<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>Bluegear's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/2700"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/2700/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/2700/atom/feed</id>
  <updated>2007-06-14T22:29:31+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Spring IDE 2.0 RC 1 คลอดแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4976" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4976</id>
    <published>2007-06-19T17:02:37+07:00</published>
    <updated>2007-06-20T08:19:55+07:00</updated>
    <author>
      <name>Bluegear</name>
    </author>
    <category term="Development" />
    <category term="Eclipse" />
    <category term="Java" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ปลั๊กอินสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานด้วย <a href="http://eclipse.org/">Eclipse</a> + <a href="http://www.springframework.org/">Spring Framework 2.0</a> คลอดแล้วครับ เวอร์ชันนี้สนับสนุนทั้ง Spring Bean และ Spring Web Flow ฟีเจอร์ที่ผมทดสอบแล้วมีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มี Spring Bean Configuration File Validator คอยจับผิดเวลาเขียนคอนฟิก
<li>ช่วยเติมชื่อคลาสให้เวลาเขียนคอนฟิก
<li>และที่ไฮโซมาก สามารถแสดงแผนภาพของบีนที่เราคอนฟิกได้ด้วย
<li>Eclipse ออกอาการเอ๋อเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ใช้มาสองวันก็ยังไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นครับ
<li>ใช้ไปซื้อโอเลี้ยงแล้ว แต่ปรากฎว่าได้ชาเย็นมาแทน... ไม่ใช่ละ --\
</ul>
<p>ที่ลองแล้วก็มีแค่นี้ ใครถูกใจฟีเจอร์ไหนก็ลองมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ</p>
<p>อยากได้ต้องทำไง<br />
ขอแม่สิครับ... เฮ้ยไม่ใช่!!! อัพเดทผ่านเมนูของ eclipse โดยเพิ่มอัพเดทไซต์ให้ชี้ไปที่ <a href="http://springide.org/updatesite_dev">http://springide.org/updatesite_dev</a> แล้่วก็ติดตั้งโลด</p>
<p>สำหรับเวอร์ชั่นนี้เป็น RC1 โดย RC2 คาดว่าจะออกมาในอีกไม่กี่วันนี้ และเวอร์ชั่นสุดท้ายคาดว่าจะออกในช่วงงาน <a href="http://springone.wiki-neon.adaptavist.com/display/SpringOne07/Home">SpringOne 2007</a> (20-22 มิถุนายน 2007)</p>
<p>ที่มา - <a href="http://springide.org/blog/2007/06/11/first-release-candidate-available/">Spring IDE</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ปลั๊กอินสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานด้วย <a href="http://eclipse.org/">Eclipse</a> + <a href="http://www.springframework.org/">Spring Framework 2.0</a> คลอดแล้วครับ เวอร์ชันนี้สนับสนุนทั้ง Spring Bean และ Spring Web Flow ฟีเจอร์ที่ผมทดสอบแล้วมีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มี Spring Bean Configuration File Validator คอยจับผิดเวลาเขียนคอนฟิก
<li>ช่วยเติมชื่อคลาสให้เวลาเขียนคอนฟิก
<li>และที่ไฮโซมาก สามารถแสดงแผนภาพของบีนที่เราคอนฟิกได้ด้วย
<li>Eclipse ออกอาการเอ๋อเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ใช้มาสองวันก็ยังไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นครับ
<li>ใช้ไปซื้อโอเลี้ยงแล้ว แต่ปรากฎว่าได้ชาเย็นมาแทน... ไม่ใช่ละ --\
</ul>
<p>ที่ลองแล้วก็มีแค่นี้ ใครถูกใจฟีเจอร์ไหนก็ลองมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ</p>
<p>อยากได้ต้องทำไง<br />
ขอแม่สิครับ... เฮ้ยไม่ใช่!!! อัพเดทผ่านเมนูของ eclipse โดยเพิ่มอัพเดทไซต์ให้ชี้ไปที่ <a href="http://springide.org/updatesite_dev">http://springide.org/updatesite_dev</a> แล้่วก็ติดตั้งโลด</p>
<p>สำหรับเวอร์ชั่นนี้เป็น RC1 โดย RC2 คาดว่าจะออกมาในอีกไม่กี่วันนี้ และเวอร์ชั่นสุดท้ายคาดว่าจะออกในช่วงงาน <a href="http://springone.wiki-neon.adaptavist.com/display/SpringOne07/Home">SpringOne 2007</a> (20-22 มิถุนายน 2007)</p>
