<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>winggundamth's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/1628"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/1628/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/1628/atom/feed</id>
  <updated>2008-05-28T20:33:21+07:00</updated>
  <entry>
    <title>มาช่วยให้ไฟร์ฟ็อกซ์ถูกบันทึกอยู่ในกินเนสส์บุ๊กกันเถอะ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7925" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7925</id>
    <published>2008-05-29T09:41:05+07:00</published>
    <updated>2008-05-29T14:49:19+07:00</updated>
    <author>
      <name>winggundamth</name>
    </author>
    <category term="Firefox" />
    <category term="Guinness World Record" />
    <category term="Mozilla" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อไฟร์ฟ็อกซ์คิดการใหญ่อยากถูกบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊ก แคมเปญ <a href="http://www.spreadfirefox.com/en-US/worldrecord/">&#8220;Firefox 3 Download Day 2008&#8221;</a> จึงเกิดขึ้น โดยทางโมซิลล่าได้<a href="http://blog.mozilla.com/blog/2008/05/28/set-a-firefox-world-record/">เขียน</a>ลงในบล็อกชักชวนให้ผู้ที่ใช้งานไฟร์ฟ็อกซ์ (หรือแม้อาจจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม) ร่วมดาวน์โหลดไฟร์ฟ็อกซ์ 3 เพื่อให้ได้สถิติ <strong>&#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221;</strong> โดยผู้ที่อยากจะเข้าร่วมการทำสถิติครั้งนี้เพียงแค่เข้าไปที่หน้า <a href="http://www.spreadfirefox.com/en-US/worldrecord/">Firefox 3 Download Day 2008</a> แล้วกดปุ่มเข้าร่วม (ในเว็บใช้คำว่า Pledge) จากนั้นใส่ประเทศที่ตัวเองอยู่ และอีเมลลงไป เพื่อรอรับข่าวสาร และวันเวลาที่จะร่วมทำสถิติ</p>

<p>ไฟร์ฟ็อกซ์ 3 จะออกตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้ และปัจจุบัน<a href="http://www.w3schools.com/browsers/browsers_stats.asp">สถิติ</a>การใช้ไฟร์ฟ็อกซ์อยู่ที่ 39.1%</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.mozilla.com/blog/2008/05/28/set-a-firefox-world-record/">Mozilla Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อไฟร์ฟ็อกซ์คิดการใหญ่อยากถูกบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊ก แคมเปญ <a href="http://www.spreadfirefox.com/en-US/worldrecord/">&#8220;Firefox 3 Download Day 2008&#8221;</a> จึงเกิดขึ้น โดยทางโมซิลล่าได้<a href="http://blog.mozilla.com/blog/2008/05/28/set-a-firefox-world-record/">เขียน</a>ลงในบล็อกชักชวนให้ผู้ที่ใช้งานไฟร์ฟ็อกซ์ (หรือแม้อาจจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม) ร่วมดาวน์โหลดไฟร์ฟ็อกซ์ 3 เพื่อให้ได้สถิติ <strong>&#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221;</strong> โดยผู้ที่อยากจะเข้าร่วมการทำสถิติครั้งนี้เพียงแค่เข้าไปที่หน้า <a href="http://www.spreadfirefox.com/en-US/worldrecord/">Firefox 3 Download Day 2008</a> แล้วกดปุ่มเข้าร่วม (ในเว็บใช้คำว่า Pledge) จากนั้นใส่ประเทศที่ตัวเองอยู่ และอีเมลลงไป เพื่อรอรับข่าวสาร และวันเวลาที่จะร่วมทำสถิติ</p>

