<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>pawinpawin's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/2719"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/2719/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/2719/atom/feed</id>
  <updated>2008-11-02T09:51:40+07:00</updated>
  <entry>
    <title>นิตยสาร PC Magazine จะไม่มีแบบกระดาษอีกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9661" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9661</id>
    <published>2008-11-20T09:56:24+07:00</published>
    <updated>2008-11-20T10:06:50+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Magazine" />
    <category term="online" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หากกล่าวถึง <a href="http://www.pcmag.com/">PC Magazine</a> ทุกคนคงจะรู้จักดี เนื่องจากนิตยสารดังกล่าวเป็นหนึ่งในสื่อแรกๆ (ตั้งแต่ปีค.ศ. 1982) เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง และมีการขายลิขสิทธิ์ออกไปยังหลายประเทศ (รวมถึงประเทศไทยด้วย) แต่วันนี้บริษัท Ziff Davis เจ้าของ PC Magazine ได้ออกมาประกาศว่าจะไม่ผลิตนิตยสาร PC Magazine แบบกระดาษอีกต่อไปแล้ว และจะหันมาเอาดีทางด้านออนไลน์แทน</p>

<p>Jason Young ผู้บริหารของบริษัทออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการยกเลิกผลิตนิตยสารแบบกระดาษว่า รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทในตอนนี้กว่า 70% มาจากบริการออนไลน์ และนอกจากนี้ราคากระดาษเองก็สูงขึ้นด้วย เขายังกล่าวอีกว่าถึงแม้ในปีนี้นิตยสารแบบกระดาษยังทำกำไรได้ แต่เขาไม่มั่นใจว่าในปีหน้าจะยังทำกำไรได้อีกหรือไม่</p>

<p>ฉบับสุดท้ายของ PC Magazine แบบกระดาษที่จะมีคือฉบับเดือนมกราคม 2009</p>

<p>ไม่รู้ว่านิตยสารฉบับภาษาไทยจะหายตามไปด้วยหรือเปล่า (เอ๊ะ ยังมีคนซื้อนิตยสารคอมพิวเตอร์อยู่บ้างไหมครับเนี่ย)</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.nytimes.com/2008/11/20/business/media/20mag.html">The New York Times</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หากกล่าวถึง <a href="http://www.pcmag.com/">PC Magazine</a> ทุกคนคงจะรู้จักดี เนื่องจากนิตยสารดังกล่าวเป็นหนึ่งในสื่อแรกๆ (ตั้งแต่ปีค.ศ. 1982) เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง และมีการขายลิขสิทธิ์ออกไปยังหลายประเทศ (รวมถึงประเทศไทยด้วย) แต่วันนี้บริษัท Ziff Davis เจ้าของ PC Magazine ได้ออกมาประกาศว่าจะไม่ผลิตนิตยสาร PC Magazine แบบกระดาษอีกต่อไปแล้ว และจะหันมาเอาดีทางด้านออนไลน์แทน</p>

<p>Jason Young ผู้บริหารของบริษัทออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการยกเลิกผลิตนิตยสารแบบกระดาษว่า รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทในตอนนี้กว่า 70% มาจากบริการออนไลน์ และนอกจากนี้ราคากระดาษเองก็สูงขึ้นด้วย เขายังกล่าวอีกว่าถึงแม้ในปีนี้นิตยสารแบบกระดาษยังทำกำไรได้ แต่เขาไม่มั่นใจว่าในปีหน้าจะยังทำกำไรได้อีกหรือไม่</p>

<p>ฉบับสุดท้ายของ PC Magazine แบบกระดาษที่จะมีคือฉบับเดือนมกราคม 2009</p>

<p>ไม่รู้ว่านิตยสารฉบับภาษาไทยจะหายตามไปด้วยหรือเปล่า (เอ๊ะ ยังมีคนซื้อนิตยสารคอมพิวเตอร์อยู่บ้างไหมครับเนี่ย)</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.nytimes.com/2008/11/20/business/media/20mag.html">The New York Times</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>USB 3.0 มาแล้ว!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9627" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9627</id>
    <published>2008-11-18T14:03:25+07:00</published>
    <updated>2008-11-18T14:16:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="USB" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง หลังจาก<a href="http://www.blognone.com/node/5859">ร่างแบบ</a>และ<a href="http://www.blognone.com/node/8046">ถกเถียง</a>กันมานาน วันนี้ USB 3 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยอุปกรณ์ USB 3.0 หรือ SuperSpeed USB (USB 2.0 คือ Hi-Speed USB) จะมีความสามารถหลักๆ คือ</p>

<ul>
<li>เร็วกว่า USB 2.0 10 เท่า (ทางทฤษฏีได้ถึง 5 Gb/s)</li>
<li>มีสายสำหรับข้อมูลโดยเฉพาะ 4 เส้น (USB 2.0 มีสายข้อมูล 2 เส้น สายไฟ 2 เส้น) และเพื่อให้สนับสนุนมาตรฐานเก่าด้วยทำให้ต้องคงสายเก่าไว้ด้วย</li>
<li>ขั้วต่อสำหรับสายที่เพิ่มขึ้นมาจะซ่อนอยู่ลึกกว่าเดิม ทำให้เสียบกับพอร์ตเก่าของ USB 2.0 ได้</li>
<li>สำหรับหัวต่อแบบ Micro USB จะยืดขึ้นกว่าเดิม (ดูรูปประกอบ)</li>
<li>ปรับปรุงด้านการใช้พลังงาน สามารถจ่ายไฟได้หลายระดับมากขึ้น</li>
<li>สนับสนุนการทำงานร่วมกับ USB 2.0</li>
<li>เพื่อให้ไม่งง พลาสติกข้างในจะเป็นสีฟ้า (ดูรูปประกอบ) และหัวต่อนอกจากสัญลักษณ์ USB แล้วจะมีอักษร SS ด้วย</li>
</ul>

<p>(ใครสนใจอ่านรายละเอียดทางเทคนิคฉบับเต็มสามารถดาวน์โหลดเอกสาร (หนากว่า 500 หน้า) ได้จาก<a href="http://www.usb.org/developers/docs/">ที่นี่</a>ครับ)</p>

<p>โดยคาดการณ์ว่าคอนโทรลเลอร์จะออกมาอย่างเร็วที่สุดปลายปีหน้า และอุปกรณ์ต่างๆ จะออกสู่ผู้ใช้ในปี 2010 โดยอุปกรณ์แรกๆ ที่จะได้ใช้คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลเป็นหลักเช่นแฟลชไดรว์ ฮาร์ดดิสก์ เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา กล้องถ่ายรูปและกล้องวิดีโอดิจิตอล</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลง หลังจาก<a href="http://www.blognone.com/node/5859">ร่างแบบ</a>และ<a href="http://www.blognone.com/node/8046">ถกเถียง</a>กันมานาน วันนี้ USB 3 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยอุปกรณ์ USB 3.0 หรือ SuperSpeed USB (USB 2.0 คือ Hi-Speed USB) จะมีความสามารถหลักๆ คือ</p>

