<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>lew's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/3"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/3/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/3/atom/feed</id>
  <updated>2008-06-26T00:14:31+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Ubuntu 8.04.1 ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8245" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8245</id>
    <published>2008-07-04T14:42:23+07:00</published>
    <updated>2008-07-04T14:42:23+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Linux" />
    <category term="Open Source" />
    <category term="OS" />
    <category term="Ubuntu" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อตอนที่ Ubuntu 8.04 ออกสู่ตลาดนั้นทาง Mark Shuttleworth ได้ประกาศไว้แต่ต้นว่าใน Ubuntu LTS นั้นจะมีการออกรุ่นย่อยซึ่งเป็นการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ และรวมเอาแพตซ์ด้านความปลอดภัยเข้าไปอยู่เรื่อยๆ และในตอนนี้เอง Ubuntu 8.04.1 ก็เปิดให้ดาวน์โหลดกันแล้ว</p>

<p>ในเวอร์ชั่นนี้เท่าที่ไล่อ่านดูผมพบว่าเป็นการแก้ในเรื่องของความเสถียรเป็นจำนวนมาก, และอัพเดตไฟร์ฟอกซ์เป็นรุ่น 3.0 ตัวจริงกันแล้ว และโดยเฉพาะไม่มี<a href="http://www.blognone.com/node/7785">บั๊ก OpenSSL</a> ในรุ่นนี้แล้วอีกด้วย</p>

<p>สำหรับเรื่องฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหากันหลายคนสักหน่อย (ผมเองเจอ Wi-Fi เดี๊ยงทั้งที่ 7.10 ทำงานได้ดีมาก) ก็น่าจะได้รับการแก้ไขกันไปเยอะ ใน Press Release ระบุว่ายังมีปัญหาเรื่องของการ์ดเสียงอยู่บ้างเพราะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแพตซ์แก้ปัญหาอันใหม่จะกระทบคนอื่นๆ หรือไม่</p>

<p>ได้เวลาเปลี่ยนจริงๆ แล้วสินะ (รอมานาน)</p>

<p>ที่มา - <a href="https://lists.ubuntu.com/archives/ubuntu-announce/2008-July/000112.html">Ubuntu</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อตอนที่ Ubuntu 8.04 ออกสู่ตลาดนั้นทาง Mark Shuttleworth ได้ประกาศไว้แต่ต้นว่าใน Ubuntu LTS นั้นจะมีการออกรุ่นย่อยซึ่งเป็นการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ และรวมเอาแพตซ์ด้านความปลอดภัยเข้าไปอยู่เรื่อยๆ และในตอนนี้เอง Ubuntu 8.04.1 ก็เปิดให้ดาวน์โหลดกันแล้ว</p>

<p>ในเวอร์ชั่นนี้เท่าที่ไล่อ่านดูผมพบว่าเป็นการแก้ในเรื่องของความเสถียรเป็นจำนวนมาก, และอัพเดตไฟร์ฟอกซ์เป็นรุ่น 3.0 ตัวจริงกันแล้ว และโดยเฉพาะไม่มี<a href="http://www.blognone.com/node/7785">บั๊ก OpenSSL</a> ในรุ่นนี้แล้วอีกด้วย</p>

<p>สำหรับเรื่องฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหากันหลายคนสักหน่อย (ผมเองเจอ Wi-Fi เดี๊ยงทั้งที่ 7.10 ทำงานได้ดีมาก) ก็น่าจะได้รับการแก้ไขกันไปเยอะ ใน Press Release ระบุว่ายังมีปัญหาเรื่องของการ์ดเสียงอยู่บ้างเพราะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแพตซ์แก้ปัญหาอันใหม่จะกระทบคนอื่นๆ หรือไม่</p>

<p>ได้เวลาเปลี่ยนจริงๆ แล้วสินะ (รอมานาน)</p>

<p>ที่มา - <a href="https://lists.ubuntu.com/archives/ubuntu-announce/2008-July/000112.html">Ubuntu</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>NVIDIA ยอมรับชิปมีปัญหาจำนวนมาก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8232" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8232</id>
    <published>2008-07-03T14:44:33+07:00</published>
    <updated>2008-07-03T14:54:28+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="GPU" />
    <category term="Hardware" />
    <category term="Nvidia" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>NVIDIA ออกแถลงข่าวในวันนี้ยอมรับว่ามีสินค้าจำนวนมาก &#8220;อย่างมีนัยสำคัญ&#8221; ที่ส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วนั้น ทำงาน &#8220;ล้มเหลวบ่อยกว่าอัตราปรกติ&#8221; โดยขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าชิปตัวใดบ้างที่พบกับปัญหานี้ และอาการของมันคืออะไร แต่ในเบื้องต้นทาง NVIDIA ได้ส่งมอบไดร์เวอร์ตัวใหม่ที่จะทำให้พัดลมทำงานเร็วกว่าเดิมเพื่อช่วยลดอุณภูมิของเครื่องลงให้กับผู้ผลิตการ์ดแล้ว</p>

<p>NVIDIA เตรียมเงินสำหรับการแก้ปัญหานี้ตั้งแต่การซ่อมไปจนถึงการเปลี่ยนสินค้าใหม่เป็นเงิน 150 ถึง 200 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของ NVIDIA ร่วงลงทันทีร้อยละ 24 ไปอยู่ที่ 13.56 ดอลลาร์ต่อหุ้น</p>

<p>ถ้าใครใช้การ์ด NVIDIA อาจจะต้องตามข่าวนี้ดีๆ ครับ เผื่อจะได้การ์ดใหม่มาเล่น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.yahoo.com/s/pcworld/20080703/tc_pcworld/147911">Yahoo! News</a>, <a href="http://www.engadget.com/2008/07/02/nvidia-says-significant-quantities-of-laptop-gpus-are-defectiv/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>NVIDIA ออกแถลงข่าวในวันนี้ยอมรับว่ามีสินค้าจำนวนมาก &#8220;อย่างมีนัยสำคัญ&#8221; ที่ส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วนั้น ทำงาน &#8220;ล้มเหลวบ่อยกว่าอัตราปรกติ&#8221; โดยขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าชิปตัวใดบ้างที่พบกับปัญหานี้ และอาการของมันคืออะไร แต่ในเบื้องต้นทาง NVIDIA ได้ส่งมอบไดร์เวอร์ตัวใหม่ที่จะทำให้พัดลมทำงานเร็วกว่าเดิมเพื่อช่วยลดอุณภูมิของเครื่องลงให้กับผู้ผลิตการ์ดแล้ว</p>

<p>NVIDIA เตรียมเงินสำหรับการแก้ปัญหานี้ตั้งแต่การซ่อมไปจนถึงการเปลี่ยนสินค้าใหม่เป็นเงิน 150 ถึง 200 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของ NVIDIA ร่วงลงทันทีร้อยละ 24 ไปอยู่ที่ 13.56 ดอลลาร์ต่อหุ้น</p>

