<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>pruet's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/129"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/129/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/129/atom/feed</id>
  <updated>2007-01-30T04:20:46+07:00</updated>
  <entry>
    <title>FreeBSD 7.0 ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7104" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7104</id>
    <published>2008-02-28T06:41:01+07:00</published>
    <updated>2008-02-28T18:13:05+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="BSD" />
    <category term="OS" />
    <category term="Unix" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ทีมวิศวกรของ FreeBSD ก็ได้ปล่อยเวอร์ชันล่าสุดของ FreeBSD ออกมาแล้ว โดยเป็นเวอร์ชัน 7.0-RELEASE ที่มาจาก branch 7-STABLE ในเวอร์ชันนี้ก็มีความสามารถเด่น ๆ เช่น</p>

<ul>
<li>ทำงานได้ดีขึ้นกับ SMP เห็นได้ชัดในระบบฐานข้อมูล ซึ่ง FreeBSD 7.0 สามารถทำงานได้เร็วกว่า 6.0 ถึง 3.5 เท่าในการทำงานทั่วไป และ 15 เท่า! เมื่อมีภาระงานมาก</li>
<li>สนับสนุน Sun <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/ZFS">ZFS</a>, <a href="http://ivoras.sharanet.org/freebsd/gjournal.html">gjournal</a> และ SGI <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/XFS">XFS</a></li>
<li>มี Scheduler ตัวใหม่ที่ทำงานได้ไวขึ้นและตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ดีขึ้น (เหมือนกับ Linux kernel ช่วงหนึ่งที่มีการเปลี่ยน Scheduler เพื่อให้ Desktop Application สามารถตอบสนองผู้ใช้ได้ดีขึ้น)</li>
<li>มีซอฟท์แวร์ใหม่ ๆ เช่น X.Org 7.3, KDE 3.5.8, GNOME 2.20.2. และ GNU C compiler 4.2.1</li>
</ul>

<p>รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ <a href="http://docs.freebsd.org/cgi/getmsg.cgi?fetch=3236+0+current/freebsd-announce">FreeBSD-announce Mailing list</a> ครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ทีมวิศวกรของ FreeBSD ก็ได้ปล่อยเวอร์ชันล่าสุดของ FreeBSD ออกมาแล้ว โดยเป็นเวอร์ชัน 7.0-RELEASE ที่มาจาก branch 7-STABLE ในเวอร์ชันนี้ก็มีความสามารถเด่น ๆ เช่น</p>

<ul>
<li>ทำงานได้ดีขึ้นกับ SMP เห็นได้ชัดในระบบฐานข้อมูล ซึ่ง FreeBSD 7.0 สามารถทำงานได้เร็วกว่า 6.0 ถึง 3.5 เท่าในการทำงานทั่วไป และ 15 เท่า! เมื่อมีภาระงานมาก</li>
<li>สนับสนุน Sun <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/ZFS">ZFS</a>, <a href="http://ivoras.sharanet.org/freebsd/gjournal.html">gjournal</a> และ SGI <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/XFS">XFS</a></li>
<li>มี Scheduler ตัวใหม่ที่ทำงานได้ไวขึ้นและตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ดีขึ้น (เหมือนกับ Linux kernel ช่วงหนึ่งที่มีการเปลี่ยน Scheduler เพื่อให้ Desktop Application สามารถตอบสนองผู้ใช้ได้ดีขึ้น)</li>
<li>มีซอฟท์แวร์ใหม่ ๆ เช่น X.Org 7.3, KDE 3.5.8, GNOME 2.20.2. และ GNU C compiler 4.2.1</li>
</ul>

<p>รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ <a href="http://docs.freebsd.org/cgi/getmsg.cgi?fetch=3236+0+current/freebsd-announce">FreeBSD-announce Mailing list</a> ครับ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เวอร์จินกาแลคติคเปิดตัว SpaceShipTwo</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6823" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6823</id>
    <published>2008-01-24T03:37:01+07:00</published>
    <updated>2008-01-24T17:56:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Science" />
    <category term="Space" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ได้รางวัล X-Price ไปเรียบร้อยแล้วกับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/SpaceShipOne">SpaceShipOne</a> (<a href="http://www.blognone.com/node/128">ข่าวเก่า</a>) ทีมงานของเบิร์ท รูแทนผู้อยู่เบื้องหลัง SpaceShipOne และเวอร์จินกาแลคติคซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก ก็ได้เปิดตัว <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/SpaceShipTwo">SpaceShipTwo</a> แล้วในวันนี้ โดย SpaceShipTwo จะมีขนาดใหญ่กว่า SpaceShipOne มากพอสมควร จากเดินที่รับผู้โดยสารได้แค่สองคนก็เพิ่มเป็นหกคนและผู้โดยสารก็สามารถลุกยืนหรือเคลื่อนไหวไปมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคงไม่อยากมีใครถูกบังคับให้นั่งอยู่กับที่เฉย ๆ ในสภาพไร้แรงดึงดูดแน่นอน</p>

<!--pagebreak-->

<p>นอกจากตัว SpaceShipTwo จะใหญ่ขึ้นแล้ว เครื่องบินขนส่ง White Knight 2 ก็ยังมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย โดยมีความกว้างของปีกเท่ากับเครื่องบินทิ้งระเบิด <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/B-29_Superfortress">B-29</a> และยังเป็นแบบสองลำตัว โดยสามารถใช้ในการสังเกตการณ์การส่งจรดขึ้นอยู่อวกาศ หรือว่า ใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์ภายใต้แรงโน้มถ่วงที่ต่ำมากหรือว่าเป็นศูนย์ได้</p>

