<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>pichaip's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/2283"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/2283/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/2283/atom/feed</id>
  <updated>2007-10-14T23:30:59+07:00</updated>
  <entry>
    <title>ทำไมไอโฟน 3G จึงมีราคาถูกมากๆ ?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8074" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8074</id>
    <published>2008-06-16T00:51:27+07:00</published>
    <updated>2008-06-16T09:43:24+07:00</updated>
    <author>
      <name>pichaip</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือไอโฟนรุ่นแรกมาร่วมปี สตีฟ จ็อบส์หวังว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงโลกของโทรศัพท์มือถือไปตลอดกาล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาก็ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือไอโฟนรุ่นที่สองของแอปเปิล</p>

<p>ไอโฟน3G ได้แก้ไขจุดอ่อนจำนวนมากของไอโฟนรุ่นแรกและได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ที่สำคัญคือ การเชื่อมต่อกับโครงข่ายไร้สายความเร็วสูงรุ่นที่3 เพิ่มระบบ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Global_Positioning_System">GPS(The Global Positioning System)</a> ซึ่งเปิดทางให้เกิดบริการใหม่ๆที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น บริการข้อมูลข่าวสาร ที่สืบเนื่องจากตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้ การเชื่อมต่อกับระบบเมลและเครือข่ายของบริษัทอย่างราบรื่น และความสามารถในการสั่งลบข้อมูลส่วนตัวในเครื่อง จากระยะไกลได้อย่างหมดจดในกรณีที่โทรศัพท์หาย</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือไอโฟนรุ่นแรกมาร่วมปี สตีฟ จ็อบส์หวังว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงโลกของโทรศัพท์มือถือไปตลอดกาล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาก็ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือไอโฟนรุ่นที่สองของแอปเปิล</p>

<p>ไอโฟน3G ได้แก้ไขจุดอ่อนจำนวนมากของไอโฟนรุ่นแรกและได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ที่สำคัญคือ การเชื่อมต่อกับโครงข่ายไร้สายความเร็วสูงรุ่นที่3 เพิ่มระบบ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Global_Positioning_System">GPS(The Global Positioning System)</a> ซึ่งเปิดทางให้เกิดบริการใหม่ๆที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น บริการข้อมูลข่าวสาร ที่สืบเนื่องจากตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้ การเชื่อมต่อกับระบบเมลและเครือข่ายของบริษัทอย่างราบรื่น และความสามารถในการสั่งลบข้อมูลส่วนตัวในเครื่อง จากระยะไกลได้อย่างหมดจดในกรณีที่โทรศัพท์หาย
<!--break-->
ทั้งๆที่มีทุกอย่างดีกว่าไอโฟนรุ่นแรกมาก แต่ที่คนทั่วไปประหลาดใจก็คือ ไอโฟน3G กลับเปิดตัวด้วยราคาที่ถูกกว่ารุ่นแรกมาก ทั้งยังถูกกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ใกล้เคียงกัน จากคู่แข่งค่ายอื่นๆด้วย โดยไอโฟน3G รุ่น 8GB ราคา 199 เหรียญสหรัฐ(ประมาณ 6600 บาทเศษ) รุ่น 16 GB ราคา 299 เหรียญสหรัฐ(ประมาณ 10000 บาทเศษ)</p>

<p>สาเหตุคือแอปเปิล ได้ตัดสินใจเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของไอโฟนใหม่ โดยเฉพาะคือ ความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการโครงข่ายไร้สาย เช่นเอทีแอนด์ทีที่อเมริกา จากแบบเดิมที่ผู้ให้บริการ ต้องแบ่งค่าบริการในการใช้งานตามสัญญาแก่แอปเปิล</p>

<p>เป็นแบบใหม่ที่ ผู้ให้บริการฯออกเงินชดเชย(subsidise)แก่แอปเปิล สำหรับค่าเครื่องไอโฟน3G ทุกเครื่องที่ขายได้ โดยผู้ให้บริการฯ จะทำสัญญาผูกมัดผู้ซื้อ ให้ใช้โครงข่ายฯเป็นเวลา 2 ปีและไม่ต้องแบ่งค่าบริการการใช้งานแก่แอปเปิลอีกต่อไป นั่นคือการเดินตามโมเดลธุรกิจดั้งเดิมของผู้ผลิตรายอื่นๆ เช่นโนเกียหรือซัมซุง</p>

