ออกมาแล้วสำหรับกำหนดการปล่อยของ Ubuntu 12.10 ที่มีโค้ดเนมสั้นๆ ว่า "Q" โดยทาง Canonical ได้เขียนตารางเอาไว้อย่างละเอียดใน Ubuntu wiki ทั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากกำหนดการอยู่ในสถานะแบบร่างเท่านั้น
ในกำหนดการจะไม่มีเวอร์ชัน Release Candidate เช่นเคย คือหลังจากเวอร์ชัน Alpha และ Beta แล้วจะเข้าสู่รุ่นเต็มเลย มีกำหนดการดังนี้ครับ
- Alpha 1 - June 7th
- Alpha 2 - June 28th
- Alpha 3 - August 2nd
- Beta 1 - September 6th
- Beta 2 - September 27th
- Final Ubuntu 12.10 release - October 18th
แถมท้ายเล็กน้อย ทางเว็บไซต์ OMG! Ubuntu ได้เปิดให้ทุกคนทายชื่อของ Ubuntu 12.10 สามารถเข้าไปร่วมสนุกได้ที่นี่ รางวัลคือเสื้อยืดจาก OMG! Ubuntu แต่ต้องรีบหน่อยเพราะหมดเขตรับผลวันนี้แล้ว
ที่มา - Web Upd8
โดยปกติแล้วหากเราตัดสินใจขายต่อมือถือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เก็บข้อมูลส่วนตัวของเราไว้ หลายๆ คนคงไม่ประมาทที่จะลบข้อมูลเหล่านั้นทิ้งเสีย อาจใช้วิธีลบเองทีละจุด หรือในมือถือบางรุ่นจะมีตัวเลือกที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการล้างข้อมูลเหล่านี้ให้
ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญจาก McAfee ได้ทำการทดลองและพบว่าอุปกรณ์ในแพลตฟอร์ม Windows 7, iOS และ BlackBerry สามารถล้างข้อมูลต่างๆ ได้อย่างหมดจด ซึ่งหากจะขายต่อก็นับว่าวางใจได้ แต่ทั้งนี้ผู้ใช้จะต้องทำตามวิธีการที่ผู้ผลิตแนะนำจึงจะปลอดภัย ส่วนรายที่ไม่น่าวางใจคือ Android และ Windows XP ที่แม้จะล้างข้อมูลและการตั้งค่าตามวิธีของผู้ผลิตแล้ว ก็ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นเลขที่บัญชีธนาคาร, หมายเลขประกันสังคม ฯลฯ
สุดท้ายแหล่งข่าวก็ได้แนะนำว่าเพื่อความปลอดภัยสูงสุดก็ควรนำอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้วเหล่านี้ไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า, ใช้สว่านเจาะฮาร์ดไดรฟ์ หรืออาจนำออกมายิงทิ้งนอกบ้านเหมือนข่าวนี้ก็ได้ (เด็กๆ ไม่ควรทำตามนะจ๊ะ)
สำหรับผู้ใช้ลินุกซ์หลายท่านที่จำเป็นต้องใช้แอพพลิเคชันจากฝั่ง Windows คงรู้จัก Wine เป็นอย่างดี ซึ่งล่าสุดได้ปล่อยเวอร์ชัน 1.4 ออกมาแล้ว โดยในเวอร์ชันนี้ได้ปรับปรุงและเพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ มากขึ้น นับได้ว่าเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งหลังการพัฒนามากว่า 20 เดือน ซึ่งมองว่าการปรับปรุงโดยรวมก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้แอพพลิเคชันจาก Windows โดยไม่มีสะดุดทั้งในขณะใช้งานและในการติดตั้ง
ขาแชตหลายท่านคงรู้จักดีสำหรับแอพนามว่า LINE แอพสนทนายอดนิยม หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ทำยอดดาวน์โหลดทะลุ 10 ล้านครั้ง มาวันนี้ Naver บริษัทผู้สร้างได้ออกมาประกาศว่าขณะนี้แอพดังกล่าวมีผู้ใช้งานทะลุ 20 ล้านคนแล้ว ที่น่าตกใจคือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมาก หลังจากคล้อยหลังการเปิดตัวมาเพียง 8 เดือนเท่านั้น
และในอนาคตอันใกล้นี้ LINE จะเข้ามาร่วมวงบนพีซี, แมครวมถึงแท็บเล็ตหลังจากครองส่วนแบ่งบนสมาร์ทโฟนมามาก และบริษัทได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถเพิ่มยอดดาวน์โหลดถึง 100 ล้านครั้งภายในปีนี้
ที่มา - The Next Web