<p>SpaceShipTwo ยังตั้งเป้าที่จะให้บริการแบบ Suborbital นั่นคือ การยิ่งจรวดขึ้นไปแล้วก็กลับลงมาทันที โดยไม่มีการโคจรรอบโลก และจะเริ่มทำการทดสอบในกลางปีนี้ แต่ยังไม่กำหนดว่าจะเริ่มให้บริการกับบุคคลทั่วไปได้เมื่อไหร่ ถ้าใครอยากจะใช้บริการ ก็ต้องไปต่อคิวกับคนที่รอคิวอยู่แล้ว 65,000 คน และมีเตรียมเงินในมืออย่างน้อย 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ</p>

<p>ข่าวจาก <a href="http://blog.wired.com/wiredscience/2008/01/spaceshiptwo-un.html">Wired</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ได้รางวัล X-Price ไปเรียบร้อยแล้วกับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/SpaceShipOne">SpaceShipOne</a> (<a href="http://www.blognone.com/node/128">ข่าวเก่า</a>) ทีมงานของเบิร์ท รูแทนผู้อยู่เบื้องหลัง SpaceShipOne และเวอร์จินกาแลคติคซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก ก็ได้เปิดตัว <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/SpaceShipTwo">SpaceShipTwo</a> แล้วในวันนี้ โดย SpaceShipTwo จะมีขนาดใหญ่กว่า SpaceShipOne มากพอสมควร จากเดินที่รับผู้โดยสารได้แค่สองคนก็เพิ่มเป็นหกคนและผู้โดยสารก็สามารถลุกยืนหรือเคลื่อนไหวไปมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคงไม่อยากมีใครถูกบังคับให้นั่งอยู่กับที่เฉย ๆ ในสภาพไร้แรงดึงดูดแน่นอน</p>

<!--pagebreak-->

<p>นอกจากตัว SpaceShipTwo จะใหญ่ขึ้นแล้ว เครื่องบินขนส่ง White Knight 2 ก็ยังมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย โดยมีความกว้างของปีกเท่ากับเครื่องบินทิ้งระเบิด <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/B-29_Superfortress">B-29</a> และยังเป็นแบบสองลำตัว โดยสามารถใช้ในการสังเกตการณ์การส่งจรดขึ้นอยู่อวกาศ หรือว่า ใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์ภายใต้แรงโน้มถ่วงที่ต่ำมากหรือว่าเป็นศูนย์ได้</p>

<p>SpaceShipTwo ยังตั้งเป้าที่จะให้บริการแบบ Suborbital นั่นคือ การยิ่งจรวดขึ้นไปแล้วก็กลับลงมาทันที โดยไม่มีการโคจรรอบโลก และจะเริ่มทำการทดสอบในกลางปีนี้ แต่ยังไม่กำหนดว่าจะเริ่มให้บริการกับบุคคลทั่วไปได้เมื่อไหร่ ถ้าใครอยากจะใช้บริการ ก็ต้องไปต่อคิวกับคนที่รอคิวอยู่แล้ว 65,000 คน และมีเตรียมเงินในมืออย่างน้อย 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ</p>

<p>ข่าวจาก <a href="http://blog.wired.com/wiredscience/2008/01/spaceshiptwo-un.html">Wired</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์เปิดให้เข้าถึง .NET Framework แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6770" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6770</id>
    <published>2008-01-18T03:27:22+07:00</published>
    <updated>2008-01-20T08:10:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term=".NET" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงชุดไลบรารีของ .NET Framework โดยจะสามารถเข้าไปอ่านซอร์สโค้ดของไลบรารีต่าง ๆ หรือว่าจะอ้างอึงถึงผ่านทาง Visual Studio 2008 ซึ่งเมื่อทำการดีบักโปรแกรมใด ๆ ที่มีการเข้าถึงชุดไลบรารีดังกล่าว Visual Studio ก็จะเรียกซอร์สโค้ดของไลบรารีนั้นมาให้ดูได้เลย เรียกว่าสามารถตรวจสอบได้ว่าบักนั้นเกิดจากโปรแกรมที่เราเขียน หรือว่าเป็นปัญหาในชุดไลบรารี</p>

<p>ชุดไลบรารีที่อนุญาตให้เข้าถึงได้ก็ประกอบไปด้วย.NET Base Class Library, ASP.NET, Win.Forms, WPF และ ADO.NET/XML</p>

<p>ข่าวจาก <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2008/01/16/net-framework-library-source-code-now-available.aspx">ASP.Net</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงชุดไลบรารีของ .NET Framework โดยจะสามารถเข้าไปอ่านซอร์สโค้ดของไลบรารีต่าง ๆ หรือว่าจะอ้างอึงถึงผ่านทาง Visual Studio 2008 ซึ่งเมื่อทำการดีบักโปรแกรมใด ๆ ที่มีการเข้าถึงชุดไลบรารีดังกล่าว Visual Studio ก็จะเรียกซอร์สโค้ดของไลบรารีนั้นมาให้ดูได้เลย เรียกว่าสามารถตรวจสอบได้ว่าบักนั้นเกิดจากโปรแกรมที่เราเขียน หรือว่าเป็นปัญหาในชุดไลบรารี</p>

<p>ชุดไลบรารีที่อนุญาตให้เข้าถึงได้ก็ประกอบไปด้วย.NET Base Class Library, ASP.NET, Win.Forms, WPF และ ADO.NET/XML</p>