<p>แอปเปิลพบว่า โมเดลธุรกิจของไอโฟนแบบเดิม ทำให้ยอดขายของไอโฟนเติบโตช้าเกินไป แอปเปิลหวังว่า รายได้จากยอดขายของไอโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากส่วนแบ่งค่าบริการจากการใช้งาน</p>

<p>ด้วยการลดราคาและเพิ่มจำนวนประเทศที่ขายไอโฟน3Gอย่างถูกกฎหมายจาก 6 ประเทศเป็น 70 ประเทศ แอปเปิลหวังว่าจะสามารถขายไอโฟนได้ 10 ล้านเครื่องภายในปีนี้ตามเป้าหมายที่สตีฟ จ็อบส์ได้เคยแถลงไว้(ปัจจุบันขายได้แล้ว 6 ล้านเครื่อง)</p>

<p>ปัจจุบันบริษัทโนเกีย ประเทศฟินแลนด์ ขายสมาร์ทโฟนได้มากที่สุด ครองส่วนแบ่งตลาดโลกในไตรมาสแรกของปีนี้ ประมาณร้อยละ 45 บริษัทรีเสิชอินโมชั่น(RIM)ประเทศแคนาดา ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแบลคเบอร์รี่ที่มีชื่อเสียง ครองส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณร้อยละ 13 เฉพาะในตลาดอเมริกาซึ่งโนเกียไม่ได้รับความนิยม รีเสิชอินโมชั่นเป็นผู้นำ ด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 42 ตามด้วยแอปเปิลร้อยละ 20</p>

<p>แต่ไอโฟนได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ มากกว่าแค่ส่วนแบ่งทางการตลาด ไอโฟนได้กลายเป็นผู้กำหนดมาตราฐานใหม่ ในด้านการออกแบบและความง่ายในการใช้งาน</p>

<p>ตามสถิติการใช้งานที่จ็อบส์เปิดเผยคือ ผู้ใช้ร้อยละ 98 เข้าอินเตอร์เน็ตด้วยไอโฟน ร้อยละ 94 ใช้อีเมลด้วยไอโฟน ร้อยละ 80 ใช้งานโปรแกรมต่างๆมากกว่า 10โปรแกรมรวมทั้งโปรแกรมเล่นเพลงไอจูน</p>

<p>เขายังแซวว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ ไม่สามารถจะหาโปรแกรมใช้งานได้เกินกว่า 10 โปรแกรมเพราะเมนูการใช้งานที่ยุ่งยาก</p>

<p>มีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตั้งแต่ก่อนปีคศ.1984 แต่เครื่องแมคอินทอชของแอปเปิล ได้เป็นผู้นำในการใช้รูปแบบการติดต่อ ระหว่างคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้ด้วยกราฟิกและไอคอน ซึ่งทุกรายต้องเลียนแบบและเดินตาม เปิดยุคใหม่ของพีซีเช่นที่เราเห็นในทุกวันนี้</p>

<p>มีเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลก่อนปีคศ.2001 แต่เครื่องไอพ็อดของแอปเปิ้ล ได้ทำให้มันใช้งานได้ง่ายและแพร่หลายไปทั่วทุกแห่งหน</p>

<p>เช่นเดียวกับที่ผ่านมา บทบาทที่สำคัญที่สุดของไอโฟนต่อจ๊อบ ต่อแอปเปิลและต่ออุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ คือการกำหนดทิศทางและมาตราฐานใหม่ ของโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนให้คนอื่นเดินตาม ในยุคของการสื่อสารแบบไร้สาย</p>

<p>สตีฟ จ็อบส์กำลังพยายามนำการปฏิวัติใหม่ครั้งที่สามในชีวิตของเขา ในโลกของเทคโนโลยี่ที่คนทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน</p>

<p>ที่มา-<a href="http://www.economist.com/business/displaystory.cfm?story_id=11543761&amp;fsrc=RSS">นิตยสารอีโคโน
มิสต์</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>คณะกรรมาธิการด้านการแข่งขันอย่างเสรียุโรปสนับสนุนมาตรฐานเปิด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8064" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8064</id>
    <published>2008-06-14T13:13:29+07:00</published>
    <updated>2008-06-14T23:46:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>pichaip</name>
    </author>
    <category term="Antitrust" />
    <category term="EU" />
    <category term="Open Standard" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>วันที่ 10 มิย.2551 นีลี่ โครส (Neelie Kroes) หัวหน้าคณะกรรมาธิการด้านการแข่งขันอย่างเสรีของสหภาพยุโรป ปราศรัยในการสัมนาซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซล สนับสนุนให้องค์กรธุรกิจและหน่วยงานของรัฐในสหภาพยุโรป ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิด</p>