<ul>
<li>เร็วกว่า USB 2.0 10 เท่า (ทางทฤษฏีได้ถึง 5 Gb/s)</li>
<li>มีสายสำหรับข้อมูลโดยเฉพาะ 4 เส้น (USB 2.0 มีสายข้อมูล 2 เส้น สายไฟ 2 เส้น) และเพื่อให้สนับสนุนมาตรฐานเก่าด้วยทำให้ต้องคงสายเก่าไว้ด้วย</li>
<li>ขั้วต่อสำหรับสายที่เพิ่มขึ้นมาจะซ่อนอยู่ลึกกว่าเดิม ทำให้เสียบกับพอร์ตเก่าของ USB 2.0 ได้</li>
<li>สำหรับหัวต่อแบบ Micro USB จะยืดขึ้นกว่าเดิม (ดูรูปประกอบ)</li>
<li>ปรับปรุงด้านการใช้พลังงาน สามารถจ่ายไฟได้หลายระดับมากขึ้น</li>
<li>สนับสนุนการทำงานร่วมกับ USB 2.0</li>
<li>เพื่อให้ไม่งง พลาสติกข้างในจะเป็นสีฟ้า (ดูรูปประกอบ) และหัวต่อนอกจากสัญลักษณ์ USB แล้วจะมีอักษร SS ด้วย</li>
</ul>

<p>(ใครสนใจอ่านรายละเอียดทางเทคนิคฉบับเต็มสามารถดาวน์โหลดเอกสาร (หนากว่า 500 หน้า) ได้จาก<a href="http://www.usb.org/developers/docs/">ที่นี่</a>ครับ)</p>

<p>โดยคาดการณ์ว่าคอนโทรลเลอร์จะออกมาอย่างเร็วที่สุดปลายปีหน้า และอุปกรณ์ต่างๆ จะออกสู่ผู้ใช้ในปี 2010 โดยอุปกรณ์แรกๆ ที่จะได้ใช้คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลเป็นหลักเช่นแฟลชไดรว์ ฮาร์ดดิสก์ เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา กล้องถ่ายรูปและกล้องวิดีโอดิจิตอล</p>

<p><!--break-->
หัวต่อแบบธรรมดา:<br />
<img src="http://lh6.ggpht.com/_huX3G5VwTCA/SSJoFNlrEZI/AAAAAAAACnk/-VMHgwZu8lM/s800/usb3connector.gif"></p>

<p>หัวต่อแบบ Micro USB:<br />
<img src="http://lh4.ggpht.com/_huX3G5VwTCA/SSJrSwFWN1I/AAAAAAAACns/ck8Dng60vyk/s800/usb3microb.gif"></p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.businesswire.com/portal/site/home/permalink/?ndmViewId=news_view&amp;newsId=20081117005474&amp;newsLang=en">Business Wire</a> via <a href="http://www.engadget.com/2008/11/17/superspeed-usb-3-0-spec-officially-released-first-chipset-demon/">Engadget</a>, <a href="http://www.usb.org/developers/docs/">USB.org&#8217;s USB 3.0 Specification Document</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลออก SketchUp 7</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9624" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9624</id>
    <published>2008-11-17T22:46:04+07:00</published>
    <updated>2008-11-17T23:24:43+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="SketchUp" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลายๆ คนโดยเฉพาะมือกราฟฟิคคงเคยได้มีโอกาสลองโปรแกรม SketchUp (โปรแกรมออกแบบโครงสร้างสามมิติ) ไปบ้างแล้ว วันนี้กูเกิลออกโปรแกรม SketchUp รุ่นใหม่แล้วครับ</p>

<p>ความสามารถใหม่ๆ ที่มีเพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้คือ</p>

<ul>
<li>หากลากเส้นตัดกัน จะแบ่งเส้นทั้งสองเป็นสองส่วน และจุดตัดก็เป็นจุดหนึ่งด้วย (จริงๆ น่าจะทำได้ตั้งนานแล้ว.. แต่เอาน่า! ดีกว่าไม่แก้)</li>
<li>วัตถุบางอย่างฉลาดขึ้น เช่น ขยายขนาดรั้วในแนวกว้าง แทนที่จะยืดขนาดอย่างเดียว ก็เป็นการเพิ่มจำนวนรั้วแทน</li>
<li>สามารถสร้างวัตถุที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ได้เช่น คลิ๊กที่ประตู แล้วประตูจะเปิดเป็นต้น</li>
<li>การค้นหาใน 3D Warehouse ทำได้จากในตัวโปรแกรมเลย</li>
<li>สำหรับเวอร์ชั่น Pro (ต้องจ่ายเงิน) ปรับปรุง LayOut 2 ในด้านการพิมพ์และการนำเสนอครับ</li>
</ul>

<p>รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีอะไรใหม่สามารถดูได้จาก<a href="http://sketchup.google.com/product/newin7.html">ที่นี่</a>ครับ และสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้จาก<a href="http://sketchup.google.com/download/index.html">หน้าดาวน์โหลดของ SketchUp</a> โดยระบบที่สนับสนุนคือวินโดวส์ 2000 ขึ้นไป และแมค OSX ครับ (สาวกเพนกวินอดเหมือนเดิม)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลายๆ คนโดยเฉพาะมือกราฟฟิคคงเคยได้มีโอกาสลองโปรแกรม SketchUp (โปรแกรมออกแบบโครงสร้างสามมิติ) ไปบ้างแล้ว วันนี้กูเกิลออกโปรแกรม SketchUp รุ่นใหม่แล้วครับ</p>

<p>ความสามารถใหม่ๆ ที่มีเพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้คือ</p>

<ul>
<li>หากลากเส้นตัดกัน จะแบ่งเส้นทั้งสองเป็นสองส่วน และจุดตัดก็เป็นจุดหนึ่งด้วย (จริงๆ น่าจะทำได้ตั้งนานแล้ว.. แต่เอาน่า! ดีกว่าไม่แก้)</li>
<li>วัตถุบางอย่างฉลาดขึ้น เช่น ขยายขนาดรั้วในแนวกว้าง แทนที่จะยืดขนาดอย่างเดียว ก็เป็นการเพิ่มจำนวนรั้วแทน</li>
<li>สามารถสร้างวัตถุที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ได้เช่น คลิ๊กที่ประตู แล้วประตูจะเปิดเป็นต้น</li>
<li>การค้นหาใน 3D Warehouse ทำได้จากในตัวโปรแกรมเลย</li>
<li>สำหรับเวอร์ชั่น Pro (ต้องจ่ายเงิน) ปรับปรุง LayOut 2 ในด้านการพิมพ์และการนำเสนอครับ</li>
</ul>