<p>ข่าวจาก <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2008/01/16/net-framework-library-source-code-now-available.aspx">ASP.Net</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>มี backdoor ในวิสตา SP1?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6540" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6540</id>
    <published>2007-12-18T05:11:16+07:00</published>
    <updated>2007-12-18T05:20:41+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="NSA" />
    <category term="Security" />
    <category term="Vista" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>มีรายงานว่าในไมโครซอฟท์วินโดวส์วิสตาได้เพิ่มอัลกอริธึมที่ใช้ในการสร้างจำนวนสุ่ม (random number generator) ที่ชื่อว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Dual_EC_DRBG">Dual_EC_DRBG</a> ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะมี <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87">backdoor</a> ของ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2">NSA</a> อยู่ซึ่ง backdoor นี้อาจจะทำให้ NSA สามารถถอดการเข้ารหัสโดยอัลกอริธึมเข้ารหัส เช่น <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/RSA">RSA</a> ที่ใช้การสร้างจำนวนสุ่มด้วย Dual_EC_DRBG นี้ก็เป็นได้  ซึ่งเหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้เคยเกิดขึ้นกับอัลกอริธึมเข้ารหัสแบบ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Data_Encryption_Standard">DES</a> ที่พัฒนาโดย IBM แต่ถูกปรับเปลี่ยนการทำงานบางอย่างโดย NSA และถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดียวกันว่า NSA ได้วาง backdoor เอาไว้ แต่สำหรับ DES นั้น ข้อกล่าวหาที่ว่า NSA ได้ใส่ backdoor ไว้ไม่เคยถูกพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือเท็จ ส่วนกรณีของ Dual_EC_DRBG นี้ก็คงต้องดูกันต่อไป</p>

<p>อีกสาเหตุที่ไม่ควรใช้วิสตา?</p>

<p>ข่าวจาก <a href="http://it.slashdot.org/article.pl?sid=07/12/17/1754257">/.</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>มีรายงานว่าในไมโครซอฟท์วินโดวส์วิสตาได้เพิ่มอัลกอริธึมที่ใช้ในการสร้างจำนวนสุ่ม (random number generator) ที่ชื่อว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Dual_EC_DRBG">Dual_EC_DRBG</a> ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะมี <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87">backdoor</a> ของ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2">NSA</a> อยู่ซึ่ง backdoor นี้อาจจะทำให้ NSA สามารถถอดการเข้ารหัสโดยอัลกอริธึมเข้ารหัส เช่น <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/RSA">RSA</a> ที่ใช้การสร้างจำนวนสุ่มด้วย Dual_EC_DRBG นี้ก็เป็นได้  ซึ่งเหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้เคยเกิดขึ้นกับอัลกอริธึมเข้ารหัสแบบ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Data_Encryption_Standard">DES</a> ที่พัฒนาโดย IBM แต่ถูกปรับเปลี่ยนการทำงานบางอย่างโดย NSA และถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดียวกันว่า NSA ได้วาง backdoor เอาไว้ แต่สำหรับ DES นั้น ข้อกล่าวหาที่ว่า NSA ได้ใส่ backdoor ไว้ไม่เคยถูกพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือเท็จ ส่วนกรณีของ Dual_EC_DRBG นี้ก็คงต้องดูกันต่อไป</p>

