<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>fatro's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/fatro"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/1542/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/1542/atom/feed</id>
  <updated>2008-02-06T18:15:20+07:00</updated>
  <entry>
    <title>ศุลกากรสหรัฐ ยึดแล็ปท็อปนักเดินทางไว้ตรวจสอบได้</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8192" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8192</id>
    <published>2008-06-29T16:07:44+07:00</published>
    <updated>2008-06-29T16:38:42+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Law" />
    <category term="Security" />
    <category term="USA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จริงๆ การยึดไว้ตรวจสอบเช่นนี้ได้รับอนุญาตมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะกับแล็ปท็อบ กล้องดิจิตอล โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ อุุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ แต่มีข่าวออกมาสู่สาธารณะชนน้อยมาก จนมาถึงปัจุบันที่กระแสต่อต้านกระกระทำดังกล่าวเริ่มหนาขึ้นทั้งจากนักเดินทาง และนักกฎหมาย โดยนายบิล โฮแกน (นักข่าวอิสระ) ซึ่งแล็ปท็อปของเขาถูกสุ่มยึดได้ตรวจสอบเป็นระยะเวลา ๒ สัปดาห์ ขณะเดินทางกลับบ้านจากเยอรมัน กล่าวว่า &#8220;<em>นี่อาจเข้าข่ายเป็นการยึดทรัพย์มากกว่าการยึดไว้ตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่อาจจะทำสำเนาข้อมูลเขาไว้ก็ได้</em>&#8221;</p>

<p>ตามปกติการกระทำลักษณะนี้จำเป็นต้องขอหมายศาลก่อน แต่สำหรับการตรวจคนเข้าเมืองเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นสิ่งต้องสงสัยได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องขอหมายศาล</p>

<p>สำหรับกฎหมายไทยจะตรงกับ <em>พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตราที่ ๑๘ ข้อที่ ๘</em></p>

<blockquote>
  <p>ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้</p>
</blockquote>

<p>ซึ่งต้องขออนุญาตศาลก่อน และเจ้าหน้าที่ต้องส่ง <strong>สำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจ</strong> ตามที่ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานด้วย</p>

<p>มีใครได้มาแล้วบ้างครับ :)</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.latimes.com/business/la-fi-laptops26-2008jun26,0,4415017.story">Los Angeles Times</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จริงๆ การยึดไว้ตรวจสอบเช่นนี้ได้รับอนุญาตมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะกับแล็ปท็อบ กล้องดิจิตอล โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ อุุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ แต่มีข่าวออกมาสู่สาธารณะชนน้อยมาก จนมาถึงปัจุบันที่กระแสต่อต้านกระกระทำดังกล่าวเริ่มหนาขึ้นทั้งจากนักเดินทาง และนักกฎหมาย โดยนายบิล โฮแกน (นักข่าวอิสระ) ซึ่งแล็ปท็อปของเขาถูกสุ่มยึดได้ตรวจสอบเป็นระยะเวลา ๒ สัปดาห์ ขณะเดินทางกลับบ้านจากเยอรมัน กล่าวว่า &#8220;<em>นี่อาจเข้าข่ายเป็นการยึดทรัพย์มากกว่าการยึดไว้ตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่อาจจะทำสำเนาข้อมูลเขาไว้ก็ได้</em>&#8221;</p>

<p>ตามปกติการกระทำลักษณะนี้จำเป็นต้องขอหมายศาลก่อน แต่สำหรับการตรวจคนเข้าเมืองเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นสิ่งต้องสงสัยได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องขอหมายศาล</p>

<p>สำหรับกฎหมายไทยจะตรงกับ <em>พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตราที่ ๑๘ ข้อที่ ๘</em></p>

<blockquote>
  <p>ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้</p>
</blockquote>

<p>ซึ่งต้องขออนุญาตศาลก่อน และเจ้าหน้าที่ต้องส่ง <strong>สำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจ</strong> ตามที่ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานด้วย</p>

