วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ นักเรียนชั้นมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับรางวัล Grand Prize จากโครงการ Google Highly Open Participation Contest จากการร่วมงานพัฒนาซอฟต์แวร์ Moodle ที่เป็นซอฟต์แวร์ Course Management System
ในหน้ารางวัลเขียนไว้ว่า "Moodle ได้เลือก วรภัทร เนื่องจากได้ช่วยงานที่ท้าทายที่สุด ทำ Selenium script, เขียนคู่มือนักพัฒนาในการอัพเกรด XMLDB, แล้วก็ได้พัฒนา patch เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจโค้ดที่ซับซ้อน วรภัทรทำงานต่าง ๆ ได้สำเร็จทันเวลาด้วยคุณภาพสูงสุด เขายังได้ช่วยชุมชน Moodle ภาษาไทย โดยการปรับปรุง Thai language pack และทำ presentation ของ Moodle ในภาษาไทย. ขอแสดงความยินดีกับวรภัทร"
วรภัทรจะได้ไปเที่ยวสำนักงานใหญ่ของ Google เพื่อรับรางวัลต่อไป
ขอแสดงความยินดีครับ!
หมายเหตุ: ในกิจกรรมนี้ เท่าที่ทราบ มีนักเรียนไทยอีกคน ที่เป็นเพื่อนกับวรภัทร (วิชชากร กมลพรวิจิตร) เข้าร่วมในการพัฒนา Joomla! ถ้ามีใครทราบข้อมูลคนอื่น ๆ ช่วยกันทิ้งข้อมูลไว้ใน comment ก็น่าจะได้นะครับ
อ้างอิง: Google Highly Open Participation Contest Grand Prize Winners
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: กูเกิลเปิดโครงการหนุนเด็กมัธยมช่วยโอเพนซอร์ส
- 47 comments
- 3220 reads
เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน นักวิจัยด้านความปลอดภัยชาวสวีเดน Dan Egerstad ได้เปิดเผยชื่อและรหัสผ่านของกว่า 100 บัญชีจดหมายอิเล็คทรอนิกส์ เขาได้เปิดเผยว่าได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากการดักฟังทางโหนดปลายทาง (exit node) ของ Tor 5 เครื่องที่เขาได้กระจายติดตั้งไว้ในที่ต่างกันบนอินเทอร์เน็ต ระบบของ Tor จะใช้เครื่องสามเครื่องส่งข้อมูลต่อกันเป็นทอด ๆ เพื่อป้องกันการติดตามที่มา การส่ง-รับข้อมูลระหว่างโหนดต่าง ๆ จะถูกเข้ารหัสไว้ อย่างไรก็ตามที่โหนดสุดท้าย ข้อมูลจะต้องถูกถอดรหัสก่อนส่งไปยังเครื่องภายนอกซึ่งทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีดักฟังได้
เขากล่าวว่า Tor ซ่อนตัวตนและที่มาของผู้ใช้ แต่ผู้ใช้บางคนเข้าใจผิดว่า Tor ช่วยจัดการเข้ารหัสข้อมูลของเครื่องปลายสองเครื่องที่ติดต่อกันให้ด้วย ทำให้ละเลยการป้องกันตัวเองดังกล่าว
ที่มา --- Wired News
- 2 comments
- 829 reads
จิม เกรย์ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์รางวัลทัวริงและหัวหน้าศูนย์วิจัยไมโครซอฟต์เบย์แอเรีย หายสาบสูญระหว่างล่องเรือโดยลำพังเพื่อลอยอังคารมารดา เขาออกเรือจากซานฟรานซิสโกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะมีการค้นหาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่พบร่องรอยของเขาและเรือ ความช่วยเหลือหลั่งไหลมาจากทางซิลิกอนวาเลย์เพื่อสนับสนุนให้มีการค้นหานี้ต่อ