<p>ถ้าใครใช้การ์ด NVIDIA อาจจะต้องตามข่าวนี้ดีๆ ครับ เผื่อจะได้การ์ดใหม่มาเล่น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.yahoo.com/s/pcworld/20080703/tc_pcworld/147911">Yahoo! News</a>, <a href="http://www.engadget.com/2008/07/02/nvidia-says-significant-quantities-of-laptop-gpus-are-defectiv/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ฟอร์แมต PDF เข้าเป็นมาตรฐาน ISO 32000-1 แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8229" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8229</id>
    <published>2008-07-02T23:04:42+07:00</published>
    <updated>2008-07-02T23:04:43+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Adobe" />
    <category term="ISO" />
    <category term="Open Standard" />
    <category term="PDF" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากผ่านกระบวนการมาจนจบวันนี้ทาง ISO ก็ประกาศรองรับฟอร์แมต PDF 1.7 เข้าเป็นมาตรฐาน ISO 32000-1 อย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้การพัฒนามาตรฐาน PDF นับจากนี้ไปจะกลายเป็นการพัฒนามาตรฐานของวงการไปแทนที่จะเป็นการพัฒนาสินค้าของ Adobe เพียงอย่างเดียว</p>

<p>มาตรฐาน PDF 1.7 นั้นคือฟอร์แมตที่ใช้งานใน Adobe Acrobat 8 ส่วน Acrobat 9 นั้นเป็น PDF 1.7 Adobe Extension Level 3 ซึ่งแม้จะทำงานร่วมกันได้แต่แน่นอนว่าฟีเจอร์บางส่วนผู้ผลิตอื่นๆ จะไม่สามารถทำตาม Adobe ได้ทั้งหมด</p>

<p>นอกจากเรื่องชื่อที่ ISO ย่อมดูเปิดกว้างกว่า Adobe PDF แล้ว การส่งมาตรฐานเข้าไปยัง ISO ยังหมายถึงการยอมให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าใช้สิทธิบัตรที่ผู้ส่งมาตรฐานถืออยู่ในตัวมาตรฐานนั้นอีกด้วย ทำให้ต่อไปโลกซอฟต์แวร์เสรีก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาสิทธิบัตรกันอีกต่อไป</p>

<p>สำหรับเอกสารทั้งหมด <a href="http://www.adobe.com/devnet/pdf/pdf_reference.html">โหลดอ่านได้ฟรีบนเว็บ Adobe</a> ส่วนฉบับที่ส่งให้ ISO นั้นต้อง<a href="http://www.iso.org/iso/iso_catalogue/catalogue_tc/catalogue_detail.htm?csnumber=51502">ซื้อจากทาง ISO</a> เอง</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.appleinsider.com/articles/08/07/02/adobes_pdf_format_now_an_iso_standard.html">Apple Insider</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากผ่านกระบวนการมาจนจบวันนี้ทาง ISO ก็ประกาศรองรับฟอร์แมต PDF 1.7 เข้าเป็นมาตรฐาน ISO 32000-1 อย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้การพัฒนามาตรฐาน PDF นับจากนี้ไปจะกลายเป็นการพัฒนามาตรฐานของวงการไปแทนที่จะเป็นการพัฒนาสินค้าของ Adobe เพียงอย่างเดียว</p>

<p>มาตรฐาน PDF 1.7 นั้นคือฟอร์แมตที่ใช้งานใน Adobe Acrobat 8 ส่วน Acrobat 9 นั้นเป็น PDF 1.7 Adobe Extension Level 3 ซึ่งแม้จะทำงานร่วมกันได้แต่แน่นอนว่าฟีเจอร์บางส่วนผู้ผลิตอื่นๆ จะไม่สามารถทำตาม Adobe ได้ทั้งหมด</p>

<p>นอกจากเรื่องชื่อที่ ISO ย่อมดูเปิดกว้างกว่า Adobe PDF แล้ว การส่งมาตรฐานเข้าไปยัง ISO ยังหมายถึงการยอมให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าใช้สิทธิบัตรที่ผู้ส่งมาตรฐานถืออยู่ในตัวมาตรฐานนั้นอีกด้วย ทำให้ต่อไปโลกซอฟต์แวร์เสรีก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาสิทธิบัตรกันอีกต่อไป</p>

<p>สำหรับเอกสารทั้งหมด <a href="http://www.adobe.com/devnet/pdf/pdf_reference.html">โหลดอ่านได้ฟรีบนเว็บ Adobe</a> ส่วนฉบับที่ส่งให้ ISO นั้นต้อง<a href="http://www.iso.org/iso/iso_catalogue/catalogue_tc/catalogue_detail.htm?csnumber=51502">ซื้อจากทาง ISO</a> เอง</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.appleinsider.com/articles/08/07/02/adobes_pdf_format_now_an_iso_standard.html">Apple Insider</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อินเทลระบุ &quot;CUDA เป็นแค่ประวัติศาสตร์ที่อยู่ในโน้ตใต้หน้าหนังสือ&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8227" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8227</id>
    <published>2008-07-02T20:45:01+07:00</published>
    <updated>2008-07-02T20:45:02+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="High Performance Computing" />
    <category term="intel" />
    <category term="Larrabee" />
    <category term="Nvidia" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สงครามน้ำลายระหว่างอินเทลกับ NVIDIA ยังมีอยู่เรื่อยๆ จากแนวโน้มของสินค้าของทั้งสองบริษัทที่กำลังจะมาทับกันในอนาคตอันใกล้ ทางด้าน NVIDIA นั้นสนับสนุนแพลตฟอร์ม CUDA ที่ใช้การ์ดกราฟิกเพื่อคำนวณเฉพาะด้านที่ให้ความเร็วสูง ส่วนทางอินเทลนั้นมี Larrabee ที่เป็นชิปในสถาปัตยกรรม IA (ทั่วไปเรียกว่า X86) แบบ many-core ที่หมายถึงชิปที่มีปริมาณคอร์มากกว่า 10 คอร์ขึ้นไป</p>

<p>ผู้ที่กล่าวเช่นนี้คือ Pat Gelsinger รองประธานอาวุโสของอินเทล เขาให้เหตุผลสนับสนุนคำกล่าวนี้ว่าเราได้เห็นสถาปัตยกรรมหลายต่อหลายแบบที่สัญญาว่าจะให้ความเร็วกว่าคอมพิวเตอร์แบบทั่วๆ ไปนับสิบเท่า แต่สถาปัตยกรรมเหล่านั้นกลับต้องการรูปแบบใหม่ในการเขียนโปรแกรมที่ต่างไปจากเดิม และยกตัวอย่างเครื่อง PS3 ที่วางตลาดมานับปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีโปรแกรมเมอร์ดึงเอาศักยภาพภายในของมันออกมาได้</p>