<p>รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีอะไรใหม่สามารถดูได้จาก<a href="http://sketchup.google.com/product/newin7.html">ที่นี่</a>ครับ และสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้จาก<a href="http://sketchup.google.com/download/index.html">หน้าดาวน์โหลดของ SketchUp</a> โดยระบบที่สนับสนุนคือวินโดวส์ 2000 ขึ้นไป และแมค OSX ครับ (สาวกเพนกวินอดเหมือนเดิม)</p>

<p><!--break-->
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/4aVW5X-tb8s&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/4aVW5X-tb8s&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>

<p>ที่มา: <a href="http://googleblog.blogspot.com/2008/11/introducing-sketchup-7.html">Official Google Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ASRock เผยระบบบูตวินโดวส์ใน 4 วินาที</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9605" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9605</id>
    <published>2008-11-15T00:03:38+07:00</published>
    <updated>2008-11-15T20:38:59+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="ASRock" />
    <category term="Windows" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>รู้สึกเบื่อหน้าจอวินโดวส์ตอนบูตกันบ้างไหมครับ บางคนอาจใช้เวลาบูตจนกว่าจะใช้ได้นานถึง 3 นาที เรียกได้ว่าเปิดเครื่องเสร็จไปต้มบะหมี่กินก็ยังทัน วันนี้ ASRock ผู้ผลิตเมนบอร์ดเสนอวิธี Instant Boot ในการบูตวินโดวส์ใน 4 วินาทีมาช่วยแล้วครับ</p>

<p>วิธีนี้อาศัยการเรียกใช้ S3 และ S4 <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Advanced_Configuration_and_Power_Interface">ACPI</a> ระหว่างการบูต (ซึ่งปกติจะใช้ตอน Standby หรือ Hibernation เท่านั้น) โดยการเรียกใช้ S3 จะทำให้สามารถบูตได้เร็วภายใน 4 วินาที และถ้าใช้ S4 จะบูตใน 20 วินาทีถึงแม้ว่าจะชัตดาวน์ตามปกติไปแล้วก็ตาม (หลักการทำงานสามารถดูได้จากที่มา)</p>

<p>อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัดตรงที่ระบบต้องเป็นวินโดวส์ XP หรือ Vista และเป็นแบบผู้ใช้คนเดียวที่ไม่มีรหัสผ่าน สำหรับรายชื่อเมนบอร์ดที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้และไดรเวอร์ที่ใช้สามารถดาวโหลดได้ที่<a href="http://www.asrock.com/feature/instantboot/download.asp">เว็บของ ASRock</a> ครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>รู้สึกเบื่อหน้าจอวินโดวส์ตอนบูตกันบ้างไหมครับ บางคนอาจใช้เวลาบูตจนกว่าจะใช้ได้นานถึง 3 นาที เรียกได้ว่าเปิดเครื่องเสร็จไปต้มบะหมี่กินก็ยังทัน วันนี้ ASRock ผู้ผลิตเมนบอร์ดเสนอวิธี Instant Boot ในการบูตวินโดวส์ใน 4 วินาทีมาช่วยแล้วครับ</p>

<p>วิธีนี้อาศัยการเรียกใช้ S3 และ S4 <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Advanced_Configuration_and_Power_Interface">ACPI</a> ระหว่างการบูต (ซึ่งปกติจะใช้ตอน Standby หรือ Hibernation เท่านั้น) โดยการเรียกใช้ S3 จะทำให้สามารถบูตได้เร็วภายใน 4 วินาที และถ้าใช้ S4 จะบูตใน 20 วินาทีถึงแม้ว่าจะชัตดาวน์ตามปกติไปแล้วก็ตาม (หลักการทำงานสามารถดูได้จากที่มา)</p>

<p>อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัดตรงที่ระบบต้องเป็นวินโดวส์ XP หรือ Vista และเป็นแบบผู้ใช้คนเดียวที่ไม่มีรหัสผ่าน สำหรับรายชื่อเมนบอร์ดที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้และไดรเวอร์ที่ใช้สามารถดาวโหลดได้ที่<a href="http://www.asrock.com/feature/instantboot/download.asp">เว็บของ ASRock</a> ครับ</p>

<p><!--break-->
วิดีโอเปรียบเทียบการบูตที่ใช้และไม่ใช้ Instant Boot (ฮาดี)
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/BucIjXZVxXo&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/BucIjXZVxXo&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>

<p>ที่มา: <a href="http://blogs.zdnet.com/hardware/?p=3012">ZDNet Hardware Blog</a> via <a href="http://www.engadget.com/2008/11/14/asrocks-instant-boot-from-0-to-vista-in-4-seconds/2#comments">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ทรูมูฟได้สิทธิ์นำเข้า iPhone 3G ในประเทศไทย!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9574" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9574</id>
    <published>2008-11-12T17:48:22+07:00</published>
    <updated>2008-11-12T19:16:23+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <category term="Thailand" />
    <category term="True" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>แหล่งข่าวจาก MxPhone.com เปิดเผยว่าบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น ได้ลงนามร่วมกับแอปเปิลเพื่อนำเข้าโทรศัพท์มือถือ iPhone 3G ในเวลาอีกไม่นานนี้</p>

<p>อย่างไรก็ดียังไม่มีรายละเอียดอื่นๆ เช่นจะมาขายในราคาเท่าไร ติดสัญญาหรือไม่ แต่ถ้าทรูได้จริงก็แสดงว่าทรูเองก็คงจะต้องมีระบบเครือข่ายที่รองรับอย่างแน่นอน</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.mxphone.com/show.php?id=3697">MxPhone</a></p>

<p><b>Update:</b> แหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์<a href="http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000134349">ผู้จัดการออนไลน์</a> กล่าวในลักษณะเดียวกันครับ (ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>แหล่งข่าวจาก MxPhone.com เปิดเผยว่าบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น ได้ลงนามร่วมกับแอปเปิลเพื่อนำเข้าโทรศัพท์มือถือ iPhone 3G ในเวลาอีกไม่นานนี้</p>

<p>อย่างไรก็ดียังไม่มีรายละเอียดอื่นๆ เช่นจะมาขายในราคาเท่าไร ติดสัญญาหรือไม่ แต่ถ้าทรูได้จริงก็แสดงว่าทรูเองก็คงจะต้องมีระบบเครือข่ายที่รองรับอย่างแน่นอน</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.mxphone.com/show.php?id=3697">MxPhone</a></p>

