mari's blog
เมื่อดารามีบล็อกปลอมปลอม
Submitted by mari on 18 July, 2007 - 17:30. tags:เว็บบล็อกใหม่ล่าสุดที่มีคอนเซปท์แหวกแนว
ด้วยการรวบรวมบล็อกของดาราและคนดังกว่า 50 คน
ไม่ว่าจะเป็น Al Gore, Bill Clinton, Britney Spears, Dalai Lama,
George W Bush, Kate Moss, Oprah Winfrey, Paris Hilton,
Tom Cruise, Tony Blair, Vladimir Putin และอื่นๆ
ไว้ในที่เดียว
นั่นคือ http://www.newsgroper.com/
เพียงเว้นแต่ว่า
บล็อกคนดังที่ว่า ไม่ได้เขียนด้วยคนดังคนนั้นจริงๆ
แต่เขียนด้วยนักเขียนนิรนาม ที่เขียนเหมือนตัวเองเป็นคนดังคนนั้นจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ก็เห็นได้ชัดว่า
จุดประสงค์ของเว็บนี้คือความบันเทิงเพียงเท่านั้นเอง
และไม่น่าจะมีใครโกรธว่าโดนเว็บนี้หลอก
(นอกจากคนดังที่โดนสวมรอยนี่เอง)
ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของเว็บไซต์โจ๊ก
ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเข้ามาผลิตเนื้อหา
อย่างไรก็ตาม จุดขายก็ยังเหมือนเว็บตลกทั่วไป
นั่นคือ ถ้าไม่ตลกเมื่อไหร่ เว็บก็ตายเมื่อนั้น
ที่มา
Newsgroper.com
TechCrunch
Answer.com ซื้อกิจการ Dictionary.com แล้ว $100M
Submitted by mari on 18 July, 2007 - 15:52. tags:ฟังการซื้อกิจการของ Yahoo Google และ MS มามากแล้ว
ข่าวการซื้อกิจการใหม่ล่าสุด Answer.com เอากับเขาบ้าง
ด้วยการซื้อ Dictionary.com, Thesaurus.com และ Reference.com
ซึ่งทั้งสามเว็บเป็นของบริษัท Lexico Publishing Group
และมี Pageview เป็น 3 เท่าของ Answer.com
ไปด้วยมูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เท่านั้นเอ๊งงง
Answer.com เป็นเว็บไซต์ที่บริการพจนานุกรม สารานุกรม และ wiki aggregator
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นที่น่าสงสัยนักว่าจะซื้อไปทำไม
ที่มา mashable.com
answer.com
ส่งดอกไม้ผ่าน Social Networking
Submitted by mari on 16 July, 2007 - 20:11. tags:เราได้เห็นมามากมาย กับ service ต่างๆที่มาเสริมลูกเล่นในด้าน Social Networking
เช่น Slide.com, Photobucket.com ที่มาช่วยเพิ่มสีสันเรื่องการแสดงรูปภาพ
หรือ service อื่นๆเช่น การตกแต่ง comment ให้สวยงามมากขึ้น การลิงค์บล็อกสู่บล็อก
ส่วน service ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจธุรกรรมบน Social Networking นั้น เรานึกแทบไม่ออกเลย
วันนี้จะเสนอเว็บไซต์ที่บริการแสนธรรมดา
แล้วมันก็ดูจะเวิร์คดีเสียด้วย นั่นคือ การส่งดอกไม้ผ่าน Social Networking
ด้วยบริการของเว็บไซต์ http://www.socialflowers.com/
ที่ว่าเวิร์ค เพราะว่า Social Networking เป็นเรื่องของอารมณ์เสียเป็นส่วนใหญ่
การส่งดอกไม้ในที่นี้ ก็ไม่ใช่การส่งภาพดอกไม้ แต่เป็นดอกไม้สดๆจริงๆ
มี Transaction จริง และรับส่งดอกไม้ทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
เว็บไซต์นี้ เป็นคำตอบแรกๆ ของคำถามที่เกิดจากความรู้สึกของเราๆว่า
Social Networking นี่มีแต่ความไร้สาระ มีแต่เรื่องจุ๊กจิ๊ก เด็กๆ
และถ้าจะหารายได้จาก Social Networking นั้น เราจะทำได้แต่ของเล่นเท่านั้นหรือ?