<p>มีใครได้มาแล้วบ้างครับ :)</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.latimes.com/business/la-fi-laptops26-2008jun26,0,4415017.story">Los Angeles Times</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กลุ่ม We Demand Donuts ได้รับโดนัทจาก Flickr แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7531" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7531</id>
    <published>2008-04-17T16:07:45+07:00</published>
    <updated>2008-04-17T17:09:07+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Flickr" />
    <category term="Web 2.0" />
    <category term="Fun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>กลุ่ม <a href="http://www.flickr.com/groups/wedemanddonuts/">We Demand Donuts</a> ได้รับโดนัทแล้วสิบโหลจากร้านโดนัทในซานฟาซิสโก (<a href="http://flickr.com/photos/kevincollins/2419978030/in/pool-wedemanddonuts">รูป</a>) โดยได้รับการเอื้อเฟื้อจาก <a href="http://www.linkedin.com/in/mroth">Matthew Rothenberg</a> ซึ่งเป็น Senior Product Manager ของ Flickr (<a href="http://www.blognone.com/node/7503">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>กลุ่ม We Demand Donuts ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 (ก่อนที่จะมี Flick Video) จุดประสงค์เพื่อรวมสมาชิกให้ถึง 20,000 คนก่อนจะไปบังคับให้ Flickr แจกโดนัท แต่ก็รวบรวมสมาชิกได้ไม่เท่าไหร่ จนมามีเหตุการณ์ต่อต้านฟีเจอร์อัพโหลดวีดีโอของผู้ใช้ Flickr ทำให้ทางกลุ่มได้รับอานิสงฆ์สมาชิกเพิ่มไปด้วย (ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 3,000 คน จาก 1,800 คน ตอน Flickr ประกาศแจก) จนในที่สุดก็มีคนใน Flickr เล่นด้วย</p>

<p>ตอนนี้ผมขอตั้งกลุ่ม &#8220;We Demand ข้าวต้มมัด&#8221; ไปพลางๆ ก่อน BTD ครั้งหน้าเมื่อไหร่จะ &#8220;protest&#8221; ;-P</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.neatorama.com/2008/04/16/the-day-of-the-donut/">Neatorama</a>, <a href="http://blog.wired.com/underwire/2008/04/flickr-quells-v.html">underwire</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>กลุ่ม <a href="http://www.flickr.com/groups/wedemanddonuts/">We Demand Donuts</a> ได้รับโดนัทแล้วสิบโหลจากร้านโดนัทในซานฟาซิสโก (<a href="http://flickr.com/photos/kevincollins/2419978030/in/pool-wedemanddonuts">รูป</a>) โดยได้รับการเอื้อเฟื้อจาก <a href="http://www.linkedin.com/in/mroth">Matthew Rothenberg</a> ซึ่งเป็น Senior Product Manager ของ Flickr (<a href="http://www.blognone.com/node/7503">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>กลุ่ม We Demand Donuts ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 (ก่อนที่จะมี Flick Video) จุดประสงค์เพื่อรวมสมาชิกให้ถึง 20,000 คนก่อนจะไปบังคับให้ Flickr แจกโดนัท แต่ก็รวบรวมสมาชิกได้ไม่เท่าไหร่ จนมามีเหตุการณ์ต่อต้านฟีเจอร์อัพโหลดวีดีโอของผู้ใช้ Flickr ทำให้ทางกลุ่มได้รับอานิสงฆ์สมาชิกเพิ่มไปด้วย (ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 3,000 คน จาก 1,800 คน ตอน Flickr ประกาศแจก) จนในที่สุดก็มีคนใน Flickr เล่นด้วย</p>