จิม เกรย์ ได้รับรางวัลทัวริงในปี 1998 จากงานวิจัยด้าน database และ transaction processing เขามีส่วนในการออกแบบ database ของระบบ ATM และการซื้อขายของออนไลน์ ขณะนี้เกรย์และทีมกำลังพัฒนาระบบ database สำหรับงานด้านดาราศาสตร์
แหล่งข่าว: San Francisco Chronicles, vnunet.com, Google News (ผ่านทาง complexity weblog)
- 4 comments
- 1512 reads
ในทางทฤษฎีเรายังไม่ทราบวิธีที่จะแยกตัวประกอบของจำนวนขนาดใหญ่ (1024 บิต) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้หลาย ๆ คนเชื่อว่าการแคร็กการเข้ารหัสด้วย RSA นั้นทำได้ยากเย็นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การวิเคราะห์การทำงานจากการสั่งให้เข้ารหัส RSA ในซีพียู เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกุญแจรหัสที่ใช้ได้ หลักการพื้นฐานของกระบวนการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะว่าก่อนหน้านี้มีการพยายามแกะ RSA โดยการจับเวลาการทำงานของซีพียูในการเข้ารหัสซ้ำ ๆ หลายที อย่างไรก็ตามวิธีใหม่ที่เรียกว่า Simple Branch Prediction Analysis สามารถเก็บข้อมูลของกุญแจที่ใช้โดยใช้ข้อมูลที่เก็บจากการเรียกให้เข้ารหัสเพียงครั้งเดียว
การเก็บข้อมูลดังกล่าวกระทำโดยโปรเซสลับที่ต้องทำงานอยู่บนเครื่องเดียวกันกับที่เครื่องที่เข้ารหัส งานวิจัยดังกล่าวระบุว่าสามารถถอดรหัสได้ 508 บิตจากทั้งสิ้น 512 บิต จากการสั่งเข้ารหัส 10 ครั้ง
Bruce Schneier ให้ความเห็นว่าการพยายามรักษาความลับ โดยต้องนำความลับนั้นไปเก็บไว้ที่คนอื่น (ที่ไว้ใจไม่ได้) เช่นในกรณีของการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในสมาร์ทการ์ดแล้วนำการ์ดนั้นไปให้คนอื่นเข้าถึงได้ อาจทำได้ยากเย็นกว่าการพยายามเก็บความลับไว้เองก็ได้
หมายเหตุ: การเข้ารหัสแบบ RSA เป็นวิธีที่ใช้อย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต เพราะเป็นเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ ตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ implement RSA เช่น OpenSSL
จาก Wired News คอลัมน์ Security Matters, NewScientist อ้างอิงเพิ่มเติม: wikipedia ใครสนใจอ่าน paper (.pdf) ได้
- 1 comment
- 1249 reads
มีบทความในเว็บข่าวออนไลน์ประชาไทสองบทความที่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์และการทำงานของกระทรวงไอซีที
-
วิสัยทัศน์ ยักษ์เขียวตาเดียว
จม.เปิดผนึกถึงรมต.ไอซีที: “แม้จะไม่สนับสนุน แต่ก็หวังว่าจะไม่รบกวนการทำงาน”
อันหลังนี่เป็นการกล่าวถึงและสรุปความจดหมายที่อยู่ที่ blognone นี่เอง
รู้สึกว่าประชาไทค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ (อาจเพราะว่าเป็นสื่อออนไลน์เหมือนกัน เจอปัญหาพวกนี้คล้าย ๆ กัน) พยายามหาในสื่อกระแสหลักอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่หาไม่ค่อยเจอ ใครพบเห็นที่อื่นก็ช่วยเผยแพร่ด้วยนะครับ
ผ่านทาง --- veer's blog
- 3 comments
- 1396 reads