หลังจากข่าวเก่าที่มาจากทวิตเตอร์ของ @aunonline ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุดในช่วงบ่าย @noppatjak หนึ่งในผู้สื่อข่าวจากเครือเนชั่นได้ออกมาชี้แจงผ่านทวิตเตอร์และ Google+ ของตนเช่นกันโดยอ้างว่าได้โทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงจาก ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ความดังนี้ครับ
ขณะนี้รัฐสภาเห็นชอบกับงบฯ จำนวน 50 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนคัดเลือกเสปกเครื่องที่เหมาะสมผ่านกรรมการ (ยังไม่กำหนดชัดว่าเป็น iPad หรืออะไร) และยังกล่าวเพิ่มเติมว่าภายในงบฯ จำนวนนี้จะประกอบด้วยค่าอุปกรณ์ "คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส" และค่าวางระบบของ "ระบบการเก็บและจัดการข้อมูล" โดยไม่มีส่วนของ iPhone 4S ดังที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้
ข่าวนี้เป็นผลมาจากข้อความบนทวิตเตอร์ของคุณ aunonline เช้านี้ที่ชี้ว่ารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 50 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อ iPhone 4S และ iPad (รุ่น 2 หรือ 3 ที่กำลังจะออก) ทั้งสิ้น 700 เครื่อง ให้แก่สมาชิกรัฐสภา จากการสืบค้นพบว่าปัจจุบันมีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 150 ท่าน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก 500 ท่าน (แหล่งข่าวไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกและผู้ได้รับแจก)
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวงการราชการไทยที่มีแนวคิดจัดซื้ออุปกรณ์ไฮเทคเพื่อแจกจ่ายในหน่วยงาน โดยในปีที่ผ่านมานายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าจะนำเสนอต่อครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่มโดยส่วนหนึ่งอาจนำไปจัดซื้อ iPad แจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ในกระทรวงฯ ตามคำแนะนำของข้าราชการบางคน
และก็มีบางกระแสที่ถือโอกาสแซวท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่าอาจกลัวน้อยหน้าเด็กประถมที่จะได้เป็นเจ้าของแท็บเล็ตในอีกไม่ช้า ก็ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใด
UPDATE: @noppatjak ผู้สื่อข่าวในเครือเนชั่นได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากส.ส. เจริญ จรรย์โกมล ได้ข้อเท็จจริงว่าในส่วนของแท็บเล็ตหรืออนุมัติในคำว่า "คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส" นั้นยังไม่กำหนดเสปกที่แน่นอน ส่วน iPhone 4S นั้นไม่มีอยู่ในโครงการ และงบฯ 50 ล้านบาท จะรวมทั้งส่วนของ "คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส" และ "ระบบการเก็บและจัดการข้อมูล" (ขอบคุณคุณ lew ที่มาอัพเดตครับ)
ที่มา - @aunonline ผ่าน TechXcite, คมชัดลึก, @noppatjak 1, 2, 3, 4, 5
Kill switch คือกลไกอย่างหนึ่งที่บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์สร้างขึ้นเพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ผ่านระบบรีโมตระยะไกล มีเหตุผลหลักในด้านความปลอดภัยและการป้องกันการละเมิดสิทธิบัตร โดยกลไกจะสามารถควบคุม, ปรับตั้งค่าหรือแม้กระทั่งลบไฟล์ออกไปได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอุปกรณ์
ที่ผ่านมาเรารู้ว่ากลไกนี้มีบนแอนดรอยด์, iOS ฯลฯ และล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ในเรื่องนี้ว่าสำหรับ Windows 8 ที่กำลังจะออกมานี้จะมี Kill switch มาด้วย
แม้ไมโครซอฟท์จะไม่เปิดเผยเรื่องนี้มากนัก แต่ก็ได้แง้มออกมาว่าจะมีความสามารถในการลบหรืออัพเดตแอพพลิเคชันจากระยะไกลได้ ทั้งนี้แอพพลิเคชันดังกล่าวจะต้องถูกติดตั้งผ่าน Windows 8 app store เท่านั้น ส่วนแอพพลิเคชันที่ติดตั้งผ่าน USB Drive, DVD หรือผ่านเว็บจะไม่ได้รับผลตรงนี้