<p>ตอนนี้ผมขอตั้งกลุ่ม &#8220;We Demand ข้าวต้มมัด&#8221; ไปพลางๆ ก่อน BTD ครั้งหน้าเมื่อไหร่จะ &#8220;protest&#8221; ;-P</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.neatorama.com/2008/04/16/the-day-of-the-donut/">Neatorama</a>, <a href="http://blog.wired.com/underwire/2008/04/flickr-quells-v.html">underwire</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Microsoft จะสนับสนุน DataPortability.org</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6822" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6822</id>
    <published>2008-01-24T00:54:59+07:00</published>
    <updated>2008-01-25T07:36:33+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="OpenID" />
    <category term="Web 2.0" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากแหล่งข่าวนิรนามออกมากล่าวว่า Microsoft จะเข้าร่วมกับ <a href="http://groups.google.com/group/dataportability-public/">Data Portability Working Group</a> ตอนนี้ Chris Saad (Chairman ของกลุ่ม) ยืนยันว่าบริการของ Windows Live จะร่วมสนับสนุนการใช้งานตามมาตราฐานของ <a href="http://www.dataportability.org/">DataPortability</a> และคาดว่าอีกไม่กี่วันจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการจาก Microsoft</p>

<p>ด้วยยอดผู้ใช้ Hotmail และ WLM (Windows Live Messanger) กว่า 400 ล้านคน รวมกับของ Google และ Facebook ที่พึ่งประกาศสนับสนุนไปไม่กี่สัปดาห์ก่อน (ข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/6436">1</a>, <a href="http://www.blognone.com/node/6716">2</a>, <a href="http://www.blognone.com/node/6773">3</a>) ปีนี้คงเป็นปีที่สดใสของมาตราฐานเปิด และของผู้ใช้ที่ไม่ต้องจำรหัสผ่านกันมากมาย</p>

<p><strong>ที่มา</strong> <a href="http://computerworld.com/action/article.do?command=viewArticleBasic&amp;articleId=9058438">computerworld</a>, <a href="http://www.readwriteweb.com/archives/microsoft_joining_dataportabil.php">readwriteweb.com</a></p>

<blockquote>
  <p>อนึ่ง Data portability (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Data_portability">wikipedia</a>) คือความสามารถในการควบคุม แชร์ และเคลื่อนย้ายข้อมูลจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง สำหรับบนเว็บคือการแชร์และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการ โดยมีกลุ่มทำงานที่มีชื่อว่า Data Portability Working Group (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Data_portability#The_Data_Portability_Workgroup">wikipedia</a>) เข้ามาร่วมผลักดันการใช้เทคโนโลยีเปิด (open standard และ protocols) ที่มีอยู่แล้วอาทิ <a href="http://openid.net/">OpenID</a>, <a href="http://oauth.net/">OAuth</a>, <a href="http://www.w3.org/RDF/">RDF</a>, <a href="http://www.rssboard.org/">RSS</a>, <a href="http://microformats.org/">Microformat</a> ฯลฯ กับเว็บเซอร์วิสจากผู้ให้บริการต่างๆ ประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการที่เด่นชัดคือโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ส่วน end user อย่างเราคือความสะดวกและง่าย ไม่ต้องสมัครสมาชิกใหม่ทุกครั้งที่มีเว็บเซอร์วิสใหม่เกิดขึ้นมา</p>
</blockquote>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากแหล่งข่าวนิรนามออกมากล่าวว่า Microsoft จะเข้าร่วมกับ <a href="http://groups.google.com/group/dataportability-public/">Data Portability Working Group</a> ตอนนี้ Chris Saad (Chairman ของกลุ่ม) ยืนยันว่าบริการของ Windows Live จะร่วมสนับสนุนการใช้งานตามมาตราฐานของ <a href="http://www.dataportability.org/">DataPortability</a> และคาดว่าอีกไม่กี่วันจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการจาก Microsoft</p>

<p>ด้วยยอดผู้ใช้ Hotmail และ WLM (Windows Live Messanger) กว่า 400 ล้านคน รวมกับของ Google และ Facebook ที่พึ่งประกาศสนับสนุนไปไม่กี่สัปดาห์ก่อน (ข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/6436">1</a>, <a href="http://www.blognone.com/node/6716">2</a>, <a href="http://www.blognone.com/node/6773">3</a>) ปีนี้คงเป็นปีที่สดใสของมาตราฐานเปิด และของผู้ใช้ที่ไม่ต้องจำรหัสผ่านกันมากมาย</p>