<p><b>Update:</b> แหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์<a href="http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000134349">ผู้จัดการออนไลน์</a> กล่าวในลักษณะเดียวกันครับ (ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลเปิดบริการคุยผ่านวิดีโอใน Gmail</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9569" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9569</id>
    <published>2008-11-12T09:55:45+07:00</published>
    <updated>2008-11-12T10:03:45+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="GMail" />
    <category term="Google" />
    <category term="Instant Messenger" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ผู้ให้บริการการสนทนาออนไลน์หลายค่ายได้ให้บริการคุยผ่านวิดีโอมาแล้วสักระยะหนึ่งนั้น บัดนี้ Gmail เองก็พร้อมที่จะให้บริการคุยผ่านวิดีโอแล้วเหมือนกันครับ</p>

<p>บริการดังกล่าวสามารถที่จะแสดงวิดีโอจากในเบราเซอร์ได้เลย เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรมเสริม (ขนาดราว 2 เมกะไบต์) เท่านั้นผู้ใช้ก็สามารถที่จะเข้าไปคุยกับผู้ใช้คนอื่นที่อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อได้ทันที บริการนี้ใช้ตัวเข้ารหัสแบบ H.264/<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Scalable_Video_Coding">SVC</a> ผ่านโปรโตคอล <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Jabber">XMPP (Jabber)</a> และ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Real-time_Transport_Protocol">RTP</a> สำหรับเบราเซอร์ที่สนับสนุนคือ Firefox, IE, และแน่นอน Chrome บนทั้งวินโดวส์และแมคอินทอช โดยสามารถดาวน์โหลดตัวติดตั้งได้จาก <a href="http://mail.google.com/videochat">ที่นี่</a> ครับ</p>

<p>นอกจากนี้หากคุณอยู่ในสหรัฐและยังไม่มีกล้อง กูเกิลก็ยัง<a href="http://www.google.com/mail/help/videochat/learnmore.html">เสนอขายกล้องในราคาถูก</a>อีกด้วย</p>

<p>ว่าแต่ผมยังไม่สามารถลงได้เลยครับรู้สึกมันจะติดปัญหากับอินเทอร์เน็ตที่ต้องผ่าน Proxy แฮะ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ผู้ให้บริการการสนทนาออนไลน์หลายค่ายได้ให้บริการคุยผ่านวิดีโอมาแล้วสักระยะหนึ่งนั้น บัดนี้ Gmail เองก็พร้อมที่จะให้บริการคุยผ่านวิดีโอแล้วเหมือนกันครับ</p>

<p>บริการดังกล่าวสามารถที่จะแสดงวิดีโอจากในเบราเซอร์ได้เลย เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรมเสริม (ขนาดราว 2 เมกะไบต์) เท่านั้นผู้ใช้ก็สามารถที่จะเข้าไปคุยกับผู้ใช้คนอื่นที่อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อได้ทันที บริการนี้ใช้ตัวเข้ารหัสแบบ H.264/<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Scalable_Video_Coding">SVC</a> ผ่านโปรโตคอล <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Jabber">XMPP (Jabber)</a> และ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Real-time_Transport_Protocol">RTP</a> สำหรับเบราเซอร์ที่สนับสนุนคือ Firefox, IE, และแน่นอน Chrome บนทั้งวินโดวส์และแมคอินทอช โดยสามารถดาวน์โหลดตัวติดตั้งได้จาก <a href="http://mail.google.com/videochat">ที่นี่</a> ครับ</p>

<p>นอกจากนี้หากคุณอยู่ในสหรัฐและยังไม่มีกล้อง กูเกิลก็ยัง<a href="http://www.google.com/mail/help/videochat/learnmore.html">เสนอขายกล้องในราคาถูก</a>อีกด้วย</p>

<p>ว่าแต่ผมยังไม่สามารถลงได้เลยครับรู้สึกมันจะติดปัญหากับอินเทอร์เน็ตที่ต้องผ่าน Proxy แฮะ</p>

<p><!--break--><br />
วิดีโอแนะนำบริการ:<br />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/JFGJRfoK9xQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/JFGJRfoK9xQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>

<p>ที่มา: <a href="http://googleblog.blogspot.com/2008/11/talk-face-to-face-right-from-within.html">Official Google Blog</a>, <a href="http://gmailblog.blogspot.com/2008/11/say-hello-to-gmail-voice-and-video-chat.html">Official Gmail Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Fennec อาจไม่ได้ลง Android</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9553" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9553</id>
    <published>2008-11-11T13:01:47+07:00</published>
    <updated>2008-11-11T13:03:17+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Android" />
    <category term="Fennec" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ช่วงนี้กระแส Android มาแรง (ทั้งด้านบวกและด้านลบ) วันนี้ ABC News ได้สัมภาษณ์ Jay Sullivan เกี่ยวกับ Fennec หรือ Firefox ในรูปแบบ Mobile (คุณ lew เคย<a href="http://www.blognone.com/node/9297">พรีวิว</a>ไว้ด้วยครับ)</p>

<p>เขาออกมาบอกว่าสำหรับ Android แล้ว Fennec ยังไม่สามารถลงได้ในขณะนี้เนื่องจากติดข้อบังคับของ Android Marketplace ที่จะรับเฉพาะโปรแกรมที่เขียนด้วยจาวาเท่านั้น (ในขณะที่ Fennec รันบนตัวระบบปฏิบัติการโดยตรง) เขาก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่ากูเกิลจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้</p>

<p>กูเกิลก็มีเบราเซอร์ที่อิงกับ WebKit แล้วนี่ครับ อาจจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ? สงสัย Mozilla ต้องปรับโค้ดเป็นจาวาซะแล้วมั้ง?</p>

<p>ที่มา: <a href="http://abcnews.go.com/Technology/Story?id=6209174&amp;page=2">ABC News</a> via <a href="http://gizmodo.com/5081969/firefox-mobile-wont-be-foxing-up-android-anytime-soon">Gizmodo</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ช่วงนี้กระแส Android มาแรง (ทั้งด้านบวกและด้านลบ) วันนี้ ABC News ได้สัมภาษณ์ Jay Sullivan เกี่ยวกับ Fennec หรือ Firefox ในรูปแบบ Mobile (คุณ lew เคย<a href="http://www.blognone.com/node/9297">พรีวิว</a>ไว้ด้วยครับ)</p>

<p>เขาออกมาบอกว่าสำหรับ Android แล้ว Fennec ยังไม่สามารถลงได้ในขณะนี้เนื่องจากติดข้อบังคับของ Android Marketplace ที่จะรับเฉพาะโปรแกรมที่เขียนด้วยจาวาเท่านั้น (ในขณะที่ Fennec รันบนตัวระบบปฏิบัติการโดยตรง) เขาก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่ากูเกิลจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้</p>