<p>Intel Larrabee นั้นเป็นชิปที่รวมเอาคอร์แบบ IA ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แล้วเพิ่มเอาส่วนขยายที่ทำให้สถาปัตยกรรม IA รองรับ API ของกราฟิกเช่น DirectX หรือ OpenGL อย่างเต็มรูปแบบ และได้ความเร็วที่ดีกว่า โดยล่าสุดทางอินเทลได้เดโมเกม Quake 4 รุ่นที่เรนเดอร์แบบ Ray Trace ตามเวลาจริงได้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.custompc.co.uk/news/602868/intel-cuda-will-be-just-a-footnote-in-computing-history.html">CustomPC</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สงครามน้ำลายระหว่างอินเทลกับ NVIDIA ยังมีอยู่เรื่อยๆ จากแนวโน้มของสินค้าของทั้งสองบริษัทที่กำลังจะมาทับกันในอนาคตอันใกล้ ทางด้าน NVIDIA นั้นสนับสนุนแพลตฟอร์ม CUDA ที่ใช้การ์ดกราฟิกเพื่อคำนวณเฉพาะด้านที่ให้ความเร็วสูง ส่วนทางอินเทลนั้นมี Larrabee ที่เป็นชิปในสถาปัตยกรรม IA (ทั่วไปเรียกว่า X86) แบบ many-core ที่หมายถึงชิปที่มีปริมาณคอร์มากกว่า 10 คอร์ขึ้นไป</p>

<p>ผู้ที่กล่าวเช่นนี้คือ Pat Gelsinger รองประธานอาวุโสของอินเทล เขาให้เหตุผลสนับสนุนคำกล่าวนี้ว่าเราได้เห็นสถาปัตยกรรมหลายต่อหลายแบบที่สัญญาว่าจะให้ความเร็วกว่าคอมพิวเตอร์แบบทั่วๆ ไปนับสิบเท่า แต่สถาปัตยกรรมเหล่านั้นกลับต้องการรูปแบบใหม่ในการเขียนโปรแกรมที่ต่างไปจากเดิม และยกตัวอย่างเครื่อง PS3 ที่วางตลาดมานับปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีโปรแกรมเมอร์ดึงเอาศักยภาพภายในของมันออกมาได้</p>

<p>Intel Larrabee นั้นเป็นชิปที่รวมเอาคอร์แบบ IA ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แล้วเพิ่มเอาส่วนขยายที่ทำให้สถาปัตยกรรม IA รองรับ API ของกราฟิกเช่น DirectX หรือ OpenGL อย่างเต็มรูปแบบ และได้ความเร็วที่ดีกว่า โดยล่าสุดทางอินเทลได้เดโมเกม Quake 4 รุ่นที่เรนเดอร์แบบ Ray Trace ตามเวลาจริงได้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.custompc.co.uk/news/602868/intel-cuda-will-be-just-a-footnote-in-computing-history.html">CustomPC</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ออสเตรียออกกฎหมายคิดภาษีรถตามปริมาณคาร์บอน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8219" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8219</id>
    <published>2008-07-02T11:06:33+07:00</published>
    <updated>2008-07-02T12:00:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Austria" />
    <category term="Environment" />
    <category term="Global Warming" />
    <category term="Vienna" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ปรกติแล้วในบ้านเราภาษีรถยนต์จะคิดตามขนาดกระบอกลูกสูบและจำนวนที่นั่งเป็นหลัก แต่ออสเตรียกำลังเริ่มนำร่องการช่วยปัญหาโลกร้อนด้วยการลดภาษีให้กับรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัมต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร และไนโตรเจนออกไซด์น้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร ส่วนรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 180 กรัมต่อกิโลเมตรนั้นจะถูกปรับเป็นเงิน 25 ยูโรต่อคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งกรัมที่ปล่อยเกินมาตรฐาน</p>

<p>นอกจากนี้แล้วเทศบาลเมืองเวียนนายังมีนโยบายสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเงิน 1,000 ยูโรต่อคันอีกด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news134136094.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ปรกติแล้วในบ้านเราภาษีรถยนต์จะคิดตามขนาดกระบอกลูกสูบและจำนวนที่นั่งเป็นหลัก แต่ออสเตรียกำลังเริ่มนำร่องการช่วยปัญหาโลกร้อนด้วยการลดภาษีให้กับรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัมต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร และไนโตรเจนออกไซด์น้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร ส่วนรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 180 กรัมต่อกิโลเมตรนั้นจะถูกปรับเป็นเงิน 25 ยูโรต่อคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งกรัมที่ปล่อยเกินมาตรฐาน</p>

<p>นอกจากนี้แล้วเทศบาลเมืองเวียนนายังมีนโยบายสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเงิน 1,000 ยูโรต่อคันอีกด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news134136094.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Asus ยังดันแบรนด์ Eee ต่อด้วย Eee Monitor</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8218" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8218</id>
    <published>2008-07-02T10:47:56+07:00</published>
    <updated>2008-07-02T10:47:56+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Asus" />
    <category term="Eee PC" />
    <category term="Nettop" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ดูเหมือนความสำเร็จของ Eee PC จะทำให้ Asus เริ่มดันแบรนด์ Eee จนกลายเป็นคอมพิวเตอร์ในบ้านไปแล้ว จากการเปิดตัวทั้ง Netbook และ Nettop หลายต่อหลายรุ่น แต่ภาพหลุดของ Eee Monitor อาจจะแสดงให้เห็นว่า Asus กำลังพยายามดันคอมพิวเตอร์เข้าไปแทนที่ทีวีเข้าแล้วจริงๆ</p>

<p>ในตอนนี้เรายังไม่มีรายละเอียดของ Eee Monitor แต่อย่างใด แต่จากภาพที่เห็นนั้น Eee Monitor จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่รวมกับจอภาพแบบเดียวกับ iMac ที่น่าสนใจกว่านั้นสักหน่อยคงเป็นเรื่องของระบบเสียงที่ใช้ของบริษัท Denon</p>

<p>ราคายังไม่ยืนยัน แต่ในที่มาข่าวมีภาพให้เห็นกันเกือบทุกมุม (มันหลุดหรือแอบปล่อยเองไม่รู้ได้) แต่หวังว่ามันจะถูกกว่า iMac มากๆ หน่อย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.laptopmag.com/add-another-to-the-eee-family-eee-monitor-revealed">LaptopMag</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ดูเหมือนความสำเร็จของ Eee PC จะทำให้ Asus เริ่มดันแบรนด์ Eee จนกลายเป็นคอมพิวเตอร์ในบ้านไปแล้ว จากการเปิดตัวทั้ง Netbook และ Nettop หลายต่อหลายรุ่น แต่ภาพหลุดของ Eee Monitor อาจจะแสดงให้เห็นว่า Asus กำลังพยายามดันคอมพิวเตอร์เข้าไปแทนที่ทีวีเข้าแล้วจริงๆ</p>