<p><strong>ที่มา</strong> <a href="http://computerworld.com/action/article.do?command=viewArticleBasic&amp;articleId=9058438">computerworld</a>, <a href="http://www.readwriteweb.com/archives/microsoft_joining_dataportabil.php">readwriteweb.com</a></p>

<blockquote>
  <p>อนึ่ง Data portability (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Data_portability">wikipedia</a>) คือความสามารถในการควบคุม แชร์ และเคลื่อนย้ายข้อมูลจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง สำหรับบนเว็บคือการแชร์และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการ โดยมีกลุ่มทำงานที่มีชื่อว่า Data Portability Working Group (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Data_portability#The_Data_Portability_Workgroup">wikipedia</a>) เข้ามาร่วมผลักดันการใช้เทคโนโลยีเปิด (open standard และ protocols) ที่มีอยู่แล้วอาทิ <a href="http://openid.net/">OpenID</a>, <a href="http://oauth.net/">OAuth</a>, <a href="http://www.w3.org/RDF/">RDF</a>, <a href="http://www.rssboard.org/">RSS</a>, <a href="http://microformats.org/">Microformat</a> ฯลฯ กับเว็บเซอร์วิสจากผู้ให้บริการต่างๆ ประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการที่เด่นชัดคือโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ส่วน end user อย่างเราคือความสะดวกและง่าย ไม่ต้องสมัครสมาชิกใหม่ทุกครั้งที่มีเว็บเซอร์วิสใหม่เกิดขึ้นมา</p>
</blockquote>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิล ไอบีเอ็ม และ VeriSign สนใจที่จะเข้าร่วมกับ OpenID</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6716" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6716</id>
    <published>2008-01-13T15:24:29+07:00</published>
    <updated>2008-01-13T18:10:06+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="IBM" />
    <category term="OpenID" />
    <category term="VeriSign" />
    <category term="Web 2.0" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>อันนี้เป็นข่าวต่อจาก<a href="http://www.blognone.com/node/6685">ความร่วมมือโครงการ DataPortability</a> อ้างถึงแหล่งข่าวระดับสูง ว่าทั้งสามเริ่มมีการพูดคุยกับ <a href="http://openid.net/foundation/">OpenID foundation</a> ถึงการสนับสนุนมาตราฐานที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทั่วไปโดยการใช้ชื่อบัญชีผู้
ใช้เดียวกับบริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ตามหลัง Digg, Technorati, Microsoft, AOL, Plaxo และ Wikipedia ที่ประกาศก่อนหน้านั้น โดยข่าวอย่างเป็นทางการจะออกมาเร็วๆ นี้</p>

<p>เบื้องหลังการผลักดันยักษ์ใหญ่แห่งวงการให้รับมาตราฐานนี้คือตัว OpenID foundation เองที่พยายามพิสูจน์ว่าการใช้บัญชีผู้ใช้เด่ียวจะช่วยเพิ่มจำนวนการใช้เว็บเซอร์วิสใหม่ๆ ได้มากขึ้น และจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Brad_Fitzpatrick">Brad Fitzpatrick</a> หัวหน้าโครงการ <a href="http://code.google.com/apis/opensocial/">Google-led OpenSocial</a> (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Opensocial">Wikipedia</a>) ผู้เป็นแรงผลักดันภายในที่สำคัญของกูเกิล เพราะเขาเองเป็นผู้ริเริ่ม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/OpenID">OpenID</a> ตั้งแต่ต้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://uk.techcrunch.com/2008/01/09/google-ibm-and-verisign-to-join-openid/">TechCrunch UK</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>อันนี้เป็นข่าวต่อจาก<a href="http://www.blognone.com/node/6685">ความร่วมมือโครงการ DataPortability</a> อ้างถึงแหล่งข่าวระดับสูง ว่าทั้งสามเริ่มมีการพูดคุยกับ <a href="http://openid.net/foundation/">OpenID foundation</a> ถึงการสนับสนุนมาตราฐานที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทั่วไปโดยการใช้ชื่อบัญชีผู้
ใช้เดียวกับบริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ตามหลัง Digg, Technorati, Microsoft, AOL, Plaxo และ Wikipedia ที่ประกาศก่อนหน้านั้น โดยข่าวอย่างเป็นทางการจะออกมาเร็วๆ นี้</p>