และ Socialflowers.com บอกด้วยตัวมันว่า มันกำลังตอบโจทย์ข้อนี้อยู่
นอกจากนี้ เว็บไซต์นี้ยังตอบโจทย์ข้อที่สอง
ว่าด้วยเรื่องของความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์อีกด้วย
เมื่อก่อน การที่จะทำอะไรถึงตัวบุคคล
เราก็ต้องเอาความเป็นส่วนตัวเข้าแลก
ต้องออกจากหน้าจอออกมาเพื่อไปเจอตัวตนของอีกฝ่ายจริงๆ
ที่อยู่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
ที่ถ้าไม่จำเป็นแล้ว
คนใน Social Networking จะไม่เปิดเผยให้ Contacts หรือ Friends ได้รู้เลย
แม้ว่าจะเปิดเผยใบหน้า และเรื่องราวส่วนตัวมากขนาดไหน
Socialflowers ก็ตอบโจทย์นี้ ด้วยการใช้ตัวเองเป็นตัวกลางระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
ผู้ส่งจึงไม่จำเป็นต้องทราบที่อยู่ของผู้รับ
เพียงแต่จ่ายเงินตามระบบ ก็เพียงพอ
เรามาดูขั้นตอนในการส่งดอกไม้ของ Socialflowers.com กันสักนิดหนึ่ง
อาจจะดูว่าหลายขั้นตอนแต่เมื่อใช้งานจริงก็ไม่น่าจะรู้สึกยุ่งยากอะไรนัก
1. ผู้ต้องการส่งดอกไม้กด Social Flower App ที่ฝังอยู่ในระบบ Social Networking ที่ร่วมรายการ
แล้วเลือกผู้รับที่อยู่ใน Friend List
2. พอเลือกปุ๊บ ผู้ต้องการส่งก็จะถูกส่งตัวมาที่หน้าเลือกดอกไม้ในเว็บ Socialflowers.com
จากนั้นผู้ต้องการส่งก็ทำตามขั้นตอนการซื้อของออนไลน์ธรรมดา
แล้วก็กลับมาที่ Social Network อีกครั้ง
3. ระบบของ Socialflowers.com จะส่งอีเมล์เป็นตัวแทนผู้ต้องการส่งดอกไม้ ไปยังผู้รับ
เพื่อแจ้งว่ามีผู้ส่งดอกไม้มาให้
4. เมื่อผู้รับได้รับอีเมล์แล้ว (หรือได้รับข้อความภายใน Social Network นั้นๆ) ก็คลิกลิงค์
เพื่อไประบุที่อยู่ที่ต้องการให้ดอกไม้ส่งถึง
5. จากนั้นระบบก็จะทำการส่งดอกไม้โดยใช้เครือข่ายร้านดอกไม้กว่า 30,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ในอนาคตอันใกล้คาดว่าจะมีธุรกิจที่ผูกกับ Social Network เพิ่มขึ้นอีกมาก
มาดูในฝั่งบ้านเราแล้ว
การทำ E-commerce โดยตรงกับ Social Network อย่างนี้
อาจจะยังไม่สามารถเติบโตได้ในขณะนี้
เพราะกลุ่มผู้ใช้ Social Network อาจจะยังไม่หลากหลายนัก
แต่ก็ไม่เสียแรงเปล่า ถ้าจะริเริ่มเสียตั้งแต่วันนี้
เพราะยังไงเสีย ผู้เริ่มก่อน มักจะได้เปรียบในสนามธุรกิจอยู่แล้ว