<p>กูเกิลก็มีเบราเซอร์ที่อิงกับ WebKit แล้วนี่ครับ อาจจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ? สงสัย Mozilla ต้องปรับโค้ดเป็นจาวาซะแล้วมั้ง?</p>

<p>ที่มา: <a href="http://abcnews.go.com/Technology/Story?id=6209174&amp;page=2">ABC News</a> via <a href="http://gizmodo.com/5081969/firefox-mobile-wont-be-foxing-up-android-anytime-soon">Gizmodo</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>The Pirate Bay ฉลองคนใช้งาน 20 ล้านคน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9523" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9523</id>
    <published>2008-11-07T12:01:53+07:00</published>
    <updated>2008-11-07T12:03:28+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="BitTorrent" />
    <category term="Piracy" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/The_Pirate_Bay">The Pirate Bay</a> เว็บแทรกเกอร์นานาชาติชื่อดังประกาศในบล็อกของตนเองว่า ขณะนี้มีผู้ใช้ (peers) กว่า 20 ล้านคนแล้ว (ถ้านับจริงๆ ตอนนี้ก็เกือบ 22 ล้านคน) และกำลังพยายามผลักดันให้ Guinness book of records ลงเป็นสถิติโลกอีกด้วย</p>

<p>จำนวนผู้ใช้ The Pirate Bay นั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ยอดผู้ใช้เพียง 8 ล้านคน แม้ว่าเว็บนี้จะถูกโจมตีด้านกฎหมายจากหน่วยงานต่างๆ ก็ตาม</p>

<p>ใครใช้อยู่บ้างครับ (ระวังโดนจับได้นะ)</p>

<p>ที่มา: <a href="http://thepiratebay.org/blog/135">The Pirate Bay Bog</a> via <a href="http://blog.wired.com/27bstroke6/2008/11/pirate-bay-seek.html">Wired</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/The_Pirate_Bay">The Pirate Bay</a> เว็บแทรกเกอร์นานาชาติชื่อดังประกาศในบล็อกของตนเองว่า ขณะนี้มีผู้ใช้ (peers) กว่า 20 ล้านคนแล้ว (ถ้านับจริงๆ ตอนนี้ก็เกือบ 22 ล้านคน) และกำลังพยายามผลักดันให้ Guinness book of records ลงเป็นสถิติโลกอีกด้วย</p>

<p>จำนวนผู้ใช้ The Pirate Bay นั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ยอดผู้ใช้เพียง 8 ล้านคน แม้ว่าเว็บนี้จะถูกโจมตีด้านกฎหมายจากหน่วยงานต่างๆ ก็ตาม</p>

<p>ใครใช้อยู่บ้างครับ (ระวังโดนจับได้นะ)</p>

<p>ที่มา: <a href="http://thepiratebay.org/blog/135">The Pirate Bay Bog</a> via <a href="http://blog.wired.com/27bstroke6/2008/11/pirate-bay-seek.html">Wired</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลยกเลิกข้อตกลง AdSense กับยาฮู</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9517" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9517</id>
    <published>2008-11-06T17:24:26+07:00</published>
    <updated>2008-11-06T17:28:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Yahoo!" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จาก<a href="http://www.blognone.com/node/8054">ข่าวเก่า</a>ที่กูเกิลทำข้อตกลงราคา 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่จะให้ยาฮูสามารถใช้ AdSense ของกูเกิลได้ มาวันนี้ กูเกิลเปลี่ยนใจยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวเสียแล้วครับ</p>

<p>กูเกิลให้เหตุผลว่า หลังจากที่ได้ไตร่ตรองเหตุผลต่างๆ มาแล้วกว่าสี่เดือน การมีข้อตกลงดังกล่าวนอกจากอาจส่งผลทางกฎหมาย (กฎหมายต่อต้านการผูกขาด) แล้วยังส่งผลเสียต่อบริษัทที่มีกูเกิลมีความสัมพันธ์อยู่ด้วย (จริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าที่กูเกิลทำสัญญาแบบนี้ไว้ตั้งแต่แรกเป็นแค่การกันไม่ให้ไมโครซอฟท์ซื้อยาฮูหรือเปล่า)</p>

<p>ยาฮูออกมา<a href="http://yhoo.client.shareholder.com/press/releasedetail.cfm?ReleaseID=345734">แสดงความเสียใจ</a>ในเรื่องนี้ และ Jerry Yang <a href="http://www.techcrunch.com/2008/11/05/jerry-yang-speaks-at-web-20-our-live-notes/">ให้สัมภาษณ์</a>ในงาน Web 2.0 Summit ว่ายาฮูยังไม่ได้คุยเรื่องข้อตกลงใดๆ กับไมโครซอฟท์</p>

<p>ที่มา: <a href="http://googleblog.blogspot.com/2008/11/ending-our-agreement-with-yahoo.html">Official Google Blog</a> via <a href="http://www.techcrunch.com/2008/11/05/google-pulls-the-plug-on-yahoo-advertising-deal/">TechCrunch</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จาก<a href="http://www.blognone.com/node/8054">ข่าวเก่า</a>ที่กูเกิลทำข้อตกลงราคา 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่จะให้ยาฮูสามารถใช้ AdSense ของกูเกิลได้ มาวันนี้ กูเกิลเปลี่ยนใจยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวเสียแล้วครับ</p>

<p>กูเกิลให้เหตุผลว่า หลังจากที่ได้ไตร่ตรองเหตุผลต่างๆ มาแล้วกว่าสี่เดือน การมีข้อตกลงดังกล่าวนอกจากอาจส่งผลทางกฎหมาย (กฎหมายต่อต้านการผูกขาด) แล้วยังส่งผลเสียต่อบริษัทที่มีกูเกิลมีความสัมพันธ์อยู่ด้วย (จริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าที่กูเกิลทำสัญญาแบบนี้ไว้ตั้งแต่แรกเป็นแค่การกันไม่ให้ไมโครซอฟท์ซื้อยาฮูหรือเปล่า)</p>

<p>ยาฮูออกมา<a href="http://yhoo.client.shareholder.com/press/releasedetail.cfm?ReleaseID=345734">แสดงความเสียใจ</a>ในเรื่องนี้ และ Jerry Yang <a href="http://www.techcrunch.com/2008/11/05/jerry-yang-speaks-at-web-20-our-live-notes/">ให้สัมภาษณ์</a>ในงาน Web 2.0 Summit ว่ายาฮูยังไม่ได้คุยเรื่องข้อตกลงใดๆ กับไมโครซอฟท์</p>