ย้อนกลับไปนานพอสมควร ภายหลังที่กูเกิลเจรจาซื้อ Slide เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นทีม Slide ได้สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์กูเกิลเองในชื่อ Photovine แอพแชร์รูปภาพที่ความสามารถคล้ายกับ Instragram ที่หลายคนรู้จักกันดี
ล่าสุดทั้ง Slide และ Photovine ได้ประกาศทางหน้าเว็บแล้วว่าจะปิดตัวลงในวันที่ 6 มีนาคม ที่จะถึงนี้ และเปิดให้ผู้ใช้บริการ export ข้อมูลออกมาได้ ซึ่งเส้นตายก็คือวันเดียวกันกับวันปิดตัว
ก่อนหน้านี้กูเกิลได้พูดไว้ชัดเจนว่าจะปิดตัวสองผลิตภัณฑ์นี้ในอีกไม่นาน โดยคาดกันว่าน่าจะเป็นเพราะนโยบายของซีอีโอหนุ่ม Larry Page ที่เน้นโฟกัสในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
ไม่แน่ใจว่าคนแถวนี้ใช้กันบ้างรึเปล่า ใครใช้อยู่ก็คงได้รับแจ้งเรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่เคยใช้แล้วเพิ่งรู้ก็รีบหน่อยครับ
ที่มา - The Next Web
สำหรับท่านใดที่ใจร้อนอยากสัมผัส Spark เป็นคนแรกๆ วันนี้ก็สามารถสั่งจองล่วงหน้าทางเว็บได้เลย โดยจะต้องไปลงทะเบียนที่ makeplaylive.com เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแท็บเล็ตดังกล่าว
หากสั่งจองในตอนนี้ คุณจะได้รับ priority order code ที่ทางเว็บระบุไว้ว่ามีไว้เพื่อให้ผู้สั่งจองแน่ใจได้ว่าจะได้รับ Spark ทันทีหลังเสร็จสิ้นการผลิต เท่านั้นยังไม่พอ คุณจะได้รับคะแนนฟรีๆ 500 แต้มสำหรับ Make Play Live add-on store อีกด้วย
สำหรับราคาทางเว็บตั้งเป้าไว้ที่ 200 ยูโร และอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละภูมิภาค สเปกแบบละเอียดดูได้จากที่มา
ที่มา - Make Play Live ผ่าน Engadget
ลือกันมานานแล้วสำหรับเสปกต่างๆ ของ iPad 3 แต่เราก็ไม่เคยมีหลักฐานที่จับต้องได้เสียที ล่าสุดเว็บไซต์ MacRumors อ้างว่ามีโอกาสสัมผัสหน้าจอที่ "เชื่อได้ว่า" เป็นหน้าจอของ iPad 3 โดยเป็นหน้าจอ LCD 9.7 นิ้วที่มีสัดส่วนหน้าจอเดียวกับ iPad ทั้งสองรุ่นก่อนหน้านี้
เพราะมีแต่หน้าจอจึงไม่สามารถเปิดภาพหรือแสดงผลใดๆ ได้ แต่ MacRumors ได้ใช้วิธีอันชาญฉลาดคือส่องกล้องจุลทรรศน์เทียบความละเอียดของพิกเซลซะเลย ซึ่งพบว่าหน้าจอลึกลับดังกล่าวมีความละเอียดสองเท่าจากรุ่นก่อนๆ ซึ่งถ้าใช้จอรุ่นนี้จริง หน้าจอของ iPad รุ่นหน้าจะมีความละเอียด 2048 x 1536 ทีเดียว ภาพเทียบพิกเซลระหว่างหน้าจอ iPad รุ่นก่อนกับหน้าจอลึกลับนี้ชมได้ท้ายเบรค
ที่มา - MacRumors
ได้ข้อยุติแล้วสำหรับคดีเสาสัญญาณบน iPhone 4 อันเป็นเรื่องที่ยากที่จะลืมและไม่สมควรให้อภัย เพราะวานนี้ Ira Rothken ให้สัมภาษณ์กับทาง CNET เกี่ยวกับการยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อแอปเปิลในกรณีนี้ ซึ่งผลการตัดสินของศาลคือแอปเปิลจะต้องชดเชยแก่ผู้เสียหายเป็นเงินสดทั้งสิ้นสิบห้าเหรียญฯ หรือได้ Bumper ฟรีจากทางแอปเปิลแทน Rothken ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่าคำตัดสินนับว่ายุติธรรมและมีเหตุผลสมควรแล้ว
การฟ้องร้องครั้งนี้ Rothken เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ยื่นฟ้อง และคำตัดสินจะมีผลต่อลูกค้า iPhone 4 ที่อาศัยในสหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าหากอยู่ในประเทศอื่นจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีครั้งนี้
หากท่านใดคิดว่าเป็นผู้เสียหายที่อยู่ในข่ายนี้สามารถเข้าไปลงชื่อเพื่อรับการชดเชยได้ที่เว็บไซต์ www.iPhone4Settlement.com ที่ตอนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ แต่จะใช้ได้ภายในสัปดาห์หน้า