<p>อีกสาเหตุที่ไม่ควรใช้วิสตา?</p>

<p>ข่าวจาก <a href="http://it.slashdot.org/article.pl?sid=07/12/17/1754257">/.</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>รุ่นที่สองของไพธอน 3000 alpha</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6487" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6487</id>
    <published>2007-12-09T06:07:08+07:00</published>
    <updated>2007-12-09T06:08:38+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Development" />
    <category term="Python" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ความสามารถเด่น ๆ ในรุ่นนี้ก็คือการเปลี่ยนชนิดข้อมูลแบบ bytes ให้กลายเป็น  Immutable แล้วเพิ่มชนิดข้อมูล bytearray ที่เก็บข้อมูลแบบ Mutable ขึ้นมา ถ้านึกภาพของ Immutable/Mutable ไม่ออก ก็ลองนึกถึงชนิดข้อมูลแบบ String กับ StringBuffer ในจาวาดู สรุปง่าย ๆ ก็คือ ข้อมูลแบบ Immutable หลังจากสร้างขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ (พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มี Setter ให้ใช้) ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการสร้างข้อมูลที่ถูกใช้จากหลาย ๆ Thread เพราะว่าไม่จำเป็นต้องทำ Thread Synchronization กับข้อมูลแบบก็ได้เนื่องจากข้อมูลมันเปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกับ ข้อมูลแบบ Immutable จะมี overhead สูงกว่าถ้าต้องทำการเปลี่ยนแปลง ในจาวาถึงแนะนำให้ใช้ StringBuffer ในการสร้าง ดัดแปลง หรือว่าแก้ไขข้อความ แล้วจึงเปลี่ยนเป็น String ตอนท้ายทีเดียว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.artima.com/weblogs/viewpost.jsp?thread=220341">Blog ของ BDFL</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ความสามารถเด่น ๆ ในรุ่นนี้ก็คือการเปลี่ยนชนิดข้อมูลแบบ bytes ให้กลายเป็น  Immutable แล้วเพิ่มชนิดข้อมูล bytearray ที่เก็บข้อมูลแบบ Mutable ขึ้นมา ถ้านึกภาพของ Immutable/Mutable ไม่ออก ก็ลองนึกถึงชนิดข้อมูลแบบ String กับ StringBuffer ในจาวาดู สรุปง่าย ๆ ก็คือ ข้อมูลแบบ Immutable หลังจากสร้างขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ (พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มี Setter ให้ใช้) ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการสร้างข้อมูลที่ถูกใช้จากหลาย ๆ Thread เพราะว่าไม่จำเป็นต้องทำ Thread Synchronization กับข้อมูลแบบก็ได้เนื่องจากข้อมูลมันเปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกับ ข้อมูลแบบ Immutable จะมี overhead สูงกว่าถ้าต้องทำการเปลี่ยนแปลง ในจาวาถึงแนะนำให้ใช้ StringBuffer ในการสร้าง ดัดแปลง หรือว่าแก้ไขข้อความ แล้วจึงเปลี่ยนเป็น String ตอนท้ายทีเดียว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.artima.com/weblogs/viewpost.jsp?thread=220341">Blog ของ BDFL</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>งานสัมนาโดยชมรมเว็บมาสเตอร์และผู้ดูแลระบบภาคเหนือ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4674" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4674</id>
    <published>2007-05-13T12:53:49+07:00</published>
    <updated>2007-05-13T13:21:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ชมรมเว็บมาสเตอร์และผู้ดูแลระบบภาคเหนือจะจัดสัมนาและมิตติ้งในวันที่ 25 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ที่โรงแรมฮาลิเดย์การ์เดน เชียงใหม่ โดยวิทยากรมีทั้งจากในท้องถิ่น และจากกรุงเทพ ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="http://www.thainorthadmin.com/board/index.php?topic=30.0">http://www.thainorthadmin.com/board/index.php?topic=30.0</a></p>
<p>ใครที่อยู่แถวเชียงใหม่ สนใจก็ไปร่วมได้นะครับ</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ชมรมเว็บมาสเตอร์และผู้ดูแลระบบภาคเหนือจะจัดสัมนาและมิตติ้งในวันที่ 25 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ที่โรงแรมฮาลิเดย์การ์เดน เชียงใหม่ โดยวิทยากรมีทั้งจากในท้องถิ่น และจากกรุงเทพ ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="http://www.thainorthadmin.com/board/index.php?topic=30.0">http://www.thainorthadmin.com/board/index.php?topic=30.0</a></p>
<p>ใครที่อยู่แถวเชียงใหม่ สนใจก็ไปร่วมได้นะครับ</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อยากทำงานให้ได้ประสิทธิภาพ เลือกทำในห้องเพดานสูง ๆ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4644" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4644</id>
    <published>2007-05-10T03:46:53+07:00</published>
    <updated>2007-05-10T03:46:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Health" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><a href="http://www.livescience.com/humanbiology/070507_high_ceilings.html">ข่าว<a>จาก <a href="http://www.livescience.com/">Life Science</a> พูดถึงงานวิจัยอันหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมินเนโซตา (University of Minnesota) ที่พบว่าคนที่ทำงานในห้องที่มีเพดาสูง ๆ จะสามารถคิดแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนที่ทำงานในห้องเพดานต่ำ ๆ เพราะว่าสมองส่วนจินตนาการจะทำงานได้ดีกว่า ในขณะที่คนที่ทำงานในห้องเพดานต่ำ ๆ จะ คิดในมุมมองที่เฉพาะเจาะจง และ แคบกว่า </p>