<p>ไฟร์ฟ็อกซ์ 3 จะออกตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้ และปัจจุบัน<a href="http://www.w3schools.com/browsers/browsers_stats.asp">สถิติ</a>การใช้ไฟร์ฟ็อกซ์อยู่ที่ 39.1%</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.mozilla.com/blog/2008/05/28/set-a-firefox-world-record/">Mozilla Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เมื่อกูเกิลรับฝากจาวาสคริปต์ไลบรารี</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7924" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7924</id>
    <published>2008-05-29T02:15:18+07:00</published>
    <updated>2008-05-29T06:27:18+07:00</updated>
    <author>
      <name>winggundamth</name>
    </author>
    <category term="AJAX" />
    <category term="Google" />
    <category term="Javascript" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>กูเกิลประกาศเปิดตัว <a href="http://code.google.com/apis/ajaxlibs/">&#8220;AJAX Libraries API&#8221;</a> ซึ่งเป็นจาวาสคริปต์ที่เอาไว้เรียกจาวาสคริปต์ไลบรารีอีกทีหนึ่ง โดยมีแนวคิดว่า ปัจจุบันนักพัฒนาเว็บจำนวนมากนิยมใช้จาวาสคริปต์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเว็บไซต์ให้มีลูกเล่นมากขึ้น และจาวาสคริปต์ไลบรารีก็เป็นเฟรมเวิร์กที่นักพัฒนาเว็บชอบใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการพัฒนา</p>

<p>แต่ปัญหาคือ นักพัฒนาจะต้องนำจาวาสคริปต์ไลบรารีที่ตนเองใช้ เก็บไว้ที่โฮสของตนเองด้วยเสมอ ซึ่งหมายความว่า เว็บไซต์ต่างๆ ถึงแม้จะใช้จาวาสคริปต์ไลบรารีตัวเดียวกัน แต่ก็จะต้องโหลดไลบรารีของแต่ละเว็บใหม่ทุกครั้ง ซึ่งหมายถึงเวลาและแบนด์วิดท์ที่จะต้องสูญเสียไป (ถึงแม้ปัจจุบันจาวาสคริป์ไลบรารีเหล่านี้จะมีขนาดเพียงแค่ 10 - 100KB)</p>

<p>AJAX Libraries API จึงเสนอทางเลือกให้กับผู้พัฒนาเว็บ โดยกูเกิลจะเป็นผู้เก็บจาวาสคริปต์ไลบรารีไว้ที่โฮสของกูเกิลเอง ผู้พัฒนาเว็บเพียงแค่ใส่โค้ดเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด (ดูตัวอย่างโค้ดได้จากเว็บไซต์หลัก) โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ใดๆ ไว้บนโฮสของตัวเองเลย</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>กูเกิลประกาศเปิดตัว <a href="http://code.google.com/apis/ajaxlibs/">&#8220;AJAX Libraries API&#8221;</a> ซึ่งเป็นจาวาสคริปต์ที่เอาไว้เรียกจาวาสคริปต์ไลบรารีอีกทีหนึ่ง โดยมีแนวคิดว่า ปัจจุบันนักพัฒนาเว็บจำนวนมากนิยมใช้จาวาสคริปต์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเว็บไซต์ให้มีลูกเล่นมากขึ้น และจาวาสคริปต์ไลบรารีก็เป็นเฟรมเวิร์กที่นักพัฒนาเว็บชอบใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการพัฒนา</p>

<p>แต่ปัญหาคือ นักพัฒนาจะต้องนำจาวาสคริปต์ไลบรารีที่ตนเองใช้ เก็บไว้ที่โฮสของตนเองด้วยเสมอ ซึ่งหมายความว่า เว็บไซต์ต่างๆ ถึงแม้จะใช้จาวาสคริปต์ไลบรารีตัวเดียวกัน แต่ก็จะต้องโหลดไลบรารีของแต่ละเว็บใหม่ทุกครั้ง ซึ่งหมายถึงเวลาและแบนด์วิดท์ที่จะต้องสูญเสียไป (ถึงแม้ปัจจุบันจาวาสคริป์ไลบรารีเหล่านี้จะมีขนาดเพียงแค่ 10 - 100KB)</p>