<p>เบื้องหลังการผลักดันยักษ์ใหญ่แห่งวงการให้รับมาตราฐานนี้คือตัว OpenID foundation เองที่พยายามพิสูจน์ว่าการใช้บัญชีผู้ใช้เด่ียวจะช่วยเพิ่มจำนวนการใช้เว็บเซอร์วิสใหม่ๆ ได้มากขึ้น และจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Brad_Fitzpatrick">Brad Fitzpatrick</a> หัวหน้าโครงการ <a href="http://code.google.com/apis/opensocial/">Google-led OpenSocial</a> (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Opensocial">Wikipedia</a>) ผู้เป็นแรงผลักดันภายในที่สำคัญของกูเกิล เพราะเขาเองเป็นผู้ริเริ่ม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/OpenID">OpenID</a> ตั้งแต่ต้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://uk.techcrunch.com/2008/01/09/google-ibm-and-verisign-to-join-openid/">TechCrunch UK</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลเพิ่มหน้า iGoogle สำหรับไอโฟน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6715" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6715</id>
    <published>2008-01-13T14:08:10+07:00</published>
    <updated>2008-01-13T18:11:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Google" />
    <category term="iPhone" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>กูเกิลออกแบบส่วนติดต่อ iGoogle สำหรับผู้ใช้ไอโฟนใหม่ให้เข้ากับการใช้งานแบบ Touchscreen ของไอโฟนมากขึ้น สามารถเข้าได้โดยตรงที่ <a href="http://google.com/ig/i">google.com/ig/i</a> หรือถ้าใช้ไอโฟนเข้าได้ที่ <a href="http://google.com/ig">iGoogle</a> ตามปกติ</p>

<p>นี่เป็นอีกก้าวของกูเกิลในการสนับสนุนผู้ใช้งานไอโฟน หลัง<a href="http://www.blognone.com/node/6464">เปิดตัว Web App เพื่อผู้ใช้ไอโฟน</a>ไปเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ซึ่งไม่ปล่อยให้ผู้ใช้ปรับแต่อะไรมากนัก</p>

<p>บริการนี้น่าจะทำให้สำหรับสาวกกูเกิลแบบเหมาแพ็คเกจใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่จะว่าไปมีใครใช้  iGoogle มั่งเนี่ย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/01/11/google-now-offering-iphone-version-of-igoogle/">TechCrunch</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>กูเกิลออกแบบส่วนติดต่อ iGoogle สำหรับผู้ใช้ไอโฟนใหม่ให้เข้ากับการใช้งานแบบ Touchscreen ของไอโฟนมากขึ้น สามารถเข้าได้โดยตรงที่ <a href="http://google.com/ig/i">google.com/ig/i</a> หรือถ้าใช้ไอโฟนเข้าได้ที่ <a href="http://google.com/ig">iGoogle</a> ตามปกติ</p>

<p>นี่เป็นอีกก้าวของกูเกิลในการสนับสนุนผู้ใช้งานไอโฟน หลัง<a href="http://www.blognone.com/node/6464">เปิดตัว Web App เพื่อผู้ใช้ไอโฟน</a>ไปเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ซึ่งไม่ปล่อยให้ผู้ใช้ปรับแต่อะไรมากนัก</p>