<p>ที่มา: <a href="http://googleblog.blogspot.com/2008/11/ending-our-agreement-with-yahoo.html">Official Google Blog</a> via <a href="http://www.techcrunch.com/2008/11/05/google-pulls-the-plug-on-yahoo-advertising-deal/">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สัดส่วนคนใช้ Firefox เกิน 20% แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9505" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9505</id>
    <published>2008-11-05T16:03:57+07:00</published>
    <updated>2008-11-05T16:09:41+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Browser" />
    <category term="Firefox" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>มีรายงานสถิติจาก <a href="http://marketshare.hitslink.com/report.aspx?sample=25&amp;qprid=32&amp;qpdt=1&amp;qpct=4&amp;qpcustom=Firefox&amp;qptimeframe=D&amp;qpsp=3561&amp;qpnp=31">Marketshare</a> ซึ่งรวบรวมสถิติผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 160 ล้านคนต่อเดือน พบว่าสัดส่วนของผู้ใช้ Firefox เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนมากกว่า 20% ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ IE มีผู้ใช้ลดลงจาก 78.36% เหลือ 71.27% และนอกจากนี้ยังพบว่าประเทศในแถบยุโรปมีอัตราการใช้งาน Firefox มากกว่า 30% เลยทีเดียว</p>

<p>จากสถิติเก่าของ Blognone ในช่วง<a href="http://www.blognone.com/node/8373">ครึ่งปีแรก</a> และช่วง<a href="http://www.blognone.com/node/9311">ไตรมาสที่สาม</a> พบว่าสัดส่วนของผู้ใช้ Firefox อยู่ที่ประมาณ 35%</p>

<p>วันนี้คุณใช้ Firefox หรือเปล่า?</p>

<p>ที่มา: <a href="https://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2008/11/04/aboutmozilla-firefox-at-20-market-share-add-ons-for-fennec-private-browsing-for-firefox-31-and-more/">Mozilla Developer Center</a> via <a href="http://www.webmonkey.com/blog/Firefox_Hits_20PERC_Browser_Share_Worldwide">WebMonkey</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>มีรายงานสถิติจาก <a href="http://marketshare.hitslink.com/report.aspx?sample=25&amp;qprid=32&amp;qpdt=1&amp;qpct=4&amp;qpcustom=Firefox&amp;qptimeframe=D&amp;qpsp=3561&amp;qpnp=31">Marketshare</a> ซึ่งรวบรวมสถิติผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 160 ล้านคนต่อเดือน พบว่าสัดส่วนของผู้ใช้ Firefox เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนมากกว่า 20% ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ IE มีผู้ใช้ลดลงจาก 78.36% เหลือ 71.27% และนอกจากนี้ยังพบว่าประเทศในแถบยุโรปมีอัตราการใช้งาน Firefox มากกว่า 30% เลยทีเดียว</p>

<p>จากสถิติเก่าของ Blognone ในช่วง<a href="http://www.blognone.com/node/8373">ครึ่งปีแรก</a> และช่วง<a href="http://www.blognone.com/node/9311">ไตรมาสที่สาม</a> พบว่าสัดส่วนของผู้ใช้ Firefox อยู่ที่ประมาณ 35%</p>

<p>วันนี้คุณใช้ Firefox หรือเปล่า?</p>

<p>ที่มา: <a href="https://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2008/11/04/aboutmozilla-firefox-at-20-market-share-add-ons-for-fennec-private-browsing-for-firefox-31-and-more/">Mozilla Developer Center</a> via <a href="http://www.webmonkey.com/blog/Firefox_Hits_20PERC_Browser_Share_Worldwide">WebMonkey</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>CNN ไอเดียเจ๋ง สัมภาษณ์ผ่านโฮโลแกรม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9502" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9502</id>
    <published>2008-11-05T13:06:29+07:00</published>
    <updated>2008-11-05T15:49:09+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="CNN" />
    <category term="Display" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ช่วงนี้เรื่องทางการเมืองกำลังมาแรง (หมายถึงสหรัฐนะครับ) กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งการรายงานข่าวการเลือกตั้งมักจะเป็นที่เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้สาธารณชนได้รับรู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ผ่านดาวเทียม มัลติทัช และล่าสุดคือ โฮโลแกรม</p>

<p>CNN รายงานข่าวการเลือกตั้งเป็นการแสดงภาพผู้สื่อข่าว Jessica Yellin ผ่านการแสดงภาพแบบโฮโลแกรมเข้ามาในห้องส่ง โดยหลักการทำงานของมันคือ ทางฝั่งต้นทางจะมีกล้องจำนวน 35 ตัวจับภาพผู้สื่อข่าวจากมุมต่างๆ แล้วสวมทับไปกับภาพในห้องส่งก่อนออกอากาศ (ซึ่งไม่ได้มีภาพในห้องส่งจริงๆ มีแต่ภาพให้ผู้ชมเห็น) 
Wolf Blitzer ผู้สื่อข่าวที่ฝั่งห้องส่งชมเทคโนโลยีนี้ว่าเจ๋งมากและไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลย สำหรับตัวอย่างลองดูในวิดีโอนะครับ</p>

<p>ถึงแม้จะไม่สามารถเรียกเป็นโฮโลแกรมได้เต็มปาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่าอีกหน่อยเราคงจะได้เห็นของจริงแล้ว (มีคนแซวว่าลอก Star Wars มาด้วย)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ช่วงนี้เรื่องทางการเมืองกำลังมาแรง (หมายถึงสหรัฐนะครับ) กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งการรายงานข่าวการเลือกตั้งมักจะเป็นที่เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้สาธารณชนได้รับรู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ผ่านดาวเทียม มัลติทัช และล่าสุดคือ โฮโลแกรม</p>

<p>CNN รายงานข่าวการเลือกตั้งเป็นการแสดงภาพผู้สื่อข่าว Jessica Yellin ผ่านการแสดงภาพแบบโฮโลแกรมเข้ามาในห้องส่ง โดยหลักการทำงานของมันคือ ทางฝั่งต้นทางจะมีกล้องจำนวน 35 ตัวจับภาพผู้สื่อข่าวจากมุมต่างๆ แล้วสวมทับไปกับภาพในห้องส่งก่อนออกอากาศ (ซึ่งไม่ได้มีภาพในห้องส่งจริงๆ มีแต่ภาพให้ผู้ชมเห็น) 
Wolf Blitzer ผู้สื่อข่าวที่ฝั่งห้องส่งชมเทคโนโลยีนี้ว่าเจ๋งมากและไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลย สำหรับตัวอย่างลองดูในวิดีโอนะครับ</p>

<p>ถึงแม้จะไม่สามารถเรียกเป็นโฮโลแกรมได้เต็มปาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่าอีกหน่อยเราคงจะได้เห็นของจริงแล้ว (มีคนแซวว่าลอก Star Wars มาด้วย)</p>