<p>AJAX Libraries API จึงเสนอทางเลือกให้กับผู้พัฒนาเว็บ โดยกูเกิลจะเป็นผู้เก็บจาวาสคริปต์ไลบรารีไว้ที่โฮสของกูเกิลเอง ผู้พัฒนาเว็บเพียงแค่ใส่โค้ดเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด (ดูตัวอย่างโค้ดได้จากเว็บไซต์หลัก) โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ใดๆ ไว้บนโฮสของตัวเองเลย
<!--break-->
ปัจจุบัน AJAX Libraries API สนับสนุนจาวาสคริปต์ไลบรารี 5 ตัว ได้แก่</p>

<ul>
<li>jQuery</li>
<li>prototype</li>
<li>script.aculo.us</li>
<li>MooTools</li>
<li>dojo</li>
</ul>

<p>สิ่งที่ทุกคนกังวลอีกเช่นเคย คือเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะการเรียกจาวาสคริปต์จากโฮสของกูเกิล ก็หมายถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่กูเกิลจะได้ไปอีกเช่นกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://ostatic.com/163191-blog/google-now-hosts-open-source-libraries">/.</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>KDE 4.1 Beta1 ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7919" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7919</id>
    <published>2008-05-28T17:31:21+07:00</published>
    <updated>2008-05-28T20:33:21+07:00</updated>
    <author>
      <name>winggundamth</name>
    </author>
    <category term="KDE" />
    <category term="Linux" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ออก KDE 4.0 มาได้สักพักหนึ่ง และได้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ทั้งในแง่ดีและแง่เสีย ซึ่งในแง่เสียส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องของความเสถียร ซึ่งทางทีมงาน KDE เองก็ประกาศชัดว่า KDE 4.0 เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม &#8220;KDE 4&#8221; เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ที่ยังขาดไปจะเริ่มทยอยมาใน KDE 4.1 (<a href="http://www.blognone.com/node/6706">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>ทีมงานจึงได้ฤกษ์ออก KDE 4.1 Beta1 มาให้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยที่น่าสนใจคือการนำโปรแกรมที่ยังตกค้างอยู่จาก KDE 3 มายัง KDE 4.1 โดยเฉพาะโปรแกรม Kontact ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภท PIM ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงให้เข้ากับการใช้งานทางธุรกิจมากขึ้น</p>

<p>การปรับปรุงอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นในเรื่องของความเสถียร และการปรับปรุงในส่วนของการแสดงผลให้มีความสามารถมากขึ้น</p>

<p>KDE 4.1 เวอร์ชันจริงจะออกในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://kde.org/announcements/announce-4.1-beta1.php">kde.org</a> ผ่าน <a href="http://digg.com/linux_unix/KDE_Project_Ships_First_Beta_of_KDE_4_1">Digg</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ออก KDE 4.0 มาได้สักพักหนึ่ง และได้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ทั้งในแง่ดีและแง่เสีย ซึ่งในแง่เสียส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องของความเสถียร ซึ่งทางทีมงาน KDE เองก็ประกาศชัดว่า KDE 4.0 เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม &#8220;KDE 4&#8221; เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ที่ยังขาดไปจะเริ่มทยอยมาใน KDE 4.1 (<a href="http://www.blognone.com/node/6706">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>ทีมงานจึงได้ฤกษ์ออก KDE 4.1 Beta1 มาให้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยที่น่าสนใจคือการนำโปรแกรมที่ยังตกค้างอยู่จาก KDE 3 มายัง KDE 4.1 โดยเฉพาะโปรแกรม Kontact ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภท PIM ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงให้เข้ากับการใช้งานทางธุรกิจมากขึ้น</p>

<p>การปรับปรุงอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นในเรื่องของความเสถียร และการปรับปรุงในส่วนของการแสดงผลให้มีความสามารถมากขึ้น</p>

<p>KDE 4.1 เวอร์ชันจริงจะออกในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://kde.org/announcements/announce-4.1-beta1.php">kde.org</a> ผ่าน <a href="http://digg.com/linux_unix/KDE_Project_Ships_First_Beta_of_KDE_4_1">Digg</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