<p>เรื่องแบบนี้ ดูเหมือนคนจีนจะพูดถึงมานานแล้วในเรื่องของฮวงจุ้ย? ที่บอกว่า ห้องควรจะเพดานสูง ๆ จะอยู่ได้สบายกว่า และไม่ควรตั้งโต๊ะทำงานใต้คานเพราะว่าจะรู้สึกอึดอัด (ไม่ใช่จะได้ขึ้นคานนะ)</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><a href="http://www.livescience.com/humanbiology/070507_high_ceilings.html">ข่าว<a>จาก <a href="http://www.livescience.com/">Life Science</a> พูดถึงงานวิจัยอันหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมินเนโซตา (University of Minnesota) ที่พบว่าคนที่ทำงานในห้องที่มีเพดาสูง ๆ จะสามารถคิดแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนที่ทำงานในห้องเพดานต่ำ ๆ เพราะว่าสมองส่วนจินตนาการจะทำงานได้ดีกว่า ในขณะที่คนที่ทำงานในห้องเพดานต่ำ ๆ จะ คิดในมุมมองที่เฉพาะเจาะจง และ แคบกว่า </p>
<p>เรื่องแบบนี้ ดูเหมือนคนจีนจะพูดถึงมานานแล้วในเรื่องของฮวงจุ้ย? ที่บอกว่า ห้องควรจะเพดานสูง ๆ จะอยู่ได้สบายกว่า และไม่ควรตั้งโต๊ะทำงานใต้คานเพราะว่าจะรู้สึกอึดอัด (ไม่ใช่จะได้ขึ้นคานนะ)</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์อาจประกาศโอเพนซอร์ส Silverlight</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4556" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4556</id>
    <published>2007-04-29T10:31:38+07:00</published>
    <updated>2007-05-22T17:20:42+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Flash" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Open Source" />
    <category term="Silverlight" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากมีข่าวว่า <a href="http://blognone.com/node/4538">Flex จะโอเพนซอร์ส</a>ไปแล้ว ก็มีข่าวมาว่าไมโครซอฟท์อาจจะโอเพนซอร์สบางส่วนของ Silverlight ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกมาต่อกรโดยตรงกับ Flash ของ Adobe บาง รวมถึงจะเปิดตัวโปรแกรมในตระกูล Microsoft's Expression อย่างเป็นทางการในงาน  MIX07 โดยไมโครซอฟท์วางตัว Expression ให้ออกมาชนกับ Adobe Creative Suite 3 ที่พึ่งเปิดตัวไป แบบโปรแกรมต่อโปรแกรมเลยก็ว่าได้</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.infoworld.com/cgi-bin/redirect?source=rss&amp;url=http://www.infoworld.com/article/07/04/27/MS-open-source-Silverlight_1.html">Infoworld</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากมีข่าวว่า <a href="http://blognone.com/node/4538">Flex จะโอเพนซอร์ส</a>ไปแล้ว ก็มีข่าวมาว่าไมโครซอฟท์อาจจะโอเพนซอร์สบางส่วนของ Silverlight ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกมาต่อกรโดยตรงกับ Flash ของ Adobe บาง รวมถึงจะเปิดตัวโปรแกรมในตระกูล Microsoft's Expression อย่างเป็นทางการในงาน  MIX07 โดยไมโครซอฟท์วางตัว Expression ให้ออกมาชนกับ Adobe Creative Suite 3 ที่พึ่งเปิดตัวไป แบบโปรแกรมต่อโปรแกรมเลยก็ว่าได้</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.infoworld.com/cgi-bin/redirect?source=rss&amp;url=http://www.infoworld.com/article/07/04/27/MS-open-source-Silverlight_1.html">Infoworld</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>MySpace China: Your friends are watching you.</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4554" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4554</id>
    <published>2007-04-29T04:55:53+07:00</published>
    <updated>2007-04-29T08:11:24+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="China" />
    <category term="MySpace" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><a href="http://yro.slashdot.org/article.pl?sid=07/04/28/0650249">ข่าว</a> จาก<a href="http://slashdot.org/">/.</a> พูดถึงการเปิดตัว <a href="http://www.myspace.cn/">MySpace China</a>  แต่ที่แตกต่างจากบริการ MySpace ที่อื่นก็คือจะมีปุ่มให้ผู้ใช้กดเพื่อแจ้งว่าหน้านี้มีเนื้อหาที่"ไม่เหมาะสม" ซึ่งตัวอย่างของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็เช่น เนื้อหาที่เป็นอัตรายต่อความมั่นคง หรือว่าเกี่ยวข้องกับความลับของชาติ ซึ่งเป็นวิธีการคัดกรองเนื้อหาที่เพิ่มเติมมาจากการคัดกรองเนื้อหาแบบปกติ เช่นการตรวจจำข้อความเช่น อิสรภาพไต้หวัน ฟาหลุนกง หรือว่า ดาไลลามะ เป็นต้น</p>
<p>สาเหตุที่ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เพราะพออ่านข่าวนี้จบก็นึกถึงประโยค <a href="http://en.wikipedia.org/w/index.php?title=Big_Brother_%281984%29">Big Brother is watching you</a> ขึ้นมา ตอนนี้นอกจาก Big (Red) Brother จะจับตามองคุณแล้ว เพื่อน ๆ ชาวเว็บของคุณ ก็ช่วยจับตามองคุณอยู่เหมือนกัน</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><a href="http://yro.slashdot.org/article.pl?sid=07/04/28/0650249">ข่าว</a> จาก<a href="http://slashdot.org/">/.</a> พูดถึงการเปิดตัว <a href="http://www.myspace.cn/">MySpace China</a>  แต่ที่แตกต่างจากบริการ MySpace ที่อื่นก็คือจะมีปุ่มให้ผู้ใช้กดเพื่อแจ้งว่าหน้านี้มีเนื้อหาที่"ไม่เหมาะสม" ซึ่งตัวอย่างของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็เช่น เนื้อหาที่เป็นอัตรายต่อความมั่นคง หรือว่าเกี่ยวข้องกับความลับของชาติ ซึ่งเป็นวิธีการคัดกรองเนื้อหาที่เพิ่มเติมมาจากการคัดกรองเนื้อหาแบบปกติ เช่นการตรวจจำข้อความเช่น อิสรภาพไต้หวัน ฟาหลุนกง หรือว่า ดาไลลามะ เป็นต้น</p>