<p><!--break-->
<object width="425" height="349"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/thOxW19vsTg&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x2b405b&amp;color2=0x6b8ab6&amp;border=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/thOxW19vsTg&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x2b405b&amp;color2=0x6b8ab6&amp;border=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="349"></embed></object></p>

<p>ที่มา: <a href="http://gizmodo.com/5076663/how-the-cnn-holographic-interview-system-works">Gizmodo</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>EA ให้ผู้ซื้อเกมเดาซีเรียลเอง!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9486" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9486</id>
    <published>2008-11-04T12:40:04+07:00</published>
    <updated>2008-11-04T12:57:01+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="EA" />
    <category term="Games" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>EA มีปัญหากับระบบ DRM มาโดยตลอด (<a href="http://www.blognone.com/node/9010">ข่าวเก่า</a>) วันนี้ก็มีคนจับผิด EA อีกแล้วครับ</p>

<p>ผู้ใช้บางคนที่ซื้อเกม C&amp;C Red Alert 3 ไปไม่สามารถเล่นเกมได้เนื่องจากซีเรียลมีจำนวนเพียง 19 ตัวจากที่ควรจะเป็น 20 ตัว ซึ่งต้นเหตุมาจากปัญหาทางการพิมพ์ของคู่มือเกม ทาง EA ได้ออกมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ด้วยการใช้ผู้ใช้<em>เดา</em>ตัวสุดท้ายจาก A-Z และ 0-9 ก่อนหากใช้ไม่ได้ค่อยติดต่อทาง EA อีกทีหนึ่ง</p>

<p>นับเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่เลวเลยใช่ไหมครับ? แต่มันดูขัดกับหลักการ DRM ที่ EA ยืนหยัดมาโดยตลอดหรือเปล่านะ?</p>

<p>ที่มา: <a href="http://help.commandandconquer.com/cgi-bin/eacandc.cfg/php/enduser/std_adp.php?p_sid=1idoRBhj&amp;p_accessibility=0&amp;p_redirect=&amp;p_faqid=20760">EA Support</a> via <a href="http://gizmodo.com/5075094/ea-recommends-users-guess-their-serial-numbers">Gizmodo</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>EA มีปัญหากับระบบ DRM มาโดยตลอด (<a href="http://www.blognone.com/node/9010">ข่าวเก่า</a>) วันนี้ก็มีคนจับผิด EA อีกแล้วครับ</p>

<p>ผู้ใช้บางคนที่ซื้อเกม C&amp;C Red Alert 3 ไปไม่สามารถเล่นเกมได้เนื่องจากซีเรียลมีจำนวนเพียง 19 ตัวจากที่ควรจะเป็น 20 ตัว ซึ่งต้นเหตุมาจากปัญหาทางการพิมพ์ของคู่มือเกม ทาง EA ได้ออกมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ด้วยการใช้ผู้ใช้<em>เดา</em>ตัวสุดท้ายจาก A-Z และ 0-9 ก่อนหากใช้ไม่ได้ค่อยติดต่อทาง EA อีกทีหนึ่ง</p>

<p>นับเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่เลวเลยใช่ไหมครับ? แต่มันดูขัดกับหลักการ DRM ที่ EA ยืนหยัดมาโดยตลอดหรือเปล่านะ?</p>

<p>ที่มา: <a href="http://help.commandandconquer.com/cgi-bin/eacandc.cfg/php/enduser/std_adp.php?p_sid=1idoRBhj&amp;p_accessibility=0&amp;p_redirect=&amp;p_faqid=20760">EA Support</a> via <a href="http://gizmodo.com/5075094/ea-recommends-users-guess-their-serial-numbers">Gizmodo</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Amazon เปิดบริการบรรจุภัณฑ์แบบแกะง่าย</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9480" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9480</id>
    <published>2008-11-03T21:07:43+07:00</published>
    <updated>2008-11-03T21:11:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Amazon" />
    <category term="Green IT" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เคยเจอปัญหาเวลาซื้อการ์ดหน่วยความจำหรืออุปกรณ์เล็กๆ มาแล้วแกะพลาสติกแข็งๆ ที่ห่ออยู่ไม่ออกไหมครับ (บางคนอาจเคยโดนบาดด้วยใช่ไหม?) วันนี้ Amazon ออกมาเสนอทางแก้แล้วครับ</p>

<p>Amazon ร่วมกับผู้ผลิตคือ Fisher-Price (ผลิตของเล่นเด็ก), Mettel (ผลิตของเล่นเด็กเหมือนกัน), Transcend และ ไมโครซอฟท์ เสนอบริการผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์แบบแกะง่าย (Frustation-Free Packaging) เช่น แทนที่จะเป็นกล่องพลาสติกที่แกะยาก ก็จะเปลี่ยนเป็นกล่องกระดาษรีไซเคิลเล็กๆ แทน โดยเชื่อว่านอกจากจะทำให้แกะง่ายแล้วยังจะช่วยลดวัสดุพวกพลาสติกที่จำเป็นต้องใช้อีกด้วย</p>

<p>&#8220;ถึงแม้จะต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่เราก็จะพยายามที่จะทำให้แคตาล็อกทั้งหมดของเรามีบรรจุภัณฑ์แบบนี้&#8221; Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Amazon.com กล่าว</p>

<p>ผลิตภัณฑ์ที่เริ่มใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวแล้วคือโมเดลของเล่นเด็ก, ตุ๊กตา, การ์ดหน่วยความจำแบบ SD และเม้าส์ของไมโครซอฟท์</p>

<p>ที่มา: <a href="http://phx.corporate-ir.net/phoenix.zhtml?c=176060&amp;p=irol-newsArticle&amp;ID=1220930&amp;highlight=">Amazon news releases</a> via <a href="http://www.engadget.com/2008/11/03/amazon-takes-a-stand-to-eliminate-wasteful-hard-to-open-gadget/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เคยเจอปัญหาเวลาซื้อการ์ดหน่วยความจำหรืออุปกรณ์เล็กๆ มาแล้วแกะพลาสติกแข็งๆ ที่ห่ออยู่ไม่ออกไหมครับ (บางคนอาจเคยโดนบาดด้วยใช่ไหม?) วันนี้ Amazon ออกมาเสนอทางแก้แล้วครับ</p>

<p>Amazon ร่วมกับผู้ผลิตคือ Fisher-Price (ผลิตของเล่นเด็ก), Mettel (ผลิตของเล่นเด็กเหมือนกัน), Transcend และ ไมโครซอฟท์ เสนอบริการผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์แบบแกะง่าย (Frustation-Free Packaging) เช่น แทนที่จะเป็นกล่องพลาสติกที่แกะยาก ก็จะเปลี่ยนเป็นกล่องกระดาษรีไซเคิลเล็กๆ แทน โดยเชื่อว่านอกจากจะทำให้แกะง่ายแล้วยังจะช่วยลดวัสดุพวกพลาสติกที่จำเป็นต้องใช้อีกด้วย</p>