<p>เธอกล่าวว่า &#8220;การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิด คือการตัดสินใจทางธุรกิจที่ชาญฉลาดอย่างแท้จริง&#8221; &#8220;มันมีปัญหาความไม่ปลอดภัยอย่างร้ายแรง ในการใช้ซอฟต์แวร์ที่มาจากบริษัทเดียว&#8221; เธอยกย่องเมืองมิวนิค กระทรวงการต่างประเทศเยอรมัน และหน่วยงานหนึ่งของตำรวจฝรั่งเศส ที่ได้เปลี่ยนไปใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิดแล้ว</p>

<p>โครสซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนของเนเธอร์แลนด์ ยังได้สนับสนุนรัฐบาลและรัฐสภาของเนเธอร์แลนด์ ในการมุ่งหน้าไปสู่การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิด</p>

<p>เธอกล่าวว่า หน่วยงานของสหภาพยุโรป &#8220;ต้องไม่พึ่งพาผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว และ ต้องปฏิเสธการถูกมัดไว้กับเทคโนโลยีใดโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยง ที่อาจไม่สามารถควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ &#8220;</p>

<p>โครสกล่าวว่า นโยบายของคณะกรรมาธิการยุโรป (ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารคล้ายคณะรัฐมนตรี แต่มีขอบเขตการใช้อำนาจทั่วทั้งสหภาพยุโรป) ซึ่งได้มีมติเมื่อปีที่แล้ว ให้ส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิดทั่วทั้งสหภาพยุโรป นั้น &#8220;ทุกฝ่าย จำเป็นต้องนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง&#8221;</p>

<p><strong>ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ กระทรวงไอซีทีของไทย จะออกนโยบายที่เข้าท่าเช่นนี้บ้าง?</strong></p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.iht.com/articles/2008/06/10/technology/msft.php">หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลเฮรัลทรีบูน 10 มิย.2551</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>วันที่ 10 มิย.2551 นีลี่ โครส (Neelie Kroes) หัวหน้าคณะกรรมาธิการด้านการแข่งขันอย่างเสรีของสหภาพยุโรป ปราศรัยในการสัมนาซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซล สนับสนุนให้องค์กรธุรกิจและหน่วยงานของรัฐในสหภาพยุโรป ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิด</p>

<p>เธอกล่าวว่า &#8220;การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิด คือการตัดสินใจทางธุรกิจที่ชาญฉลาดอย่างแท้จริง&#8221; &#8220;มันมีปัญหาความไม่ปลอดภัยอย่างร้ายแรง ในการใช้ซอฟต์แวร์ที่มาจากบริษัทเดียว&#8221; เธอยกย่องเมืองมิวนิค กระทรวงการต่างประเทศเยอรมัน และหน่วยงานหนึ่งของตำรวจฝรั่งเศส ที่ได้เปลี่ยนไปใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิดแล้ว</p>

<p>โครสซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนของเนเธอร์แลนด์ ยังได้สนับสนุนรัฐบาลและรัฐสภาของเนเธอร์แลนด์ ในการมุ่งหน้าไปสู่การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิด</p>

<p>เธอกล่าวว่า หน่วยงานของสหภาพยุโรป &#8220;ต้องไม่พึ่งพาผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว และ ต้องปฏิเสธการถูกมัดไว้กับเทคโนโลยีใดโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยง ที่อาจไม่สามารถควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ &#8220;</p>

<p>โครสกล่าวว่า นโยบายของคณะกรรมาธิการยุโรป (ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารคล้ายคณะรัฐมนตรี แต่มีขอบเขตการใช้อำนาจทั่วทั้งสหภาพยุโรป) ซึ่งได้มีมติเมื่อปีที่แล้ว ให้ส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีมาตราฐานเปิดทั่วทั้งสหภาพยุโรป นั้น &#8220;ทุกฝ่าย จำเป็นต้องนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง&#8221;</p>