<p>ในตอนนี้เรายังไม่มีรายละเอียดของ Eee Monitor แต่อย่างใด แต่จากภาพที่เห็นนั้น Eee Monitor จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่รวมกับจอภาพแบบเดียวกับ iMac ที่น่าสนใจกว่านั้นสักหน่อยคงเป็นเรื่องของระบบเสียงที่ใช้ของบริษัท Denon</p>

<p>ราคายังไม่ยืนยัน แต่ในที่มาข่าวมีภาพให้เห็นกันเกือบทุกมุม (มันหลุดหรือแอบปล่อยเองไม่รู้ได้) แต่หวังว่ามันจะถูกกว่า iMac มากๆ หน่อย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.laptopmag.com/add-another-to-the-eee-family-eee-monitor-revealed">LaptopMag</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>นาซ่าเริ่มวิจัยการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศในอวกาศ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8216" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8216</id>
    <published>2008-07-02T01:44:29+07:00</published>
    <updated>2008-07-02T01:44:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="NASA" />
    <category term="Research" />
    <category term="Space" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงการพยากรณ์อากาศ เราคงคิดถึงฝนตกหรือแดดออกกันเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วสภาพภูมิอากาศในอวกาศก็มีผลต่อชีวิตของเราไม่น้อย โดยเฉพาะลมสุริยะ (Solar Wind) ที่มีผลต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและเคยเป็นต้นเหตุให้ไฟดับในแคนาดากว่าเก้าชั่วโมงในปี 1989 สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล ตอนนี้นาซ่าจึงเริ่มโครงการ Solar Shield ที่จะวิจัยสร้างโมเดลในคอมพิวเตอร์เพื่อพยากรณ์สภาพลมสุริยะ</p>

<p>โครงการนี้อาศัยข้อมูลดิบจากดาวเทียม <a href="http://sohowww.nascom.nasa.gov/">SOHO</a> และโครงการ Advanced Composition Explorer (ACE) และมีเป้าหมายที่จะพยากรณ์ในสองระดับคือระยะยาวหนึ่งถึงสองวัน และระยะสั้นประมาณครึ่งชั่วโมง</p>

<p>โครงการนี้อยู่ในขั้นการทดสอบและประเมินผล คาดว่าหลังจากใช้งานได้แล้วเราอาจจะเห็นหน่วยงานอื่นมารับผิดชอบการพยากรณ์ต่อไป</p>

<p>&#8220;พยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้ กรุงเทพฯ มีเมฆมาก ฝนตกโดยทั่วไป และลมสุริยะแรงมาก ควรพกร่ม และปิดคอมพิวเตอร์ก่อนออกจากบ้าน&#8221;</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news134138203.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงการพยากรณ์อากาศ เราคงคิดถึงฝนตกหรือแดดออกกันเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วสภาพภูมิอากาศในอวกาศก็มีผลต่อชีวิตของเราไม่น้อย โดยเฉพาะลมสุริยะ (Solar Wind) ที่มีผลต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและเคยเป็นต้นเหตุให้ไฟดับในแคนาดากว่าเก้าชั่วโมงในปี 1989 สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล ตอนนี้นาซ่าจึงเริ่มโครงการ Solar Shield ที่จะวิจัยสร้างโมเดลในคอมพิวเตอร์เพื่อพยากรณ์สภาพลมสุริยะ</p>

<p>โครงการนี้อาศัยข้อมูลดิบจากดาวเทียม <a href="http://sohowww.nascom.nasa.gov/">SOHO</a> และโครงการ Advanced Composition Explorer (ACE) และมีเป้าหมายที่จะพยากรณ์ในสองระดับคือระยะยาวหนึ่งถึงสองวัน และระยะสั้นประมาณครึ่งชั่วโมง</p>

<p>โครงการนี้อยู่ในขั้นการทดสอบและประเมินผล คาดว่าหลังจากใช้งานได้แล้วเราอาจจะเห็นหน่วยงานอื่นมารับผิดชอบการพยากรณ์ต่อไป</p>

<p>&#8220;พยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้ กรุงเทพฯ มีเมฆมาก ฝนตกโดยทั่วไป และลมสุริยะแรงมาก ควรพกร่ม และปิดคอมพิวเตอร์ก่อนออกจากบ้าน&#8221;</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news134138203.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>บริษัทญี่ปุ่นเริ่มเปิดให้บริการ &quot;แต่งงานในอวกาศ&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8213" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8213</id>
    <published>2008-07-02T00:05:59+07:00</published>
    <updated>2008-07-02T01:46:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Japan" />
    <category term="Space" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>บ้านเรามีบริการจัดงานแต่งงานใต้ทะเลกันมาหลายปี และทั่วโลกก็มีตลาดใหม่สำหรับการจัดงานแต่งงานในแบบที่ไม่ซ้ำใครกันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ล่าสุดบริษัท First Advantage จากประเทศญี่ปุ่นก็ประกาศรับจัดงานแต่งงานบนอวกาศกันแล้ว โดยใช้เทคโนโลยีจรวดของบริษัทในสหรัฐฯ และยิงขึ้นจากฐานปล่อยจรวดส่วนตัวที่เมืองโอกลาโฮมา</p>

<p>แต่ถ้าใครกำลังทำงานเก็บเงินไปขอแฟนแต่งงานบนอวกาศจริงๆ อาจจะต้องพิจารณาดีๆ เพราะงานนี้จรวดที่ใช้นั้นเป็นจรวดขนาดเล็กที่ขึ้นไปได้เพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ได้ไปโคจรรอบโลกแต่อย่างใด แต่คู่บ่าวสาวก็จะมีเวลาสามนาทีในสภาวะไร้น้ำหนัก พอที่จะกล่าวคำปฏิญาณและใช้เวลาดูวิวกันก่อนที่จรวดจะตกกลับลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก</p>

<p>ราคาเริ่มต้นเพียง 240 ล้านเยน หรือประมาณ 80 ล้านบาทเท่านั้น แถมยังพาแขกขึ้นไปร่วมงานได้อีกสามคน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news134110127.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>บ้านเรามีบริการจัดงานแต่งงานใต้ทะเลกันมาหลายปี และทั่วโลกก็มีตลาดใหม่สำหรับการจัดงานแต่งงานในแบบที่ไม่ซ้ำใครกันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ล่าสุดบริษัท First Advantage จากประเทศญี่ปุ่นก็ประกาศรับจัดงานแต่งงานบนอวกาศกันแล้ว โดยใช้เทคโนโลยีจรวดของบริษัทในสหรัฐฯ และยิงขึ้นจากฐานปล่อยจรวดส่วนตัวที่เมืองโอกลาโฮมา</p>