<p>&#8220;ถึงแม้จะต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่เราก็จะพยายามที่จะทำให้แคตาล็อกทั้งหมดของเรามีบรรจุภัณฑ์แบบนี้&#8221; Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Amazon.com กล่าว</p>

<p>ผลิตภัณฑ์ที่เริ่มใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวแล้วคือโมเดลของเล่นเด็ก, ตุ๊กตา, การ์ดหน่วยความจำแบบ SD และเม้าส์ของไมโครซอฟท์</p>

<p>ที่มา: <a href="http://phx.corporate-ir.net/phoenix.zhtml?c=176060&amp;p=irol-newsArticle&amp;ID=1220930&amp;highlight=">Amazon news releases</a> via <a href="http://www.engadget.com/2008/11/03/amazon-takes-a-stand-to-eliminate-wasteful-hard-to-open-gadget/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์เผยวินโดวส์ปลอดภัยมากขึ้น</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9476" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9476</id>
    <published>2008-11-03T15:32:04+07:00</published>
    <updated>2008-11-03T15:35:25+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Security" />
    <category term="Windows" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์เตรียมออกมาเปิดเผยว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์มีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุของความปลอดภัยที่มากขึ้นนี้ ไมโครซอฟท์เห็นว่าเป็นเพราะวินโดวส์ได้รับการอุดช่องโหว่ที่ดี ทำให้นักเจาะระบบไม่ค่อยสนใจวินโดวส์ หันไปเล่นงานโปรแกรมเล็กๆ อื่นๆ ในระบบแทน</p>

<p>โดยจากการวิเคราะห์ช่วงครึ่งปีแรกนี้พบว่า รูโหว่นั้นอยู่ในโปรแกรมใช้งานทั่วไปถึง 90% มีเพียง 10% เท่านั้นที่อยู่ที่ระบบปฏิบัติการ</p>

<p>&#8220;ตอนนี้ปัญหาของเราคือปัญหาของ 3rd party และเป็นสิ่งที่เรากำลังจะแก้ในอนาคต&#8221; George Stahakopoulos ผู้จัดการฝ่าย Security Engineering and Communications ของไมโครซอฟท์กล่าว</p>

<p>ไม่มีรูตั้งแต่แรกจะดีกว่าไหมครับ?</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.nytimes.com/2008/11/03/technology/companies/03security.html?_r=1&amp;oref=slogin">The New York Times</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์เตรียมออกมาเปิดเผยว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์มีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุของความปลอดภัยที่มากขึ้นนี้ ไมโครซอฟท์เห็นว่าเป็นเพราะวินโดวส์ได้รับการอุดช่องโหว่ที่ดี ทำให้นักเจาะระบบไม่ค่อยสนใจวินโดวส์ หันไปเล่นงานโปรแกรมเล็กๆ อื่นๆ ในระบบแทน</p>

<p>โดยจากการวิเคราะห์ช่วงครึ่งปีแรกนี้พบว่า รูโหว่นั้นอยู่ในโปรแกรมใช้งานทั่วไปถึง 90% มีเพียง 10% เท่านั้นที่อยู่ที่ระบบปฏิบัติการ</p>

<p>&#8220;ตอนนี้ปัญหาของเราคือปัญหาของ 3rd party และเป็นสิ่งที่เรากำลังจะแก้ในอนาคต&#8221; George Stahakopoulos ผู้จัดการฝ่าย Security Engineering and Communications ของไมโครซอฟท์กล่าว</p>

<p>ไม่มีรูตั้งแต่แรกจะดีกว่าไหมครับ?</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.nytimes.com/2008/11/03/technology/companies/03security.html?_r=1&amp;oref=slogin">The New York Times</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Acer คาดการณ์ขาย Aspire One ปีนี้ได้กว่าหกล้านเครื่อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9459" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9459</id>
    <published>2008-11-02T08:33:04+07:00</published>
    <updated>2008-11-02T09:51:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Acer" />
    <category term="Netbook" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จาก<a href="http://www.blognone.com/node/9336">ข่าวเก่า</a> ที่ Asus คิดว่าปีนี้จะขาย Eee PC ได้ 5 ล้านเครื่อง วันนี้ Acer ออกมาเปิดเผยว่า Acer เองก็คาดการณ์ว่าขาย Aspire One ได้กว่า 6 ล้านเครื่องเหมือนกัน และคาดว่าปีหน้าจะขายได้กว่า 12 ล้านเครื่อง</p>

<p>&#8220;ตลาด netbook ของเรากำลังโตอย่างมาก&#8221; Gianfranco Lanci ผู้บริหารของ Acer กล่าว</p>

<p>สิ่งที่ Acer แตกต่างจาก Asus คือบริษัทค่อนข้างใหญ่กว่ามากทำให้มีช่องทางในการกระจายสินค้าดีกว่า ดังจะเห็นได้จากผลประกอบการ Q3 ปีนี้ที่ผ่านมาของ Acer ได้ถึง 159.2 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เป็นรองเพียง HP และ Dell ในขณะที่ของ Asus ได้เพียง 78.3 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.pcworld.com/businesscenter/article/153114/acer_netbook_shipments_to_beat_asuss_eee_pc.html">PC World</a> via <a href="http://www.engadget.com/2008/11/01/aspire-one-shipments-on-pace-to-beat-eee-pc/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จาก<a href="http://www.blognone.com/node/9336">ข่าวเก่า</a> ที่ Asus คิดว่าปีนี้จะขาย Eee PC ได้ 5 ล้านเครื่อง วันนี้ Acer ออกมาเปิดเผยว่า Acer เองก็คาดการณ์ว่าขาย Aspire One ได้กว่า 6 ล้านเครื่องเหมือนกัน และคาดว่าปีหน้าจะขายได้กว่า 12 ล้านเครื่อง</p>

<p>&#8220;ตลาด netbook ของเรากำลังโตอย่างมาก&#8221; Gianfranco Lanci ผู้บริหารของ Acer กล่าว</p>

<p>สิ่งที่ Acer แตกต่างจาก Asus คือบริษัทค่อนข้างใหญ่กว่ามากทำให้มีช่องทางในการกระจายสินค้าดีกว่า ดังจะเห็นได้จากผลประกอบการ Q3 ปีนี้ที่ผ่านมาของ Acer ได้ถึง 159.2 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เป็นรองเพียง HP และ Dell ในขณะที่ของ Asus ได้เพียง 78.3 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.pcworld.com/businesscenter/article/153114/acer_netbook_shipments_to_beat_asuss_eee_pc.html">PC World</a> via <a href="http://www.engadget.com/2008/11/01/aspire-one-shipments-on-pace-to-beat-eee-pc/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