<p><strong>ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ กระทรวงไอซีทีของไทย จะออกนโยบายที่เข้าท่าเช่นนี้บ้าง?</strong></p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.iht.com/articles/2008/06/10/technology/msft.php">หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลเฮรัลทรีบูน 10 มิย.2551</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>โอเปร่าฟ้องไมโครซอฟท์ที่ติดตั้งIEผนวกกับวินโดวส์ ผิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดที่ยุโรป</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6522" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6522</id>
    <published>2007-12-14T17:48:01+07:00</published>
    <updated>2007-12-17T16:14:45+07:00</updated>
    <author>
      <name>pichaip</name>
    </author>
    <category term="Antitrust" />
    <category term="EU" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Opera" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อวันพฤหัสที่ ๑๓ ธันวาคม ศกนี้ โอเปร่า บริษัทซอฟท์แวร์นอรเวย์ได้ยื่นฟ้อง ไมโครซอฟท์ต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่าการติดตั้ง IE ผนวกรวมกับวินโดวส์ เป็นการ กระทำความผิดตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของยุโรป</p>

<p>คดีนี้ยื่นฟ้องหลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้แพ้คดีครั้งประวัติศาสตร์ในข้อหาผนวกรวมโปรแกรม มีเดียเพลเยอร์กับวินโดวส์ เมื่อเดือนกันยายน ศกนี้ เพียงไม่ถึง ๒ เดือน</p>

<p>ในคดีก่อน ศาลอุทธรณ์ยุโรปได้พิพากษาตามมติของคณะกรรมาธิการยุโรปว่า การติดตั้งโปรแกรมมัลติมีเดียเพลเยอร์ผนวกรวมกับวินโดวส์ เป็นการกระทำความผิด ตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของยุโรป ให้ไมโครซอฟท์จำหน่ายวินโดวส์ที่ไม่มี โปรแกรมมัลติมีเดียเพลเยอร์ และจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาลเป็นเงิน ๔๙๗.๒ ล้านยูโร หรือเท่ากับ ๗๓๖ ล้านเหรียญสหรัฐ</p>

<p>โอเปร่าได้ยื่นคำขอท้ายคำฟ้องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปให้สั่งไมโครซอฟท์ให้จำหน่าย วินโดวส์โดยไม่มีIEหรือติดตั้งเบราว์เซอร์อื่นไปด้วยหรือให้ทำทั้งสองอย่าง</p>

<p>เมืองไทยก็มีกฎหมายต่อต้านการผูกขาด แต่ยังไม่เคยเห็นว่า สามารถบังคับใช้ได้ แบบนี้เลยนะ</p>

<p>ที่มา-<a href="http://www.iht.com/articles/2007/12/13/business/msft.php">IHT</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อวันพฤหัสที่ ๑๓ ธันวาคม ศกนี้ โอเปร่า บริษัทซอฟท์แวร์นอรเวย์ได้ยื่นฟ้อง ไมโครซอฟท์ต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่าการติดตั้ง IE ผนวกรวมกับวินโดวส์ เป็นการ กระทำความผิดตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของยุโรป</p>

<p>คดีนี้ยื่นฟ้องหลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้แพ้คดีครั้งประวัติศาสตร์ในข้อหาผนวกรวมโปรแกรม มีเดียเพลเยอร์กับวินโดวส์ เมื่อเดือนกันยายน ศกนี้ เพียงไม่ถึง ๒ เดือน</p>

<p>ในคดีก่อน ศาลอุทธรณ์ยุโรปได้พิพากษาตามมติของคณะกรรมาธิการยุโรปว่า การติดตั้งโปรแกรมมัลติมีเดียเพลเยอร์ผนวกรวมกับวินโดวส์ เป็นการกระทำความผิด ตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของยุโรป ให้ไมโครซอฟท์จำหน่ายวินโดวส์ที่ไม่มี โปรแกรมมัลติมีเดียเพลเยอร์ และจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาลเป็นเงิน ๔๙๗.๒ ล้านยูโร หรือเท่ากับ ๗๓๖ ล้านเหรียญสหรัฐ</p>

<p>โอเปร่าได้ยื่นคำขอท้ายคำฟ้องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปให้สั่งไมโครซอฟท์ให้จำหน่าย วินโดวส์โดยไม่มีIEหรือติดตั้งเบราว์เซอร์อื่นไปด้วยหรือให้ทำทั้งสองอย่าง</p>