<p>ที่มา - <a href="http://springide.org/blog/2007/06/11/first-release-candidate-available/">Spring IDE</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ช่วยเขียนโค้ดให้อ่านง่ายๆ ได้ไหม!!!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4932" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4932</id>
    <published>2007-06-13T21:08:31+07:00</published>
    <updated>2007-06-14T22:29:31+07:00</updated>
    <author>
      <name>Bluegear</name>
    </author>
    <category term="Development" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ทำไมโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่มักเขียนโค้ดแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง แม้แต่ผมเองก็เถอะ เขียนแล้วมาอ่านอีกทีก็มึนไปซักพักเหมือนกัน วันนี้ผมเลยขอหยิบข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก อ่านแล้วจะได้พึงสังวรณ์ก่อนเผางานครั้งต่อไปละกันนะครับ (--')</p>
<ul>
<li>อย่าพยายามทำเท่ห์ด้วยการใช้ left shift แทนการคูณด้วย 2 (อันนี้เคยเจอมากับตัว มันก็เท่ห์ดีนะ แต่งงอยู่นานเลยล่ะ)</li>
<li>ช่วยตั้งชื่อตัวแปรให้มันสื่อความหมายหน่อย ถ้าใช้ภาษาระดับสูง (Java, .Net, PHP, etc.) ก็ตั้งชื่อให้มันอ่านออกและมีความหมายไปเลย</li>
<li>วางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือเขียนโค้ด เสียเวลาคิดสองนาที อาจจะช่วยไม่ให้คุณนั่งปวดหัวไปอีกหลายสัปดาห์</li>
<li>โค้ดที่ไม่ใช้ให้ลบออกไปเลย อย่าคอมเม้นต์ทิ้งไว้ มันรกหูรกตา ถ้ากลัวว่าโค้ดเก่าจะหายไป ก็หัดใช้ <a href="http://subversion.tigris.org" />SVN</a> หรือ <a href="http://www.narisa.com/wiki/cvs">CVS</a> ซะบ้าง</li>
<li>อย่าคิดว่าทำแบบนี้ให้เสร็จไปก่อนวันหลังค่อยมาแก้ให้มันดี โค้ดที่คุณเขียนอาจถูกใช้งานนานกว่าที่คุณคิด (หรืออาจจะซับซ้อนจนไม่กล้าแก้!) ดังนั้นทำให้มันดีไปเลยดีกว่า</li>
<li>...และข้อสุดท้ายอย่าขี้เกียจ!!!</li>
</ul>
<p>ทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดจากหนังสือ<a href="http://mitpress.mit.edu/sicp/full-text/book/book.html">เล่มนี้</a></p>
<blockquote><p>programs must be written for people to read, and only incidentally for machines to execute</p>
</p></blockquote>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.onlysimpler.com/entries/readable_code.html"> blog.onlysimpler.com</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ทำไมโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่มักเขียนโค้ดแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง แม้แต่ผมเองก็เถอะ เขียนแล้วมาอ่านอีกทีก็มึนไปซักพักเหมือนกัน วันนี้ผมเลยขอหยิบข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก อ่านแล้วจะได้พึงสังวรณ์ก่อนเผางานครั้งต่อไปละกันนะครับ (--')</p>
<ul>
<li>อย่าพยายามทำเท่ห์ด้วยการใช้ left shift แทนการคูณด้วย 2 (อันนี้เคยเจอมากับตัว มันก็เท่ห์ดีนะ แต่งงอยู่นานเลยล่ะ)</li>
<li>ช่วยตั้งชื่อตัวแปรให้มันสื่อความหมายหน่อย ถ้าใช้ภาษาระดับสูง (Java, .Net, PHP, etc.) ก็ตั้งชื่อให้มันอ่านออกและมีความหมายไปเลย</li>
<li>วางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือเขียนโค้ด เสียเวลาคิดสองนาที อาจจะช่วยไม่ให้คุณนั่งปวดหัวไปอีกหลายสัปดาห์</li>
<li>โค้ดที่ไม่ใช้ให้ลบออกไปเลย อย่าคอมเม้นต์ทิ้งไว้ มันรกหูรกตา ถ้ากลัวว่าโค้ดเก่าจะหายไป ก็หัดใช้ <a href="http://subversion.tigris.org" />SVN</a> หรือ <a href="http://www.narisa.com/wiki/cvs">CVS</a> ซะบ้าง</li>
<li>อย่าคิดว่าทำแบบนี้ให้เสร็จไปก่อนวันหลังค่อยมาแก้ให้มันดี โค้ดที่คุณเขียนอาจถูกใช้งานนานกว่าที่คุณคิด (หรืออาจจะซับซ้อนจนไม่กล้าแก้!) ดังนั้นทำให้มันดีไปเลยดีกว่า</li>
<li>...และข้อสุดท้ายอย่าขี้เกียจ!!!</li>
</ul>
<p>ทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดจากหนังสือ<a href="http://mitpress.mit.edu/sicp/full-text/book/book.html">เล่มนี้</a></p>
<blockquote><p>programs must be written for people to read, and only incidentally for machines to execute</p></blockquote>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.onlysimpler.com/entries/readable_code.html"> blog.onlysimpler.com</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