เควิน โรส ผู้ก่อตั้ง Digg ได้กล่าวในงาน Web 2.0 Summit ว่าเวลาที่ใช้ในการ digg (เวลาตั้งแต่มีผู้ส่งเข้ามาที่ระบบจนถึงเวลาที่ข่าวได้ปรากฏบนหน้าแรก) สำหรับข่าวรัมส์เฟลด์ลาออก คือ 3 นาที ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ของระบบ ในขณะที่ Google News ต้องใช้เวลาอีก 20 นาทีกว่าที่ข่าวจะขึ้น
เขาสรุปว่า: "People can break news faster than machines"
ที่มา --- คอลัมน์ Monkey Bites จาก Wired Blogs
- 4 comments
- 966 reads
เทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่อสิ่งแวดล้อม --- ข่าวไล่ตามกันติด ๆ
วันที่ 9 พ.ย. 49 นักคิดค้นชาวญี่ปุ่น ซูซูมิ ซูซุกิ ได้คิดค้นแบตเตอรี่ที่ใช้พลังน้ำ
วันที่ 10 พ.ย. 49 ทีมวิจัยจากเกาหลี ได้ประกาศว่าได้คิดค้นแบตเตอรี่ที่ทำจากกระดาษ
ที่มา: พลังน้ำ --- Wired Blogs คอลัมน์ Gear Factor, Reuters พลังกระดาษ --- Wireds Blog คอลัมน์ Gear Factor, MobileMag
- 6 comments
- 995 reads
Lawrence Lessig แห่ง cc ได้เอารูปของฟักทองฮาโลวีนที่จิมโบ เวลส์กับลูกสาวทำมาขึ้นที่ บล็อกของเขา
ไม่ค่อยเห็นข่าว blognone จะใส่รูปเท่าใดนัก เลยให้ไปดูที่ Flicker เอาเองนะครับ มีวิธีทำด้วย
จาก --- lessig blog, Jimmy Wales's blog
- 1 comment
- 809 reads
หลังจากที่ยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์กระดาษลดลงเรื่อย เพราะคนหันไปอ่านสื่อบนอินเทอร์เน็ตกันหมด บริษัทกานเน็ต (Gannett) ผู้พิมพ์นสพ. USA Today และหนังสือพิมพ์อื่น ๆ 90 ฉบับในอเมริกา เริ่มปรับตัว โดยหันหน้าหาพลังจากฝูงชน หรือคราวด์ซอสซิง (crowdsourcing)
บริษัทกานเน็ตได้ปรับโครงสร้างของห้องข่าวใหม่โดยมีเป้าหมายเพื่อเน้นเนื้อหาที่ผู้ใช้ส่งเข้ามามากขึ้น และขอใช้พลังจากฝูงชน (ผู้อ่าน) ในการเป็นผู้ตรวจสอบหรือเป็นผู้แจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างที่ได้ผลได้แก่งานประเภทสืบเสาะปัญหาในการดำเนินงานต่าง ๆ ของภาครัฐ เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อผู้อ่านได้เข้ามามีส่วนในการสืบเสาะข่าวแล้ว พวกเขาก็ยิ่งอยากอ่านข่าวที่เขียนขึ้นมามากขึ้นด้วย
ไม่แปลกอะไรที่การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้จะมีแรงต้านจากภายในองค์กร เช่น หลาย ๆ คนเชื่อว่าเป้าหมายสุดท้ายของการปรับโครงสร้างนี้ คือการลดรายจ่าย และสุดท้ายก็จะมีการปลดพนักงานข่าวในที่สุด (ซึ่งทางกานเน็ตได้ระบุว่าจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากจะมีการปรับเปลี่ยนงาน และมีการฝึกสอนงานใหม่ให้แทน)
ปัญหาอีกอย่างของการทำคราวด์ซอสซิงในงานข่าวก็คือหลายครั้งผู้คนมักไม่ค่อยแยกเรื่องเล่ากับข้อเท็จจริง มีตัวอย่างของการทำข่าวฆาตกรรม แม้ว่าจะยังไม่มีการกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ผู้อ่านก็ได้เชื่อและแปะป้ายฆาตกร ให้กับคนบางคนไปแล้ว ทำให้นสพ. ต้องปิดเว็บบอร์ดเกี่ยวกับข่าวเรื่องนั้นไปชั่วคราว จนกว่ากระบวนการทางกฏหมายจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ปัญหายังเกิดจากการที่ผู้อ่านยังคงปักใจเชื่อว่าข่าวที่เขียนด้วยฝูงชนนั้นได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นเดียวกับข่าวที่พิมพ์ในกระดาษแล้วอีกด้วย