<p>แต่ถ้าใครกำลังทำงานเก็บเงินไปขอแฟนแต่งงานบนอวกาศจริงๆ อาจจะต้องพิจารณาดีๆ เพราะงานนี้จรวดที่ใช้นั้นเป็นจรวดขนาดเล็กที่ขึ้นไปได้เพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ได้ไปโคจรรอบโลกแต่อย่างใด แต่คู่บ่าวสาวก็จะมีเวลาสามนาทีในสภาวะไร้น้ำหนัก พอที่จะกล่าวคำปฏิญาณและใช้เวลาดูวิวกันก่อนที่จรวดจะตกกลับลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก</p>

<p>ราคาเริ่มต้นเพียง 240 ล้านเยน หรือประมาณ 80 ล้านบาทเท่านั้น แถมยังพาแขกขึ้นไปร่วมงานได้อีกสามคน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news134110127.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Asus เตรียมวางตลาด Eee PC อีกสามรุ่น?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8208" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8208</id>
    <published>2008-07-01T10:17:08+07:00</published>
    <updated>2008-07-01T11:01:49+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Asus" />
    <category term="Eee PC" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ความสำเร็จของ Eee PC ยังคงผลักดันให้ Asus เปิดสินค้าใหม่ๆ ในตระกูลนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น Eee PC 1000 ขนาดจอสิบนิ้วที่ยังไม่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย แต่ล่าสุดก็มีข่าวลือออกมาหนาหูว่า Asus กำลังจะวางตลาด Eee PC เพิ่มเติมอีกถึง 3 รุ่นในคราวเดียวคือรุ่น 903, 904, และ 905 ตามลำดับ</p>

<p>ยังไม่มีข้อมูลว่าทั้งสามรุ่นจะต่างกันอย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือทั้งสามรุ่นจะมีคีย์บอร์ดที่ใหญ่กว่าเดิม โดยจะเป็นการเอาคีย์บอร์ดและตัวถังของรุ่น Eee PC 1000 มาใส่หน้าจอ 8.9 นิ้ว (<a href="http://flickr.com/photos/22046787@N03/sets/72157605899705389/">ดูภาพ</a>) ผมดูภาพแล้วก็คิดว่ามันออกจะเหมือนกับ HP Mini-Note อยู่พอตัวทีเดียว (แต่จออาจจะความละเอียดต่ำกว่า)</p>

<p>ราคายังไม่ยืนยัน (จริงๆ ยังไม่ยืนยันเลยว่า Asus มีรุ่นนี้จริงหรือไม่) แต่คาดว่าน่าจะอยู่ประมาณ 600 ดอลลาร์ พอๆ กับ Eee PC 1000</p>

<p>ว่าแต่ใครจอง Eee PC 901 ใน Commart ไปแล้วบ้างเนี่ย?</p>

<p>ที่มา - <a href="http://feeds.engadget.com/~r/weblogsinc/engadget/~3/323623657/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ความสำเร็จของ Eee PC ยังคงผลักดันให้ Asus เปิดสินค้าใหม่ๆ ในตระกูลนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น Eee PC 1000 ขนาดจอสิบนิ้วที่ยังไม่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย แต่ล่าสุดก็มีข่าวลือออกมาหนาหูว่า Asus กำลังจะวางตลาด Eee PC เพิ่มเติมอีกถึง 3 รุ่นในคราวเดียวคือรุ่น 903, 904, และ 905 ตามลำดับ</p>

<p>ยังไม่มีข้อมูลว่าทั้งสามรุ่นจะต่างกันอย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือทั้งสามรุ่นจะมีคีย์บอร์ดที่ใหญ่กว่าเดิม โดยจะเป็นการเอาคีย์บอร์ดและตัวถังของรุ่น Eee PC 1000 มาใส่หน้าจอ 8.9 นิ้ว (<a href="http://flickr.com/photos/22046787@N03/sets/72157605899705389/">ดูภาพ</a>) ผมดูภาพแล้วก็คิดว่ามันออกจะเหมือนกับ HP Mini-Note อยู่พอตัวทีเดียว (แต่จออาจจะความละเอียดต่ำกว่า)</p>

<p>ราคายังไม่ยืนยัน (จริงๆ ยังไม่ยืนยันเลยว่า Asus มีรุ่นนี้จริงหรือไม่) แต่คาดว่าน่าจะอยู่ประมาณ 600 ดอลลาร์ พอๆ กับ Eee PC 1000</p>

<p>ว่าแต่ใครจอง Eee PC 901 ใน Commart ไปแล้วบ้างเนี่ย?</p>

<p>ที่มา - <a href="http://feeds.engadget.com/~r/weblogsinc/engadget/~3/323623657/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>TechCrunch แบนสำนักข่าว AP</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8200" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8200</id>
    <published>2008-06-30T10:57:20+07:00</published>
    <updated>2008-06-30T15:10:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="AP" />
    <category term="Copyright" />
    <category term="Intellectual Property" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>มีข้อพิพาทจากสำนักข่าว AP ที่<a href="http://techdirt.com/articles/20080613/0117561394.shtml">ไล่ฟ้องบล็อกเกอร์หลายต่อหลายรายในอินเทอร์เน็ตจากการลิงก์ข่าวไปยังเว็บในเครือของเอพีและอ้างอิงเนื้อข่าวสั้นๆ</a> โดยระบุว่าแม้จะเป็นการใช้เนื้อความเพียงสั้นๆ จากข่าวด่วนนั้นก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่อาจจะถือเป็นการใช้งานอย่างเป็นธรรม (Fair Use - ข้ออนุญาตให้ใช้งานที่มีสิขสิทธิ์โดยไม่ต้องขออนุญาต มีระบุไว้ในกฏหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ)</p>

<p>กรณีที่เกิดขึ้นนี้ AP ได้ยื่นขอความคุ้มครองให้มีการถอนบทความจากเว็บจำนวนเจ็ดเว็บ โดยในจำนวนนี้หกเว็บมีการใช้งานเนื้อข่าวของ AP อยู่ที่ 33 ถึง 79 คำ</p>

<p>งานนี้ทาง TechCrunch ซึ่งมีผู้รับ Feed กว่าเจ็ดแสนคนทั่วโลกได้ออกแถลงท่าทีของตนเองต่อเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะอ้างสิทธิมากกว่าที่กฏหมายระบุไว้ ทาง TechCrunch จึงประกาศว่าจะไม่มีการอ้างถึง, กล่าวถึง, หรือลิงก์ใดๆ ไปยังข่าวของสำนักข่าว AP อีกต่อไป และยังสนับสนุนให้บล็อกเกอร์คนอื่นๆ ทำเช่นเดียวกัน</p>

