีกเนื่องจาก Galaxy S4 เริ่มวางจำหน่ายแล้ว
ซัมซุงยังคงเลือกไม่เปิดเผยตัวเลขยอดขายสมาร์ทโฟนรวม ที่มีทั้งสมาร์ทโฟนระดับบน-กลาง-ล่าง แต่นักวิเคราะห์ได้ประเมินออกมาว่ามีค่าเฉลี่ยประมาณ 68-70 ล้านเครื่อง สูงกว่าไตรมาสที่แล้วที่ 63 ล้านเครื่อง ขณะที่แอปเปิลซึ่งเพิ่งรายงานผลประกอบการไปบอกว่าขาย iPhone ได้ 37.4 ล้านเครื่อง
@comex หรือ Nicholas Allegra ผู้สร้างเว็บไซต์ JailbreakMe ที่แอปเปิลเคยจ้างไปทำงานในตำแหน่งเด็กฝึกงาน แต่ต่อมาก็ต้องออกจากแอปเปิลเพราะลืมตอบอีเมล ได้ทวีตข้อความว่าเขาจะไปทำงานในตำแหน่งเด็กฝึกงานที่กูเกิล ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
Allegra ไม่ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่าเขาจะไปทำงานในส่วนใดของกูเกิล แต่เมื่อมีผู้ถามว่าเขาจะเข้าไปดู Android หรือไม่ Allegra ก็ทวีตตอบกลับมาว่างานของเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Android และที่จริงเขาก็ไม่ได้ชอบ Android จนอยากแฮกมันด้วยซ้ำ
ที่มา: Forbes
LG รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2013 มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน โดยอยู่ที่ 14.1 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 13.01 พันล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 22 พันล้านวอน หรือ 20.3 ล้านดอลลาร์ซึ่งลดลงจากปีก่อน
กลุ่มธุรกิจที่ทำให้ LG มีผลงานที่ดีขึ้นก็หนีไม่พ้นธุรกิจโทรศัพท์มือถือ โดยไตรมาสที่ผ่านมาได้ส่งมอบสมาร์ทโฟนไปทั้งสิ้น 10.3 ล้านเครื่อง โดย LG ระบุว่าเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ LG เริ่มผลิตสมาร์ทโฟน โดยมีสินค้าที่ขายดีอย่าง Optimus G, Optimus G Pro ไปจนถึง Nexus 4
ที่มา: Engadget
นินเทนโดรายงานผลประกอบการประจำปีการเงิน 2012 สิ้นสุดเดือนมีนาคม ขาดทุนสุทธิตลอดทั้งปี 36.4 พันล้านเยน หรือ 366 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขาดทุนติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยมียอดขายรวม 635.4 พันล้านเยน
สาเหตุหลักคือ Wii U ที่ทำยอดขายได้ไม่ถึงเป้า โดยจนถึงตอนนี้ขายไปได้แล้ว 3.45 ล้านเครื่อง จากเป้าหมายครั้งสุดท้ายที่ 4 ล้านเครื่อง ถึงแม้นินเทนโดจะเหมือนกับบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการอ่อนตัวของค่าเงินเยน แต่ดูเหมือนปัจจัยนี้จะไม่ส่งผลให้เห็นมากนัก
ที่มา: The Verge
มีรายงานจากเว็บไซต์เด็กดีว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงของการยื่นเลือกอันดับคณะในมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าศึกษาต่อของส่วนกลางหรือที่เรียกกันว่าแอดมิชชั่น สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้เกิดเหตุการณ์สวมรอยแก้ไขอันดับคณะที่เลือกแทนคนอื่น โดยเป็นการแก้ไขเปลี่ยนคณะที่เลือกให้เป็นคณะที่มีสถิติคะแนนสอบเข้าในอดีตสูง เพื่อหวังว่าบุคคลนั้นจะไม่ผ่านการคัดเลือก (เข้าใจว่าคนแถวนี้ คงพอเข้าใจเรื่องนี้นะ)
ที่น่าสนใจคือขั้นตอนการยื่นอันดับนั้น ใช้สิ่งยืนยันตัวตนคือหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น โดยเมื่อยื่นอันดับผ่านทางเว็บไซต์ของสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือสอท. เสร็จ ก็ให้พิมพ์ใบสมัครแล้วนำไปชำระเงินที่ธนาคาร จึงจะถือว่าเป็นการยืนยันอันดับสมบูรณ์ โดยช่องทางที่ใช้กลั่นแกล้งกันนั้น เนื่องจากสอท. กำหนดเงื่อนไขหากต้องการเปลี่ยนอันดับที่เลือก สามารถใช้วิธีเริ่มต้นสมัครใหม่ทั้งหมดได้ จึงเกิดการสวมรอยกันโดยใช้เลขบัตรประชาชนนั่นเอง เพราะสอท. จะยึดจากข้อมูลใบสมัครล่าสุดที่มีการชำระเงินเป็นหลัก
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ทางสอท. ได้รับเรื่องและจะแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ซึ่งล่าสุดมีนักเรียนรายงานปัญหานี้เข้ามาประมาณ 10 ราย
ที่มา: Dek-D
แอปเปิลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สองของปี 2013 ตามปฏิทินการเงินของบริษัท มีรายได้รวม 43.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนที่ 39.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีก่อนที่ 11.6 พันล้านดอลลาร์ ส่วนสาเหตุนั้นก็มาจากอัตรากำไรซึ่งลดลงมาเหลือเหลือ 37.5% ขณะที่ปีก่อนนั้นอยู่ที่ 47.4% สำหรับตลาดต่างประเทศนั้นเริ่มเป็นหัวใจหลักแอปเปิลมากขึ้น โดยยอดขาย 66% ในไตรมาสนี้มาจากตลาดนอกอเมริกา
ในส่วนของยอดขายรายผลิตภัณฑ์นั้น iPhone และ iPad ยังมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น โดย iPhone ขายได้ 37.4 ล้านเครื่อง, iPad 19.5 ล้านเครื่อง ส่วน Mac ขายได้ 4 ล้านเครื่อง (ใกล้เคียงกับปีก่อน) และ iPod ขายได้ 5.6 ล้านเครื่อง (ลดลง)
ซีอีโอทิม คุกกล่าวว่ายอดขาย iPhone และ iPad ในไตรมาสนี้ก็เป็นสถิติใหม่อีกครั้ง โดยแอปเปิลยังมีสินค้าใหม่ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ตลอดจนบริการต่างๆ ที่น่าอัศจรรย์ซึ่งรอเปิดตัวในอนาคต
เงินสดของแอปเปิลในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 145 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในการนี้แอปเปิลก็ได้ประกาศแผนโครงการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม โดยเพิ่มวงเงินรวมเป็น 100 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อหุ้นคืนเพิ่มขึ้นเป็น 60 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2015 และเพิ่มเงินปันผลเป็น 3.05 ดอลลาร์ต่อหุ้น ทำให้บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมปีละ 11 พันล้านดอลลาร์