จาก --- Wired News อ่านเพิ่มที่บล็อกของ Jeff Howe คนเขียนบทความ crowdsourcing.com
- 3 comments
- 891 reads
การประชุมเรื่องอินเทอร์เน็ตของสหประชาชาติ หรือ The Internet Governance Forum จบลงเมื่อวานนี้ด้วยความหวัง และการพูดคุยถึงประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น เรื่องของการปิดกั้นข่าวสารในอินเทอร์เน็ต (ลิ่วได้พูดไว้บ้างแล้ว) เรื่องของการทำให้อินเทอร์เน็ตใช้ได้สะดวกขึ้นกับคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ และเรื่องของการบริหารจัดการอินเทอร์เน็ต
สำหรับประเด็นสุดท้ายมีคนตั้งคำถามถึงสหรัฐที่มีบทบาทและอำนาจอย่างสูงในการจัดการและดูแลอินเทอร์เน็ต ในองค์กรอย่างเช่น ICANN
เว็บไซต์ของการประชุม -- IGF จาก -- Yahoo, ars technica
- 13 comments
- 654 reads
ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับ tech หรือเปล่า แต่คิดว่าหลาย ๆ คนคงเคยอ่านการ์ตูนสั้นชุด Dilbert ที่เป็นโลกของพนักงานออฟฟิส
เมื่อประมาณ 18 เดือนก่อน Scott Adams คนเขียนการ์ตูนดังกล่าวมีปัญหาด้านสมองทำให้พูด (บางแบบ) ไม่ได้ เขาสามารถพูดต่อหน้าผู้ฟังได้ แต่พูดแบบกระซิบกับคนอื่น ๆ ไม่ได้ พูดคุยไม่ได้ แต่ขับร้องได้ หมอบอกว่าเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท และยังไม่มีใครเคยกลับมาพูดได้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม Scott เป็นคนมองโลกในแง่ดี
เขาพยายามจะเชื่อว่าถ้าไม่มีใครเคยกลับมาพูดได้มาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถเป็นคนแรกได้ เขาเริ่มจากทฤษฎีของเขาเองว่า จริง ๆ แล้วสมองส่วนที่จัดการการพูดของเขานั้นยังทำงานได้ แต่เกิดความผิดพลาดในการเชื่อมต่อกับสมองส่วนอื่น ๆ เขาพยายามทดลองสังเกตว่าแบบใดเขาถึงพูดได้ แบบใดไม่ได้ แล้วลองหาวิธีการพูดแบบแปลก ๆ
วันหนึ่งเขาพบวิธีบางอย่างที่จะทำให้ระบบส่งสัญญาณในสมองเชื่อมต่อกันได้ แล้วเขาก็เริ่มกลับมาพูดได้
Wired Blogs แนะนำให้ไปอ่านบล็อกของ Scott เพราะว่าเป็นเรื่องที่กินใจมากอีกเรื่องหนึ่ง
อ่าน -- บล็อกของ Scott Adams จาก -- Wired Blogs โดย Kristen Philipkoski
- 4 comments
- 857 reads
นักวิจัยด้านความปลอดภัย Christopher Soghoian จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ได้พยายามชี้ให้เห็นถึงรูโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบการบิน ด้วยการทำเว็บไซต์สำหรับพิมพ์บัตรขึ้นเครื่อง (boarding pass) ของสายการบินนอร์ทเวสให้ผู้โดยสารชื่ออะไรก็ได้ โดยปกติแล้วบัตรขึ้นเครื่องจะใช้รหัสบาร์โค้ดเพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรจริง
หน่วยงานรัฐของอเมริกาได้ยินชัดเจน และสั่งปิดเว็บไซต์นี้ รวมถึงมีความพยายามจะสั่งจับกุม Soghoian แล้ว
ที่มา --- wired news
- 10 comments
- 747 reads