<p>เมืองไทยก็มีกฎหมายต่อต้านการผูกขาด แต่ยังไม่เคยเห็นว่า สามารถบังคับใช้ได้ แบบนี้เลยนะ</p>

<p>ที่มา-<a href="http://www.iht.com/articles/2007/12/13/business/msft.php">IHT</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ครีเอทีฟคอมมอนส์ เสนอร่างแก้ไขสัญญาอนุญาตใหม่เป็นรุ่น 3.01</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6039" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6039</id>
    <published>2007-10-14T21:10:35+07:00</published>
    <updated>2007-10-14T23:30:59+07:00</updated>
    <author>
      <name>pichaip</name>
    </author>
    <category term="Creative Commons" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Lawrence Lessig กรรมการครีเอทีฟคอมมอนส์ ได้เสนอร่างแก้ไขสัญญาอนุญาตฉบับทั่วไป (unport version) ใหม่เป็นรุ่น 3.01 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนครีเอทีฟคอมมอนส์ใน <a href="http://creativecommons.org/weblog/entry/7718">บล็อกของเขา</a></p>

<p>สาระสำคัญของการแก้ไขครั้งนี้ คือการแก้ไขสัญญาข้อ 4 (f) ซึ่งเป็นเรื่อง <a
href="http://en.wikipedia.org/wiki/Moral_right">moral right</a> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่<a
href="http://creativecommons.org/weblog/entry/6017">ถกเถียงและวิจารณ์</a>กันอย่างกว้างขวางมาก่อนหน้านี้แล้ว (ดู<a href="http://www.blognone.com/node/5882">ข่าวเก่า</a>กรณี Flickr)</p>

<p>สรุปความคือ มีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้รับรองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ (the Original Author) ให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งให้ผู้สร้างสรรค์สามารถอนุญาตให้ผู้อื่นแก้ไขดัดแปลงงานต้นฉบับได้เท่าที่กฎหมายของแต่ละประเทศจะอนุญาตให้ทำได้ โดยการแก้ไขดัดแปลงนั้นจะต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์</p>

<p>ข้อความเต็มที่เสนอให้มีการแก้ไขใหม่ ในรุ่น 3.01 ดูได้ <a href="http://creativecommons.org/weblog/entry/7718">ที่นี่</a> ถ้าใครสนใจที่จะไปติดตามหรือร่วมสนทนาด้วย ก็ไป<a
href="http://lists.ibiblio.org/mailman/listinfo/cc-licenses">ที่นี่</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://creativecommons.org/weblog/entry/7718">ครีเอทีฟคอมมอนส์</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Lawrence Lessig กรรมการครีเอทีฟคอมมอนส์ ได้เสนอร่างแก้ไขสัญญาอนุญาตฉบับทั่วไป (unport version) ใหม่เป็นรุ่น 3.01 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนครีเอทีฟคอมมอนส์ใน <a href="http://creativecommons.org/weblog/entry/7718">บล็อกของเขา</a></p>

<p>สาระสำคัญของการแก้ไขครั้งนี้ คือการแก้ไขสัญญาข้อ 4 (f) ซึ่งเป็นเรื่อง <a
href="http://en.wikipedia.org/wiki/Moral_right">moral right</a> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่<a
href="http://creativecommons.org/weblog/entry/6017">ถกเถียงและวิจารณ์</a>กันอย่างกว้างขวางมาก่อนหน้านี้แล้ว (ดู<a href="http://www.blognone.com/node/5882">ข่าวเก่า</a>กรณี Flickr)</p>

<p>สรุปความคือ มีการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้รับรองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ (the Original Author) ให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งให้ผู้สร้างสรรค์สามารถอนุญาตให้ผู้อื่นแก้ไขดัดแปลงงานต้นฉบับได้เท่าที่กฎหมายของแต่ละประเทศจะอนุญาตให้ทำได้ โดยการแก้ไขดัดแปลงนั้นจะต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์</p>

<p>ข้อความเต็มที่เสนอให้มีการแก้ไขใหม่ ในรุ่น 3.01 ดูได้ <a href="http://creativecommons.org/weblog/entry/7718">ที่นี่</a> ถ้าใครสนใจที่จะไปติดตามหรือร่วมสนทนาด้วย ก็ไป<a
href="http://lists.ibiblio.org/mailman/listinfo/cc-licenses">ที่นี่</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://creativecommons.org/weblog/entry/7718">ครีเอทีฟคอมมอนส์</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