ปวดนิ้งหน่องหรือชิ้งฉ่องในที่สาธารณะ? มือถือช่วยคุณได้
Submitted by mari on 12 July, 2007 - 15:11. tags:service ใหม่บนมือถือของทางฝั่งอเมริกา ที่คอนเซปท์สุดเรียบง่ายแต่ประโยชน์มหาศาล ก็คือการหาห้องน้ำใกล้ตัว ในเวลาที่บอกไม่ได้ ไปไม่ถูก
Mashable.com โดนแบนแต๊ดแต๋ในเมืองไทยแล้ว
Submitted by mari on 18 April, 2007 - 19:43. tags:Mashable.com เป็นเว็บที่เรามักจะเข้าไปรับข่าวสารเรื่อง social networking ใหม่ๆ
เว็บนี้มีคนอ่านทั่วโลกโดยคาดว่าไม่ต่ำกว่าครึ่งแสน
ตอนที่เกิดเรื่องกันใหม่ๆ เราก็พอที่จะเห็นบทความที่เป็นปัญหานี้อยู่เหมือนกัน
ก็ยังคิดเล่นๆว่าจะโดนตามมาเจอไหม
จริงๆแล้วเราอ่านบทความนั้นก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
แต่พอมันโดนแบนทั้งไซต์ขึ้นมา ก็อึ้งเหมือนกันวุ้ย -_-
พอดียังสมัคร newsletter เอาไว้
เมื่อเช้าก็ว่าทำไม newletter ของ mashable นี่รูปไม่ขึ้นเลย
พอตกบ่ายเข้า mashable ก็ถึงบางอ้อ
โดนแบนเรียบร้อย
จากที่คิดเอาไว้ว่ามันต้องเกิดการแบนลามไปที่เว็บอื่นๆด้วย
มันก็เป็นจริง (ในระยะเวลาไม่นาน)
นอกจากนี้ ในเวลาไล่ๆกัน เว็บวีดีโอ http://www.veoh.com/ ก็โดนแบนไปเรียบร้อยโรงเรียนไอซีทีเช่นเดียวกัน
ข้างล่างนี้เป็นข่าวล่าสุดที่อยู่ใน mashable แล้วส่งมาใน newsletter ด้วย
Mashable.com Banned in Thailand
Posted: 18 Apr 2007 03:20 AM GMT-06:00
I have the dubious honor of announcing that Mashable.com has been banned in Thailand, due to our reporting of the YouTube ban, continued reports and posting of the clips that had offended the Thai government. The comments on those posts have generated some fascinating discussions that are worth reading.
As you can see in the screenshots below, the Mashable.com homepage now redirects to the Ministry of Information and Communication Technology, while internal pages display the green error message that I can’t translate. Criticizing the Thai king is a crime punishable by up to 15 years in jail if you’re based in that country.