<p>บริการนี้น่าจะทำให้สำหรับสาวกกูเกิลแบบเหมาแพ็คเกจใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่จะว่าไปมีใครใช้  iGoogle มั่งเนี่ย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/01/11/google-now-offering-iphone-version-of-igoogle/">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อังกฤษนำร่องระบบขนส่งส่วนบุคคลแบบใหม่ในอีกสองปี</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6551" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6551</id>
    <published>2007-12-19T17:32:23+07:00</published>
    <updated>2007-12-19T19:07:06+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Science" />
    <category term="UK" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สนามบินแห่งชาติอังกฤษหรือ Heathrow จะเป็นสถานที่แรกที่นำระบบ Personal Rapid Transport (PRT) มาใช้ ระบบที่ว่านี้จะใช้เครือข่ายรถไฟฟ้าขนาดเล็กไร้คนขับที่เรียกว่า Pod สิบแปดคัน ขนส่งผู้โดยสารระหว่างอาคารจอดรถกับอาคารผู้โดยสารบนถนนยกระดับเฉพาะ ซึ่งมีระยะห่าง 3.8 กิโลเมตรในเวลา 4 นาที</p>

<p>ตัวรถมีขนาด 4 ที่นั่ง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งไม่เร็วเท่าไหร่แต่<a href="http://www.atsltd.co.uk/">ผู้พัฒนา</a>เคลมว่าใช้เวลารอรถไม่เกิน 18 วินาที และประหยัดพลังงานกว่าการใช้รถบัสโดยสารถึงร้อยละห้าสิบ</p>

<p>ส่วนตัวผมว่าถ้าวิ่งได้เร็วแบบ Minority Report จะน่าสนใจมากเลย</p>

<p><strong>ที่มา <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/7148731.stm">บีบีซี</a> / <a href="http://www.atsltd.co.uk/media/pictures/">ภาพประกอบ</strong></a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สนามบินแห่งชาติอังกฤษหรือ Heathrow จะเป็นสถานที่แรกที่นำระบบ Personal Rapid Transport (PRT) มาใช้ ระบบที่ว่านี้จะใช้เครือข่ายรถไฟฟ้าขนาดเล็กไร้คนขับที่เรียกว่า Pod สิบแปดคัน ขนส่งผู้โดยสารระหว่างอาคารจอดรถกับอาคารผู้โดยสารบนถนนยกระดับเฉพาะ ซึ่งมีระยะห่าง 3.8 กิโลเมตรในเวลา 4 นาที</p>

<p>ตัวรถมีขนาด 4 ที่นั่ง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งไม่เร็วเท่าไหร่แต่<a href="http://www.atsltd.co.uk/">ผู้พัฒนา</a>เคลมว่าใช้เวลารอรถไม่เกิน 18 วินาที และประหยัดพลังงานกว่าการใช้รถบัสโดยสารถึงร้อยละห้าสิบ</p>

<p>ส่วนตัวผมว่าถ้าวิ่งได้เร็วแบบ Minority Report จะน่าสนใจมากเลย</p>

<p><strong>ที่มา <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/7148731.stm">บีบีซี</a> / <a href="http://www.atsltd.co.uk/media/pictures/">ภาพประกอบ</strong></a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลเพิ่มความสามารถ Video Sitemaps</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6546" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6546</id>
    <published>2007-12-19T03:44:24+07:00</published>
    <updated>2007-12-19T11:02:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Search Engine" />
    <category term="XML" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>กูเกิลได้เพิ่มความสามารถในการทำ Sitemaps สำหรับวีดิโอบนเว็บไชต์ทั่วไป โดยความสามารถนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมของ <a href="https://www.google.com/webmasters/tools/docs/en/protocol.html">Sitemap Protocol</a> ซึ่งจะอำนวนความสะดวกให้ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Web_crawler">Crawlers</a> ของ<a href="http://video.google.com/">กูเกิลวีดิโอเสิร์ช</a>ทำดัชนีได้ง่ายขึ้น ผู้ดูแลเว็บสามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆ ให้กับวีดีโอได้ แท็กที่น่าสนใจมี Thumbnail (รูปย่อ), family_friendly (ความเหมาะสมขอผู้ชม) และการอนุญาติให้ embed ไปกับผลการค้นหาของกูเกิล (<a href="http://www.google.com/support/webmasters/bin/answer.py?answer=80472">ดูเพิ่ม</a>)</p>