<p>สาเหตุที่ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เพราะพออ่านข่าวนี้จบก็นึกถึงประโยค <a href="http://en.wikipedia.org/w/index.php?title=Big_Brother_%281984%29">Big Brother is watching you</a> ขึ้นมา ตอนนี้นอกจาก Big (Red) Brother จะจับตามองคุณแล้ว เพื่อน ๆ ชาวเว็บของคุณ ก็ช่วยจับตามองคุณอยู่เหมือนกัน</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>โน้ตบุ๊กราคา $199 จาก Asus</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4448" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4448</id>
    <published>2007-04-18T05:56:01+07:00</published>
    <updated>2007-04-18T11:13:46+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Asus" />
    <category term="Flash" />
    <category term="Notebook" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><a href="http://gizmodo.com/gadgets/laptops/asus-to-sell-199-flash+based-laptops-252892.php">ข่าว</a>จาก<a href="http://gizmodo.com/">Gizmodo</a>แจ้งว่า <a href="http://www.asus.com">Asus</a>มีแผนที่จะวางตลาดโน้ตบุ๊กราคา $199 - $549 (ประมาณ 7,000 - 19,000 บาท) โดยโน้ตบุ๊กดังกล่าวจะใช้หน่วยความจำแบบแฟลชแทนที่ฮาร์ดดิสค์ ซึ่งจะมีขนาดหน่วยความจำตั้งแต่ 1GB - 40GB และใช้จอภาพขนาด 7 นิ้ว (พอ ๆ กับจอภาพของ OLPC XO-1)</p>
<p>การใช้งานน่าจะคล้าย ๆ กับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Handheld_PC">HPC</a> สมัยก่อน ส่วนระบบปฏิบัติการณ์ยังไม่รู้ว่าจะเป็น GNU/Linux หรือว่า Windows CE</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><a href="http://gizmodo.com/gadgets/laptops/asus-to-sell-199-flash+based-laptops-252892.php">ข่าว</a>จาก<a href="http://gizmodo.com/">Gizmodo</a>แจ้งว่า <a href="http://www.asus.com">Asus</a>มีแผนที่จะวางตลาดโน้ตบุ๊กราคา $199 - $549 (ประมาณ 7,000 - 19,000 บาท) โดยโน้ตบุ๊กดังกล่าวจะใช้หน่วยความจำแบบแฟลชแทนที่ฮาร์ดดิสค์ ซึ่งจะมีขนาดหน่วยความจำตั้งแต่ 1GB - 40GB และใช้จอภาพขนาด 7 นิ้ว (พอ ๆ กับจอภาพของ OLPC XO-1)</p>
<p>การใช้งานน่าจะคล้าย ๆ กับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Handheld_PC">HPC</a> สมัยก่อน ส่วนระบบปฏิบัติการณ์ยังไม่รู้ว่าจะเป็น GNU/Linux หรือว่า Windows CE</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เดเบียน Etch ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4380" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4380</id>
    <published>2007-04-09T01:08:27+07:00</published>
    <updated>2007-04-09T17:01:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Debian" />
    <category term="Linux" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากพัฒนามาเกือบสองปี ในที่สุด<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">เดเบียนลินุกซ์</a> (Debian GNU/Linux) ก็ได้<a href="http://www.debian.org/News/2007/20070408">ออกรุ่น 4.0</a> ที่มีรหัสพัฒนาว่า Etch อย่างเป็นทางการ มีรายการซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจก็เช่น GNOME 2.14, KDE 3.5, OpenOffice.org 2.0.4a, X.Org 7.1, Iceweasel(Firefox) 2.0.0.3 และ Linux Kernel 2.6.18 รายการซอพต์แวร์เพิ่มเติมดูได้ที่<a href="http://www.debian.org/News/2007/20070408">ประกาศเปิดตัว</a>อย่างเป็นทางการครับ</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากพัฒนามาเกือบสองปี ในที่สุด<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">เดเบียนลินุกซ์</a> (Debian GNU/Linux) ก็ได้<a href="http://www.debian.org/News/2007/20070408">ออกรุ่น 4.0</a> ที่มีรหัสพัฒนาว่า Etch อย่างเป็นทางการ มีรายการซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจก็เช่น GNOME 2.14, KDE 3.5, OpenOffice.org 2.0.4a, X.Org 7.1, Iceweasel(Firefox) 2.0.0.3 และ Linux Kernel 2.6.18 รายการซอพต์แวร์เพิ่มเติมดูได้ที่<a href="http://www.debian.org/News/2007/20070408">ประกาศเปิดตัว</a>อย่างเป็นทางการครับ</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สตีฟ จอบส์: แอปเปิ้ลจะขายเพลงที่ไม่มี DRM ผ่าน iTMS ถ้าบริษัทเพลงเห็นด้วย</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3899" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3899</id>
    <published>2007-02-07T05:16:37+07:00</published>
    <updated>2007-02-07T06:27:39+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Digital Media" />
    <category term="DRM" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ทุกวันนี้เพลงที่ขายผ่าน iTMS นั้นอนุญาตให้สามารถเล่นได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ห้าเครื่อง และเล่นบน iPod ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่สตีฟ จอบส์ออกมาให้ความเห็นผ่าน<a href="http://www.apple.com/hotnews/thoughtsonmusic/">จดหมายฉบับหนึ่ง</a>ที่อยู่บนเว็บไซท์ของแอปเปิ้ลเองว่า ถ้าผู้ใช้ช่วยกันกดดันบริษัทเพลง โดยเฉพาะสี่บริษัทใหญ่คือ Universal Sony BMG Warner และ EMI แล้วละก็ สักวันหนึ่ง iTMS อาจจะสามารถขายเพลงที่ไม่มี DRM และสามารถเล่นบนเครื่องเล่น MP3 อันไหนก็ได้ </p>