ที่มา - Mashable (link ไปก็ดูไม่ได้อยู่ดี ฮี่ๆ)
Google ร่วมกับ EchoStar รุกโฆษณาทางโทรทัศน์
Submitted by mari on 4 April, 2007 - 15:50. tags:Google ร่วมกับ บริษัท EchoStar Communication ซึ่งเป็นเอเจนซี่โฆษณาทางโทรทัศน์ ทำการขายโฆษณาให้กับธุรกิจต่างๆที่ต้องการจะเสนอโฆษณากับผู้รับชมโทรทัศน์ผ่านทางจานดาวเทียม 13.1 ล้านคนทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา
การโฆษณาจะเลือกแพร่ภาพโดยเลือกจากกลุ่มประชากรเป้าหมาย ศาสนา เวลา ช่องสถานี และโปรแกรมรายการ และยังมีการใช้ Adword บนทีวีด้วย โดยข้อมูลเหล่านี้จะต้องมี set-top boxes ตัวหนึ่ง
ผู้โฆษณาจะใช้ auction interface แบบ Adword ในการประมูลโฆษณา โดยที่ทำการอัพโหลดโฆษณาของตัวเองขึ้นไป พร้อมทั้งเลือกช่องสถานีและเวลาที่ต้องการ รวมไปถึงพื้นที่ของประเทศที่ต้องการจะโฆษณา หรือในอีกทางหนึ่ง ก็เลือกเป็นลักษณะประชากร เช่น ชาย อายุระหว่าง 18-34 ได้
ก่อนหน้านี้ในฤดูใบไม้ร่วง Google ก็ได้ทำการทดสอบกับผู้ให้บริการเคเบิลทีวีใน San Francisco ซึ่งมีสมาชิกอยู่ประมาณ 23,000 คน เมื่อใช้ set-top box เพื่อดูพฤติกรรมการดูโทรทัศน์ของสมาชิกสักระยะหนึ่ง ก็ได้ผลในการที่จะจับคู่ ระหว่างรายการที่สมาชิกดู และโฆษณาที่เหมาะกับรายการนั้นในที่สุด
มากินกาแฟ Vista กันไหม
Submitted by mari on 3 April, 2007 - 14:33. tags:Cafe Press ร้านกาแฟชื่อดังของอินเดียที่มีสาขาทั่วประเทศ ได้จัดโปรโมชั่นกาแฟร่วมกับ Microsoft ภายใต้ผลิตภัณฑ์กาแฟที่ชื่อว่า Microsoft Vista WOWffee ในราคา RS40 หรือ 0.93 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเมนูก็ยังมีโลโก้ Vista ให้ดูเห็นๆว่าไม่ได้โม้นะเอ้า
ไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะได้ชิมกาแฟยี่ห้ออื่นๆในแวดวงไอทีบ้างหรือเปล่านะ


ที่มา - The Inquirer
Multitasking ทำให้เราช้าลง
Submitted by mari on 28 March, 2007 - 16:44. tags:Multitasking คือการทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆภายในเวลาเดียวกัน เช่น เขียนโปรแกรมไปเช็คอีเมล์ไป ขับรถไปคุยโทรศัพท์ไป ใช้ sms ในระหว่างที่เดินข้ามถนนและฟัง iPod ไปด้วย เป็นต้น
คนจำนวนมากคิดว่า การที่เราทำอะไรได้หลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้เรายิ่งทำอะไรได้มากขึ้นในคราวเดียว ก็ยิ่งเป็นพัฒนาการในการทำงานที่ดีเข้าไปใหญ่ มือถือ อีเมล์ แมสเสจ และอื่นๆ จึงกลายเป็นสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นต้องชีวิตตลอดเวลา
มีงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้น ที่ค้นคว้าโดยนักประสาทวิทยา นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ ทั้งที่พิมพ์เผยแพร่แล้วและยังไม่ตีพิมพ์ บ่งชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของ Multitasking ในขณะที่ทำงานในออฟฟิศ เรียน หรือแม้แค่ขับรถ
ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มีคำแนะนำว่า ถ้าเป็นแค่เปิดเพลงไม่มีเสียงร้องเบาๆระหว่างเรียน ก็อาจเป็นการเพิ่มพลังการจดจ่อในการเรียนได้ หรือเช็คอีเมล์ชั่วโมงละครั้งเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเป็นเพลงที่มีเนื้อร้อง im รายการโทรทัศน์ จะให้ผลตรงกันข้าม หรือแม้แต่การขับรถโดยคุยโทรศัพท์มือถือโดยที่ใช้ hands-free headset ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเช่นกัน