<p>ก่อนหน้านี้กรณีคล้ายๆ กันคือสำนักข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/635">AFP ที่ฟ้องต่อ Google News</a> ที่นำข่าวและหัวข่าวของตนไปใช้งาน และคดีจบลงที่การตกลงกันนอกศาล</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/16/heres-our-new-policy-on-ap-stories-theyre-banned/">TechCrunch</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>มีข้อพิพาทจากสำนักข่าว AP ที่<a href="http://techdirt.com/articles/20080613/0117561394.shtml">ไล่ฟ้องบล็อกเกอร์หลายต่อหลายรายในอินเทอร์เน็ตจากการลิงก์ข่าวไปยังเว็บในเครือของเอพีและอ้างอิงเนื้อข่าวสั้นๆ</a> โดยระบุว่าแม้จะเป็นการใช้เนื้อความเพียงสั้นๆ จากข่าวด่วนนั้นก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่อาจจะถือเป็นการใช้งานอย่างเป็นธรรม (Fair Use - ข้ออนุญาตให้ใช้งานที่มีสิขสิทธิ์โดยไม่ต้องขออนุญาต มีระบุไว้ในกฏหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ)</p>

<p>กรณีที่เกิดขึ้นนี้ AP ได้ยื่นขอความคุ้มครองให้มีการถอนบทความจากเว็บจำนวนเจ็ดเว็บ โดยในจำนวนนี้หกเว็บมีการใช้งานเนื้อข่าวของ AP อยู่ที่ 33 ถึง 79 คำ</p>

<p>งานนี้ทาง TechCrunch ซึ่งมีผู้รับ Feed กว่าเจ็ดแสนคนทั่วโลกได้ออกแถลงท่าทีของตนเองต่อเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะอ้างสิทธิมากกว่าที่กฏหมายระบุไว้ ทาง TechCrunch จึงประกาศว่าจะไม่มีการอ้างถึง, กล่าวถึง, หรือลิงก์ใดๆ ไปยังข่าวของสำนักข่าว AP อีกต่อไป และยังสนับสนุนให้บล็อกเกอร์คนอื่นๆ ทำเช่นเดียวกัน</p>

<p>ก่อนหน้านี้กรณีคล้ายๆ กันคือสำนักข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/635">AFP ที่ฟ้องต่อ Google News</a> ที่นำข่าวและหัวข่าวของตนไปใช้งาน และคดีจบลงที่การตกลงกันนอกศาล</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/16/heres-our-new-policy-on-ap-stories-theyre-banned/">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปีนี้น้ำแข็งอาจจะหายไปจากขั้วโลกเหนือ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8189" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8189</id>
    <published>2008-06-28T23:09:50+07:00</published>
    <updated>2008-06-28T23:21:01+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Environment" />
    <category term="Global Warming" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ และในปีนี้นักวิทยาศาสตร์คาดกันว่ามีโอกาสครึ่งครึ่งที่เราจะพบว่าที่จุดขั้วโลกเหนือจะมีช่วงเวลาที่กลายเป็นทะเลเปิดโดยไม่มีน้ำแข็งปกคลุมคามปรกติ</p>

<p>น้ำแข็งชั้วโลกมีการละลายอยู่เป็นเรื่องปรกติ แต่การละลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในปีที่แล้วทะเลเปิดนั้นห่างออกไปจากจุดขั้วโลกเหนือเพียง 700 ไมล์เท่านั้น และในปีนี้หากสภาพอากาศและลมเป็นใจแล้ว เราก็อาจจะมีโอกาสได้เห็นทะเลเปิดเข้าไปถึงจุดขั้วโลก</p>

<p>ในเว็บที่มาที่ข้อมูลแสดงพื้นที่น้ำแข็งที่เก็บจากดาวเทียมมาให้ดูกันว่าภาพที่น้ำแข็งกำลังลดลงนั้นเป็นอย่างไรด้วยครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.independent.co.uk/environment/climate-change/exclusive-no-ice-at-the-north-pole-855406.html">The Independent</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ และในปีนี้นักวิทยาศาสตร์คาดกันว่ามีโอกาสครึ่งครึ่งที่เราจะพบว่าที่จุดขั้วโลกเหนือจะมีช่วงเวลาที่กลายเป็นทะเลเปิดโดยไม่มีน้ำแข็งปกคลุมคามปรกติ</p>

<p>น้ำแข็งชั้วโลกมีการละลายอยู่เป็นเรื่องปรกติ แต่การละลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในปีที่แล้วทะเลเปิดนั้นห่างออกไปจากจุดขั้วโลกเหนือเพียง 700 ไมล์เท่านั้น และในปีนี้หากสภาพอากาศและลมเป็นใจแล้ว เราก็อาจจะมีโอกาสได้เห็นทะเลเปิดเข้าไปถึงจุดขั้วโลก</p>

<p>ในเว็บที่มาที่ข้อมูลแสดงพื้นที่น้ำแข็งที่เก็บจากดาวเทียมมาให้ดูกันว่าภาพที่น้ำแข็งกำลังลดลงนั้นเป็นอย่างไรด้วยครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.independent.co.uk/environment/climate-change/exclusive-no-ice-at-the-north-pole-855406.html">The Independent</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำเกยตื้นหาดที่จังหวัดภูเก็ตสามสิบตัว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8188" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8188</id>
    <published>2008-06-28T22:54:44+07:00</published>
    <updated>2008-06-29T20:29:22+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Environment" />
    <category term="Thailand" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำสามสิบตัวขึ้นมาเกยตื้นที่หาดบนเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต แต่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รีสอร์ทบริเวณใกล้เคียงจนสามารถกลับลงทะเลได้ 29 ตัวและช๊อกจนเสียชีวิตไปหนึ่งตัว</p>

<p>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำกลุ่มนี้มความยาวลำตัวตั้งแต่ 2.6 ถึง 4 เมตร สำหรับสาเหตุการเกยตื้นนั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคลื่นลมแรงทำให้ฝูงปลาวาฬถูกคลื่นซัด หรือคลื่นโซนาร์ที่ปลาวาฬใช้ในการนำทางนั้นผิดพลาด</p>

<p>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์จำพวกเดียวกันปลาโลมา และไม่ดุร้ายเหมือนปลาวาฬเพชฌฆาตแต่อย่างใด</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news133795247.html">PhysOrg</a>, <a href="http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOekk0TURZMU1RPT0=">ข่าวสด</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำสามสิบตัวขึ้นมาเกยตื้นที่หาดบนเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต แต่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รีสอร์ทบริเวณใกล้เคียงจนสามารถกลับลงทะเลได้ 29 ตัวและช๊อกจนเสียชีวิตไปหนึ่งตัว</p>