<p>ตอนท้าย ๆ ของจดหมาย ก็พูดถึงเรื่องที่แอปเปิ้ลโดนกดดันจากประเทศในยุโรปเรื่องของ DRM นี่อาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่แอปเปิ้ลจะโยนความผิดไปให้บริษัทเพลงแทน ในแบบที่ว่า แอปเปิ้ลอยากจะขายเพลงที่ไม่มี DRM (และเล่นบนเครื่องเล่น MP3 ยี่ห้อไหนก็ได้) ใจจะขาด แต่บริษัทเพลงทั้งหลายไม่ยอมต่างหาก</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ทุกวันนี้เพลงที่ขายผ่าน iTMS นั้นอนุญาตให้สามารถเล่นได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ห้าเครื่อง และเล่นบน iPod ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่สตีฟ จอบส์ออกมาให้ความเห็นผ่าน<a href="http://www.apple.com/hotnews/thoughtsonmusic/">จดหมายฉบับหนึ่ง</a>ที่อยู่บนเว็บไซท์ของแอปเปิ้ลเองว่า ถ้าผู้ใช้ช่วยกันกดดันบริษัทเพลง โดยเฉพาะสี่บริษัทใหญ่คือ Universal Sony BMG Warner และ EMI แล้วละก็ สักวันหนึ่ง iTMS อาจจะสามารถขายเพลงที่ไม่มี DRM และสามารถเล่นบนเครื่องเล่น MP3 อันไหนก็ได้ </p>
<p>ตอนท้าย ๆ ของจดหมาย ก็พูดถึงเรื่องที่แอปเปิ้ลโดนกดดันจากประเทศในยุโรปเรื่องของ DRM นี่อาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่แอปเปิ้ลจะโยนความผิดไปให้บริษัทเพลงแทน ในแบบที่ว่า แอปเปิ้ลอยากจะขายเพลงที่ไม่มี DRM (และเล่นบนเครื่องเล่น MP3 ยี่ห้อไหนก็ได้) ใจจะขาด แต่บริษัทเพลงทั้งหลายไม่ยอมต่างหาก</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมเคิล เดลล์กลับมาแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3865" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3865</id>
    <published>2007-02-01T10:58:36+07:00</published>
    <updated>2007-02-01T10:58:36+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Dell" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ในปีพศ. 2547 แล้วปล่อยให้เคลวิน โรลลินส์ (Kelvin Rollins) ก้าวขึ้นจากตำแหน่ง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Chief_Operating_Officer">COO</a> มาเป็น CEO แทน ในที่สุด <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Dell"><br />
ไมเคิล เดลล์</a> (Michael Dell) ก็กลับมาเป็น CEO ของ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Dell%2C_Inc.">บริษัท</a>ที่เขาสร้างขึ้นมาจากห้องพักนักศึกษาเล็ก ๆ และเงินลงทุนเพียง 1000 ดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อตอนที่เขาเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐเท็กซัส เมืองออสติน ในปีพศ. 2527 หลังจากปีที่ผ่านมา เดลล์ได้เสียตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้กับบริษัท HP ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญให้โรลลินส์ลาออก และคณะผู้บริหารเชิญไมเคิล เดลล์ให้กลับมาบริษัทบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ</p>
<p>คงกะว่าเชิญผู้ก่อตั้งกลับมาแล้วจะกลับมายิ่งใหญ่ได้เหมือนกับบริษัทแอปเปิ้ล</p>
<p>ข่าวจาก <a href="http://news.com.com/Michael+Dell+back+as+CEO%2C+Rollins+resigns/2100-1014_3-6155185.html?tag=nefd.lede">News.com</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ในปีพศ. 2547 แล้วปล่อยให้เคลวิน โรลลินส์ (Kelvin Rollins) ก้าวขึ้นจากตำแหน่ง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Chief_Operating_Officer">COO</a> มาเป็น CEO แทน ในที่สุด <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Dell"><br />
ไมเคิล เดลล์</a> (Michael Dell) ก็กลับมาเป็น CEO ของ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Dell%2C_Inc.">บริษัท</a>ที่เขาสร้างขึ้นมาจากห้องพักนักศึกษาเล็ก ๆ และเงินลงทุนเพียง 1000 ดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อตอนที่เขาเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐเท็กซัส เมืองออสติน ในปีพศ. 2527 หลังจากปีที่ผ่านมา เดลล์ได้เสียตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้กับบริษัท HP ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญให้โรลลินส์ลาออก และคณะผู้บริหารเชิญไมเคิล เดลล์ให้กลับมาบริษัทบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ</p>
<p>คงกะว่าเชิญผู้ก่อตั้งกลับมาแล้วจะกลับมายิ่งใหญ่ได้เหมือนกับบริษัทแอปเปิ้ล</p>
<p>ข่าวจาก <a href="http://news.com.com/Michael+Dell+back+as+CEO%2C+Rollins+resigns/2100-1014_3-6155185.html?tag=nefd.lede">News.com</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>วิสตาอาจจะเป็นตัวการทำลายสภาวะแวดล้อม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3864" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3864</id>
    <published>2007-02-01T03:07:47+07:00</published>
    <updated>2007-02-01T07:34:54+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="Environment" />
    <category term="Vista" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>นอกจากวิสตาจะทำให้ผู้ใช้กระเป๋าฉีกไปตาม ๆ กัน เนื่องจากต้องปรับปรุงเครื่องเพื่อใช้ลูกเล่นใหม่ ๆ ของวิสตาแล้ว Green Party ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหนึ่งในอังกฤษ ก็ออกมากล่าวหาวิสตาว่า เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้สภาวะแวดล้อมแย่ลง เนื่องจากผลพวงของการปรับปรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้เกิดขยะอิเล็คทรอนิคส์เกิดขึ้นมามากมาย เช่น จอภาพที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือว่า การ์ดแสดงผลที่มีหน่วยความจำน้อยเกินไป พรรคการเมืองดังกล่าวถึงกับให้ความเห็นว่า ในอนาคตนักโบราณคดีอาจจะขุดค้นเจอ "Vista Upgrade Layer" ในพื้นที่ทิ้งขยะซึ่งเป็นชั้นของขยะอิเล็คทรอนิคส์ที่เกิดจากการเปลี่ยนไปใช้วิสตา</p>