<p>ที่มา <a href="http://googlewebmastercentral.blogspot.com/2007/12/introducing-video-sitemaps.html">Google Web Master Central Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>กูเกิลได้เพิ่มความสามารถในการทำ Sitemaps สำหรับวีดิโอบนเว็บไชต์ทั่วไป โดยความสามารถนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมของ <a href="https://www.google.com/webmasters/tools/docs/en/protocol.html">Sitemap Protocol</a> ซึ่งจะอำนวนความสะดวกให้ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Web_crawler">Crawlers</a> ของ<a href="http://video.google.com/">กูเกิลวีดิโอเสิร์ช</a>ทำดัชนีได้ง่ายขึ้น ผู้ดูแลเว็บสามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆ ให้กับวีดีโอได้ แท็กที่น่าสนใจมี Thumbnail (รูปย่อ), family_friendly (ความเหมาะสมขอผู้ชม) และการอนุญาติให้ embed ไปกับผลการค้นหาของกูเกิล (<a href="http://www.google.com/support/webmasters/bin/answer.py?answer=80472">ดูเพิ่ม</a>)</p>

<p>ที่มา <a href="http://googlewebmastercentral.blogspot.com/2007/12/introducing-video-sitemaps.html">Google Web Master Central Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>บรรยากาศ Leopard วันแรกที่ลอนดอน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6170" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6170</id>
    <published>2007-10-27T18:32:56+07:00</published>
    <updated>2008-02-06T18:15:20+07:00</updated>
    <author>
      <name>fatro</name>
    </author>
    <category term="Special Report" />
    <category term="Apple" />
    <category term="Mac" />
    <category term="Mac OS X" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อวานเป็นวันแรกที่แอปเปิลวางจำหน่ายระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Mac OS X v10.5 Leopard เชื่อว่าผู้อ่าน BN ส่วนใหญ่คงรู้รายละเอียดกันหมดแล้ว (ถ้าไม่กด <a href="http://www.blognone.com/topics/macosx">ข่าวเก่า</a>) ฉะนั้นจะขอข้ามไป แล้วมาพาชมบรรยากาศการเปิดจำหน่ายวันแรกของ Leopard ที่ <a href="http://www.apple.com/uk/retail/regentstreet/week/20071021.html">Apple Store</a> ลอนดอนกัน</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อวานเป็นวันแรกที่แอปเปิลวางจำหน่ายระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Mac OS X v10.5 Leopard เชื่อว่าผู้อ่าน BN ส่วนใหญ่คงรู้รายละเอียดกันหมดแล้ว (ถ้าไม่กด <a href="http://www.blognone.com/topics/macosx">ข่าวเก่า</a>) ฉะนั้นจะขอข้ามไป แล้วมาพาชมบรรยากาศการเปิดจำหน่ายวันแรกของ Leopard ที่ <a href="http://www.apple.com/uk/retail/regentstreet/week/20071021.html">Apple Store</a> ลอนดอนกัน</p>