<p>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำกลุ่มนี้มความยาวลำตัวตั้งแต่ 2.6 ถึง 4 เมตร สำหรับสาเหตุการเกยตื้นนั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคลื่นลมแรงทำให้ฝูงปลาวาฬถูกคลื่นซัด หรือคลื่นโซนาร์ที่ปลาวาฬใช้ในการนำทางนั้นผิดพลาด</p>

<p>ปลาวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์จำพวกเดียวกันปลาโลมา และไม่ดุร้ายเหมือนปลาวาฬเพชฌฆาตแต่อย่างใด</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news133795247.html">PhysOrg</a>, <a href="http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOekk0TURZMU1RPT0=">ข่าวสด</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อหิวาต์ระบาดหนักในเวียดนาม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8175" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8175</id>
    <published>2008-06-27T18:59:10+07:00</published>
    <updated>2008-06-27T18:59:10+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Health.Outbreak" />
    <category term="Medical" />
    <category term="Vietnam" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เวียดนามกำลังประสบปัญหาด้านสาธารณสุขครั้งใหม่จากอหิวาตกโรคที่ระบาดไปถึง 16 เริ่มจากฮานอย ไปยังเมืองโฮจิมินต์ โดยนับแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมามีผู้ป่วยอหิวาต์แล้วถึง 600 ราย</p>

<p>เวียดนามประสบกับโรคระบาดถึงสามครั้งในปีที่แล้ว องค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนว่าเวียดนามควรจะปรับปรุงระบบสาธารณสุขตลอดจนระบบาธารณนูปโภคให้ถูกสุขอนามัยยิ่งขึ้น</p>

<p>ประเด็นที่น่ากลัวเกี่ยวกับอหิวาต์คือเมื่อมันแพร่กระจายไปในสิ่งแวดล้อมแล้วจะกำจัดให้หายไปได้ยากมาก</p>

<p>ผมไปเที่ยวมาเมื่อต้นปี อนามัยของเวียดนามก็มีปัญหาจริงๆ ล่ะครับ โครงการห้องน้ำสะอาดทั่วประเทศของไทยที่ทำเมืองไทยน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news133770641.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เวียดนามกำลังประสบปัญหาด้านสาธารณสุขครั้งใหม่จากอหิวาตกโรคที่ระบาดไปถึง 16 เริ่มจากฮานอย ไปยังเมืองโฮจิมินต์ โดยนับแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมามีผู้ป่วยอหิวาต์แล้วถึง 600 ราย</p>

<p>เวียดนามประสบกับโรคระบาดถึงสามครั้งในปีที่แล้ว องค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนว่าเวียดนามควรจะปรับปรุงระบบสาธารณสุขตลอดจนระบบาธารณนูปโภคให้ถูกสุขอนามัยยิ่งขึ้น</p>

<p>ประเด็นที่น่ากลัวเกี่ยวกับอหิวาต์คือเมื่อมันแพร่กระจายไปในสิ่งแวดล้อมแล้วจะกำจัดให้หายไปได้ยากมาก</p>

<p>ผมไปเที่ยวมาเมื่อต้นปี อนามัยของเวียดนามก็มีปัญหาจริงๆ ล่ะครับ โครงการห้องน้ำสะอาดทั่วประเทศของไทยที่ทำเมืองไทยน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.physorg.com/news133770641.html">PhysOrg</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>บอร์ด ICANN อนุมัติกฎการจะทะเบียน TLDs แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8172" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8172</id>
    <published>2008-06-27T11:41:18+07:00</published>
    <updated>2008-06-27T13:30:21+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="ICANN" />
    <category term="Internet" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>กระแสดอทคอมที่มีมายาวนานนับแต่เริ่มต้นอินเทอร์เน็ตอาจจะกำลังจบลง เมื่อทาง ICANN ได้มีมติอนุมัติกฎการขอขึ้นทะเบียน gTLDs (generic Top Level Domains) ชุดใหม่ที่จะเปิดทางให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้าง TLDs ขึ้นมาใช้งานได้ด้วยตนเอง</p>

<p>ทุกวันนี้การเปิด TLDS ใหม่ทั้งหมดจะเป็นการตัดสินใจที่มาจาก ICANN หลายๆ โดเมนมีคำถามกันต่อเนื่อง อย่างเช่น .th ที่มีหลายคนในเว็บนี้บ่นๆ กัน หรือจะเป็น .asia ที่เพิ่งเปิดใหม่ ด้วยกฎใหม่นี้เราอาจจะกำลังได้เห็น thinkpad.ibm หรือ mail.google กระทั่ง ubuntu.linux ในอนาคต</p>

<p>ก่อนหน้านี้ ICANN ต้องรับผิดชอบการเปิด TLDs ใหม่ๆ ทั้งหมด ทำให้หลายๆ TLDs ไม่สามารถเปิดใช้งานได้เช่น .xxx</p>

<p>พร้อมๆ กันนี้ยังมีการอนุมัติ IDN หรือการใช้ชื่อโดเมนในภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษออกมาด้วย โดยช่วงแรกจะจำกัดเฉพาะบางภาษาเท่านั้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.networkworld.com/news/2008/062608-board-opens-way-for-new.html">Network World</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>กระแสดอทคอมที่มีมายาวนานนับแต่เริ่มต้นอินเทอร์เน็ตอาจจะกำลังจบลง เมื่อทาง ICANN ได้มีมติอนุมัติกฎการขอขึ้นทะเบียน gTLDs (generic Top Level Domains) ชุดใหม่ที่จะเปิดทางให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้าง TLDs ขึ้นมาใช้งานได้ด้วยตนเอง</p>

<p>ทุกวันนี้การเปิด TLDS ใหม่ทั้งหมดจะเป็นการตัดสินใจที่มาจาก ICANN หลายๆ โดเมนมีคำถามกันต่อเนื่อง อย่างเช่น .th ที่มีหลายคนในเว็บนี้บ่นๆ กัน หรือจะเป็น .asia ที่เพิ่งเปิดใหม่ ด้วยกฎใหม่นี้เราอาจจะกำลังได้เห็น thinkpad.ibm หรือ mail.google กระทั่ง ubuntu.linux ในอนาคต</p>

<p>ก่อนหน้านี้ ICANN ต้องรับผิดชอบการเปิด TLDs ใหม่ๆ ทั้งหมด ทำให้หลายๆ TLDs ไม่สามารถเปิดใช้งานได้เช่น .xxx</p>