<p>นึกภาพ(เหลน)อินเดียน่า โจห์น ในอีกสักห้าสิบปีข้างหน้า วิ่งหนีก้อนหินยักษ์ที่กลิ้งตามหลังไปตามทางที่มีคอมพิวเตอร์กอง ๆ อยู่เป็นภูเขาแล้วเริ่มจะถล่มลงมา  บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ขึ้นหน้าจอว่า Vista Revengeeeeeeee.....</p>
<p>ข่าวจาก <a href="http://yro.slashdot.org/article.pl?sid=07/01/31/034237&amp;from=rss">/.</a></p>
<p>เพิ่มเติมจาก <a href="http://www.macworld.com/news/2007/01/31/recycling/index.php?lsrc=mwrss">Macworld</a> Dell และ​ HP กำลังวางแผนที่จะรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้โยนทิ้งเพื่อจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ที่รองรับวิสตาได้ โดยบริษัทคอมพิวเตอร์ในอเมริกาอย่างเช่น Dell หรือว่า Apple จะมีแผน Recycle เครื่องคอมพิวเตอร์จากผู้ใช้ ในกรณีที่ผู้ใช้เปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยผู้ใช้สามารถส่งเครื่องคืนให้กับบริษัทผู้ผลิตได้ ซึ่งคาดกันว่า พอวิสตาออกมา ปริมาณเครื่องที่ผู้ใช้ต้องการโละทิ้งเพื่อเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ที่ทำงานกับวิสตาได้ดี คงมีจำนวนมหาศาล </p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>นอกจากวิสตาจะทำให้ผู้ใช้กระเป๋าฉีกไปตาม ๆ กัน เนื่องจากต้องปรับปรุงเครื่องเพื่อใช้ลูกเล่นใหม่ ๆ ของวิสตาแล้ว Green Party ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหนึ่งในอังกฤษ ก็ออกมากล่าวหาวิสตาว่า เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้สภาวะแวดล้อมแย่ลง เนื่องจากผลพวงของการปรับปรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้เกิดขยะอิเล็คทรอนิคส์เกิดขึ้นมามากมาย เช่น จอภาพที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือว่า การ์ดแสดงผลที่มีหน่วยความจำน้อยเกินไป พรรคการเมืองดังกล่าวถึงกับให้ความเห็นว่า ในอนาคตนักโบราณคดีอาจจะขุดค้นเจอ "Vista Upgrade Layer" ในพื้นที่ทิ้งขยะซึ่งเป็นชั้นของขยะอิเล็คทรอนิคส์ที่เกิดจากการเปลี่ยนไปใช้วิสตา</p>
<p>นึกภาพ(เหลน)อินเดียน่า โจห์น ในอีกสักห้าสิบปีข้างหน้า วิ่งหนีก้อนหินยักษ์ที่กลิ้งตามหลังไปตามทางที่มีคอมพิวเตอร์กอง ๆ อยู่เป็นภูเขาแล้วเริ่มจะถล่มลงมา  บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ขึ้นหน้าจอว่า Vista Revengeeeeeeee.....</p>
<p>ข่าวจาก <a href="http://yro.slashdot.org/article.pl?sid=07/01/31/034237&amp;from=rss">/.</a></p>
<p>เพิ่มเติมจาก <a href="http://www.macworld.com/news/2007/01/31/recycling/index.php?lsrc=mwrss">Macworld</a> Dell และ​ HP กำลังวางแผนที่จะรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้โยนทิ้งเพื่อจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ที่รองรับวิสตาได้ โดยบริษัทคอมพิวเตอร์ในอเมริกาอย่างเช่น Dell หรือว่า Apple จะมีแผน Recycle เครื่องคอมพิวเตอร์จากผู้ใช้ ในกรณีที่ผู้ใช้เปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยผู้ใช้สามารถส่งเครื่องคืนให้กับบริษัทผู้ผลิตได้ ซึ่งคาดกันว่า พอวิสตาออกมา ปริมาณเครื่องที่ผู้ใช้ต้องการโละทิ้งเพื่อเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ที่ทำงานกับวิสตาได้ดี คงมีจำนวนมหาศาล </p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ออราเคิลจะขายการสนับสนุน MySQL</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3844" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3844</id>
    <published>2007-01-30T04:20:46+07:00</published>
    <updated>2007-01-30T04:20:46+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="MySQL" />
    <category term="Open Source" />
    <category term="Oracle" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><a marten a> ซึ่งเป็น CEO ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/MySQL_AB">MySQL AB.</a> ออกมาให้ข่าวว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Oracle_Corporation">บริษัทออราเคิล</a> มีแผนที่จะขายการสนับสนุนระบบฐานข้อมูล MySQL เหมือนกับที่ทำกับ Redhat Linux (<a href="http://www.blognone.com/node/3225">ข่าวเก่า</a>) ซึ่ง Marten เองก็ให้ความเห็นว่า "ผมหวังว่าเขาจะทำจริงๆ" ถึงแม้ว่าถ้าออราเคิลออก  "Unbreakable MySQL" ออกมาจริง ๆ ก็จะกลายเป็นคู่แข่งของ MySQL AB ซึ่งเน้นรายได้หลักจากการขายการสนับสนุนเหมือนกัน</p>
<p>ข่าวจาก <a href="http://rss.slashdot.org/~r/Slashdot/slashdot/~3/83535553/article.pl">/.</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><a marten a> ซึ่งเป็น CEO ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/MySQL_AB">MySQL AB.</a> ออกมาให้ข่าวว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Oracle_Corporation">บริษัทออราเคิล</a> มีแผนที่จะขายการสนับสนุนระบบฐานข้อมูล MySQL เหมือนกับที่ทำกับ Redhat Linux (<a href="http://www.blognone.com/node/3225">ข่าวเก่า</a>) ซึ่ง Marten เองก็ให้ความเห็นว่า "ผมหวังว่าเขาจะทำจริงๆ" ถึงแม้ว่าถ้าออราเคิลออก  "Unbreakable MySQL" ออกมาจริง ๆ ก็จะกลายเป็นคู่แข่งของ MySQL AB ซึ่งเน้นรายได้หลักจากการขายการสนับสนุนเหมือนกัน</p>
<p>ข่าวจาก <a href="http://rss.slashdot.org/~r/Slashdot/slashdot/~3/83535553/article.pl">/.</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