<!--break-->

<p>กำหนดการเปิดจำหน่ายคือเวลาหกโมงเย็น โดยทางร้านขอปิดเพื่อเตรียมการอัพเดท Mac ทุกเครื่องให้เป็น Leopard สองชั่วโมงตั้งแต่สี่โมงถึงหกโมงเย็น (ไหนว่าใช้เวลาอัพจาก Tiger แค่ครึ่งชั่วโมงไง) ผมมาถึงร้านตอนห้าโมงสิบห้าก็เจอกับ</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2322/1772348959_a6891613b4.jpg" alt="Front" /><br />
ฝูงชนมหาศาล! ก็คงเหมือนอย่างที่ mk บอกเอาไว้ในตอนงาน <a href="http://www.blognone.com/taxonomy/term/957" title="FOWA">FOWA&#8217;07</a> คนที่นี่ใช้ Mac กันเยอะจริงๆ</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2223/1773200504_97c07ba2b6.jpg" alt="Inside" /><br />
แอบส่องเข้าไปในร้าน คนโล่งมาก ปกติที่นี้คนเต็มตลอดไม่รู้แน่ใจว่าเพราะมีตัวจริงของทุกผลิตภัณฑ์ Apple ให้สัมผัส หรือมีเน็ตความเร็วสูงให้ใช้ฟรี (ซึ่งผมแบกเครื่องมาเล่นประจำ)</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2366/1772356725_2097f04ade.jpg" alt="Poster" /></p>

<p>คนเดินผ่านแถวนั้นถามกันใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมบอก &#8220;It&#8217;s Bill Gates over there&#8221; &#8220;He try to block Mac users to get Leopard!&#8221; *</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2346/1772363105_858f0324ae.jpg" alt="Bill not Gate" /><br />
Hi I&#8217;m not PC!</p>

<p>ว่าแล้วไม่รอช้าก็รีบไปต่อคิว เพราะได้ข่าวว่าจะแจกเสื้อยือด้วยเฉพาะ 500 คนแรก แต่&#8230;</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2401/1772365661_093b71e83d.jpg" alt="Queue" /><br />
คิวยาวรอบบล็อคเป็นงูกินหางเลยครับ</p>

<p>รออยู่ 40 นาทีถึงได้เข้า</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2260/1773214160_9fa05f4eee.jpg" alt="Entering" /><br />
คนยังคงเนืองแน่น</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2147/1773215256_35ee579b80.jpg" alt="Poster 2" /><br />
เข้ามาก็เจอ</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2307/1773216930_c17012fe9d.jpg" alt="Buying" /><br />
<img src="http://farm3.static.flickr.com/2113/1772371735_735d700a39.jpg" alt="Buying 2" /><br />
เป็นที่แน่นอนครับ คนไปกระจุกตัวต่อคิวซื้อ Leopard บางคนซื้อเฉพาะ OS บางคนซื้อทั้งเครื่องเลย (ใครที่พึ่งซื้อ Mac ใหม่มาและไม่ได้อยู่อเมริกาเช่นผมก็อดเสียใจไม่น้อย)</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2354/1773220164_38953a8178.jpg" alt="Stucking" /><br />
คนอีกกว่าครึ่งยังคงรอเข้าอยู่</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2247/1772376135_ed096e5be5.jpg" alt="Test Drive" /><br />
Test Drive</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2230/1772378427_8fe60bd58a.jpg" alt="Keynote" /><br />
บนชั้นสองมี Keynote แต่เราฟังของจ๊อบส์และอ่าน BN มาแล้วจึงขอผ่าน แต่ผมติดใจรถ Wheelchair ของคุณลุงผมหงอกข้างหน้ามาก จากสี่ล้อยกเป็นสองล้อสูงเท่าคนยืนและทรงตัวเหมือน Segway สุดยอด</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2351/1772380047_6446d67771.jpg" alt="Keynote 2" /><br />
สังเกตพนักงาน Apple ต้องแต่งตัวเหมือนจ๊อบส์ทุกคน</p>

<p>ถึงเวลาของเราสักที Leopard 
Single User ที่นี่ขาย £85 และ Family Pack £129</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2237/1773227978_04d1d54a49.jpg" alt="Leopard" /><br />
My Leopard! *</p>

<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2204/1773231504_1cdff541d8.jpg" alt="Blognone" /><br />
กลับถึงบ้าน ก็จับ Macbook Pro ของเราลง Leopard แล้วเข้า BN เป็นอย่างแรก *</p>

<p>จบแล้วครับ</p>

<p>*ไม่เป็นความจริงทั้งบรรทัด</p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