David E. Meyer นักวิทยาศาสตร์ด้าน cognitive และหัวหน้าศูนย์วิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสมอง การระลึกรู้ และการกระทำ ในมหาวิทยาลัยมิชิแกนกล่าวว่า Multitasking จะทำให้เราทำอะไรได้ช้าลง และมีโอกาสทำผิดพลาดสูงขึ้น ในการประมวลข้อมูลของสมองนั้น การที่ถูกรบกวนหรือถูกขัดจังหวะ จะทำให้ส่งผลเสียต่อกระบวนการนี้โดยตรง
Rene' Marois นักประสาทวิทยา และหัวหน้าศูนย์วิจัย ที่ศึกษาเรื่องการประมวลข้อมูลของมนุษย์ในมหาวิทยาลัย Vanderbilt กล่าวเสริมว่า ถึงแม้ว่าสมองคนเราจะมีเซลล์ประสาทเป็นล้านเซลล์ และมีการเชื่อมโยงกันหลายร้อยล้านล้านเส้น ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถจดจ่อได้สองสิ่งในคราวเดียว จากการทดลองครั้งหนึ่งพบว่า การดีเลย์เกิดขึ้นจริง เมื่อผู้ถูกทดสอบต้องทำสองสิ่งภายในคราวเดียวกัน
ในชีวิตประจำวันหลายๆเรื่อง การดีเลย์เพียงไม่กี่วินาทีไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เมื่อพูดถึงการขับรถ การดีเลย์แม้แต่หนึ่งวินาทีในขณะที่ขับรถด้วยความเร็ว 60 ไมล์ต่อชั่วโมง พร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย อาจจะหมายถึงความเป็นความตายได้
ในการวิจัยเร็วๆนี้ของสถาบัน for the Future of the Mind มหาวิทยาลัย Oxford ได้ทำการทดลองโดยการแบ่งกลุ่มคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอายุ 18-21 ปี และอีกกลุ่มหนึ่งอายุ 35-39 ปี โดยให้ทั้งสองกลุ่มแปลงภาพเป็นตัวเลขแบบง่ายๆภายใน 90 วินาที
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่อายุน้อยกว่าทำได้ดีกว่าอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อไม่มีอะไรรบกวน แต่เมื่อทั้งสองกลุ่มถูกรบกวนด้วยเสียงโทรศัพท์ sms หรือ im ก็พบว่า ความแม่นยำและความเร็วของทั้งสองกลุ่มไม่ได้ต่างกันเลย
Martin Westwell รักษาการสถาบันได้ให้ความเห็นว่า คนที่สูงอายุกว่าจะคิดได้ช้ากว่า แต่เป็นเพราะว่ามีความฉลาดมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า จึงสามารถกันตัวเองออกจากการรบกวนและสามารถเลือกได้ว่าจะให้ความสนใจกับอะไร แต่ถึงกระนั้น เมื่อผลการวิจัยออกมาดังนี้ คุณ Westwell ซึ่งขณะนี้มีอายุ 36 ก็ได้เลือกที่จะเช็คอีเมล์ถี่น้อยลง ด้วยเหตุผลที่ว่า การที่โดนรบกวนนั้น ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงจริงๆ
ในการศึกษาอีกอันหนึ่ง พบว่า พนักงาน Microsoft กลุ่มหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกว่าจะกลับมาสู่งานจริงจังอย่างเช่นการเขียนรายงาน หรือการเขียนโปรแกรมได้เต็มที่ หลังจากที่ตอบอีเมล์หรือตอบ im ซึ่ง 15 นาทีที่หายไป ใช้ไปกับการเตร็ดเตร่ดูอีเมล์หรือข้อความอื่นๆ หรือกระทั่งอ่านข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง จนกว่าสมาธิจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยของ Microsoft, Eric Horvitz และ Shamsi Iqbal จากมหาวิทยาลัย Illinois ผู้เป็นผู้เขียนร่วมกันในการศึกษาครั้งนี้ ก็ประหลาดใจที่ได้พบว่า คนเราถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่ายมากและใช้เวลามากในการกลับมาที่งานของตน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เทคโนโลยีทำเกิดเหตุการณ์ information overwhelming เทคโนโลยีก็ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรากลั่นกรองข้อมูลมากมายเหล่านั้นให้เหลือเท่าที่เราสนใจเช่นกัน สิ่งสำคัญก็คือเราต้องใช้ให้พอเหมาะพอเพียง ให้ถูกที่และเวลา มิฉะนั้นแล้ว เราก็คงจะเห็นตัวอย่างมากมาย อย่างเช่นในแมนฮัตตัน ที่พิจารณาจะออกกฏห้ามใช้ iPod เวลาเดินถนน เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายราย เนื่องจากข้ามถนนแล้วไม่สนใจเสียงรอบข้าง ซึ่งเราก็คงไม่อยากให้เกิดกฏแปลกๆออกมาบังคับรอบๆตัวเราเช่นกัน
ที่มา - NY Times
ยักษ์ใหญ่ตีกัน Oracle ฟ้อง SAP ด้วยข้อหาขโมยข้อมูล
Submitted by mari on 27 March, 2007 - 18:31. tags:Oracle ฟ้องคู่แข่งตัวเอ้อย่าง SAP ด้วยข้อหาขโมยข้อมูลครั้งใหญ่ (corporate theft on a grand scale) โดยอ้างว่า SAP ได้ขโมยเอกสารสำคัญไปเป็นพันชิ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีลิขสิทธิ์อยู่จากเว็บของ Oracle โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เข้าไปในเซอร์เวอร์ของ SAP เอง โดยที่ส่วนที่เก็บข้อมูลมานี้ สามารถทำให้ลดการบริการหลังการขายของลูกค้า Oracle ลง และชักนำลูกค้าไปใช้ SAP แทนได้
ซึ่งจุดประสงค์ในการฟ้องครั้งนี้ คือการให้ SAP หยุดขโมย และป้องกัน SAP ใช้ข้อมูลที่ขโมยมาแข่งกับ Oracle และเรียกร้องค่าเสียหายในการฟื้นฟูความเสียหายและค่าใช้จ่ายด้านทนายด้วย ซึ่งค่าความเสียหายนี้ ยังไม่เป็นที่เปิดเผยแก่สื่อมวลชน
ส่วนโฆษกของทาง SAP ก็ตามฟอร์ม คือยังไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการฟ้องร้องนี้ และกล่าวเป็นแพทเทิร์นว่า เราเพิ่งได้รับรายงานและกำลังตรวจสอบ
ในข้อกล่าวหายังอ้างถึงการกระทำของ SAP ว่า ทำการขโมยโดยแอบเข้ามาทางระบบบริการลูกค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยหลายๆครั้งใช้ account ของลูกค้า Oracle เอง โดยเฉพาะเป็น account ที่ใกล้หมดอายุ เข้ามาดาวน์โหลดโปรแกรมและเอกสารสำคัญ โดยที่ Oracle ได้พบการก่อการนี้มาตั้งแต่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา
จะออกหัวออกก้อย เราก็คงต้องติดตามดูกันต่อไป
ที่มา - TechWorld
MySpace โดนแบนอีกแล้ว
Submitted by mari on 27 March, 2007 - 15:01. tags:MySpace.com เว็บ Social Networking ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกแบนอีกครั้งจากโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา
MySpace ซึ่งโด่งดังจากความเป็นสังคมขนาดใหญ่ของมัน ทำให้มีเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากมาย ติดกันงอมแงม ในเมืองไทยนั้น Hi5 ดูท่าจะโด่งดังมากกว่า เพราะอะไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เอาเป็นว่า โดยรวมทั่วโลกแล้ว MySpace เป็นแหล่งสังคมออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมถึงมี plugin และ component มากมายที่มุ่งสร้างขึ้น เพื่อหวังจะมีส่วนแบ่งทางธุรกิจกระเด็นมาจาก MySpace บ้าง