<p>พร้อมๆ กันนี้ยังมีการอนุมัติ IDN หรือการใช้ชื่อโดเมนในภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษออกมาด้วย โดยช่วงแรกจะจำกัดเฉพาะบางภาษาเท่านั้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.networkworld.com/news/2008/062608-board-opens-way-for-new.html">Network World</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>บททดสอบสงครามบราวเซอร์รอบใหม่ Firefox 3 ชนะเลิศด้านการใช้หน่วยความจำ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8160" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8160</id>
    <published>2008-06-26T00:14:31+07:00</published>
    <updated>2008-06-26T00:14:31+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Firefox" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Open Source" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>คำถามว่าบราวเซอร์ตัวไหนดีที่สุดคงเป็นคำถามที่ถามกันมานับสิบปีตั้งแต่สงครามบราวเซอร์รอบแรกที่แข่งกันเรื่องของฟีเจอร์ (ตัวกระพริบ, อักษรวิ่ง, ฯลฯ) จนสมรภูมิที่ผ่านก็เป็นเรื่องของการรองรับมาตรฐานที่บราวเซอร์แต่ละตัวพากันจูงมือผ่านมาตรฐาน Acid2 กันเป็นการใหญ่ และกำลังเร่งให้ผ่าน Acid3 กันครบถ้วนในอนาคต</p>

<p>แต่สงครามรอบล่าสุดคงต้องยกให้กับเรื่องของความเร็วและการใช้หน่วยความจำเพราะเบราเซอร์กำลังถูกใช้งานในอุปกรณ์ขนาดเล็กลงไม่ว่าจะเป็น Netbook, Nettop, MID, หรือโทรศัพท์มือถือ ปัญหาคือเราไม่มีมาตรฐานกลางในการวัดการใช้หน่วยความจำแต่อย่างใด เพราะบราวเซอร์บางตัวก็สามารถเรนเดอร์บางเว็บได้ดี และบางเว็บได้ไม่ดีนักต่างกันไป</p>

<p>นาย Sam Allen แห่ง Dot Net Perls จึงเขียนโปรแกรมขึ้นมาจับขนาดหน่วยความจำของบราวเซอร์ที่เขากำลังใช้งาน โดยใช้งานทุกบราวเซอร์ทีละสามชั่วโมงแล้วพล็อตเป็นกราฟขึ้นมา</p>

<p>ผลทดสอบออกมาค่อนข้างน่าประทับใจมากสำหรับ Firefox 3 ที่ใช้งานหน่วยความจำเพียงประมาณร้อยเมกกะไบต์นิดๆ เท่านั้น และขนาดหน่วยความจำนี้ยังค่อนข้างคงที่ตลอดการทดสอบ ส่วนที่น่าผิดหวังไปสักหน่อยคือ Safari ที่กินหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนชั่วโมงที่สามนั้นกินไปถึงกว่าหกร้อยเมกกะไบต์ แย่กว่า IE8 Beta ใช้เกือบๆ สองร้อยเมกกะไบต์ไปถึงสามเท่าตัว</p>

<p>การทดสอบนี้อาศัยการใช้งานจริงของนาย Sam Allen เองและเขาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเขาใช้งานแต่ละบราวเซอร์ต่างกันอย่างไรบ้าง ดังนั้นแล้วการทดสอบนี้อาจจะมีความลำเอียงไปบ้าง แต่เท่าที่ใช้งานมาตัวผมเองก็ได้ประมาณนี้เหมือนกัน</p>

<p>เสียดายที่ตัวโปรแกรมทดสอบไม่โอเพนซอร์ส ไม่งั้นน่าจะเอามาทดสอบมาโชว์กัน (ว่าแล้วก็เขียนเองดีกว่า)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://dotnetperls.com/Content/Browser-Memory.aspx">Dot Net Perls</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>คำถามว่าบราวเซอร์ตัวไหนดีที่สุดคงเป็นคำถามที่ถามกันมานับสิบปีตั้งแต่สงครามบราวเซอร์รอบแรกที่แข่งกันเรื่องของฟีเจอร์ (ตัวกระพริบ, อักษรวิ่ง, ฯลฯ) จนสมรภูมิที่ผ่านก็เป็นเรื่องของการรองรับมาตรฐานที่บราวเซอร์แต่ละตัวพากันจูงมือผ่านมาตรฐาน Acid2 กันเป็นการใหญ่ และกำลังเร่งให้ผ่าน Acid3 กันครบถ้วนในอนาคต</p>

<p>แต่สงครามรอบล่าสุดคงต้องยกให้กับเรื่องของความเร็วและการใช้หน่วยความจำเพราะเบราเซอร์กำลังถูกใช้งานในอุปกรณ์ขนาดเล็กลงไม่ว่าจะเป็น Netbook, Nettop, MID, หรือโทรศัพท์มือถือ ปัญหาคือเราไม่มีมาตรฐานกลางในการวัดการใช้หน่วยความจำแต่อย่างใด เพราะบราวเซอร์บางตัวก็สามารถเรนเดอร์บางเว็บได้ดี และบางเว็บได้ไม่ดีนักต่างกันไป</p>

<p>นาย Sam Allen แห่ง Dot Net Perls จึงเขียนโปรแกรมขึ้นมาจับขนาดหน่วยความจำของบราวเซอร์ที่เขากำลังใช้งาน โดยใช้งานทุกบราวเซอร์ทีละสามชั่วโมงแล้วพล็อตเป็นกราฟขึ้นมา</p>

<p>ผลทดสอบออกมาค่อนข้างน่าประทับใจมากสำหรับ Firefox 3 ที่ใช้งานหน่วยความจำเพียงประมาณร้อยเมกกะไบต์นิดๆ เท่านั้น และขนาดหน่วยความจำนี้ยังค่อนข้างคงที่ตลอดการทดสอบ ส่วนที่น่าผิดหวังไปสักหน่อยคือ Safari ที่กินหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนชั่วโมงที่สามนั้นกินไปถึงกว่าหกร้อยเมกกะไบต์ แย่กว่า IE8 Beta ใช้เกือบๆ สองร้อยเมกกะไบต์ไปถึงสามเท่าตัว</p>

<p>การทดสอบนี้อาศัยการใช้งานจริงของนาย Sam Allen เองและเขาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเขาใช้งานแต่ละบราวเซอร์ต่างกันอย่างไรบ้าง ดังนั้นแล้วการทดสอบนี้อาจจะมีความลำเอียงไปบ้าง แต่เท่าที่ใช้งานมาตัวผมเองก็ได้ประมาณนี้เหมือนกัน</p>

<p>เสียดายที่ตัวโปรแกรมทดสอบไม่โอเพนซอร์ส ไม่งั้นน่าจะเอามาทดสอบมาโชว์กัน (ว่าแล้วก็เขียนเองดีกว่า)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://dotnetperls.com/Content/Browser-Memory.aspx">Dot Net Perls</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