พูดได้ว่าทุกคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ต้องเคยใช้ซอฟต์แวร์จัดการการบีบอัดไฟล์มาแล้วทั้งนั้นไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ และหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ WinZip อย่างแน่นอน จากเดิมที่เน้นผลิตซอฟต์แวร์สำหรับวินโดวส์เท่านั้น วันนี้ได้กลายมาเป็นแอพที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม iOS เรียบร้อย
แม้ว่ายังไม่สามารถบีบอัดไฟล์บนมือถือได้ แต่แอพพลิเคชันมีความสามารถสูงในการคลายการบีบอัดโดยสามารถเปิดไฟล์ภายในไฟล์ที่ถูกบีบอัดได้อย่างไม่มีปัญหา เช่น ไฟล์สกุล .jpg, .htm ฯลฯ นอกจากนี้ยังรองรับไฟล์บีบอัดที่ถูกเข้ารหัส โดยสามารถใส่รหัสเพื่อคลายการบีบอัดได้ ตอนนี้ยังรองรับไฟล์สกุล .zip เท่านั้น
ขณะนี้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีๆ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหน้าดาวน์โหลดใน iTunes
ที่มา - Engadget
แน่นอนว่าการเปิดตัว OS X 10.8 จะต้องดึงความสนใจจากหลายๆ คนได้ และนอกจากชื่อใหม่แล้วก็มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่มาเป็นตัวชูโรงคล้ายกับ iPhone 4S ที่มี Siri ในกรณีของ OS X รุ่นล่าสุดนี้ก็มีตัวชูโรงเช่น iCloud, Messages, Notification Center ฯลฯ
แต่คงเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่ใช่แอปเปิลเท่านั้นที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ เพราะ Ubuntu ก็เป็นอีกระบบปฏิบัติการหนึ่งที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้ลองใช้และลองชมอยู่เสมอ วันนี้ทาง OMG! Ubuntu ได้เรียบเรียงสามฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้วใน Ubuntu มาให้ชมกัน และผมขอสรุปเป็นหัวข้อดังนี้ครับ
ภายหลังกรณีฉาวที่แอพพลิเคชันนาม Path ดึงข้อมูลจากสมุดรายชื่อในเครื่องของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ของตน แต่กลับไม่มีท่าทีใดๆ จากทางแอปเปิล ซึ่งหลายฝ่ายกล่าวกันว่าควรเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนรับผิดชอบสำหรับเหตุการณ์ทำนองนี้ด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าแอพพลิเคชันใดๆ ก็ตามที่จะเข้าสู่ App Store ได้นั้นต้องได้รับการตรวจสอบจากทางแอปเปิลก่อน
ล่าสุด Tom Neumayr โฆษกแห่งแอปเปิลได้ให้สัมภาษณ์กับทาง AllThingsD ว่าการที่แอพพลิเคชันมีพฤติกรรมการเก็บข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต นับว่าขัดกับระเบียบข้อบังคับของแอปเปิล ซึ่งจากคำให้สัมภาษณ์นี้แอพพลิเคชันที่เข้าข่ายอันดับแรกๆ คือ Path นอกจากนี้อาจเป็นทวิตเตอร์, Foursquare และ Yelp
ก่อนการให้สัมภาษณ์ไม่นาน รัฐสภาสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีเป็นห่วงต่อเหตุการณ์นี้ และสองสมาชิกของรัฐสภาสหรัฐฯ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง Tim Cook ซีอีโอแห่งแอปเปิล เนื้อหาในจดหมายดูได้จากที่มาของข่าว
ที่มา - AllThingsD
หลายๆ ท่านคงพออนุมานได้ว่า Ubuntu น่าจะเป็นดิสโทรที่มีการปรับเปลี่ยนมากเป็นอันดับต้นๆ ในการอัพเดตแต่ละเวอร์ชัน และหลังจากทีมออกแบบของ Canonical เปิดรับธีมเสียงล็อกอินใหม่สำหรับ Ubuntu 12.04 จากบุคคลทั่วไป ในที่สุดทีมก็ได้คัดเสียงที่เข้ารอบล่าสุดมาสี่ตัวเลือกด้วยกัน
และตอนนี้ทีมออกแบบต้องการผลสำรวจว่าเสียงแบบใดจะเหมาะกับผู้ใช้งานมากที่สุด โดยการสำรวจจะใช้วิธีเลือกตัวเลือกตามความรู้สึกรวมถึงขอความเห็น หลังจากนี้ทางทีมจะคัดเลือกมาเพียงหนึ่งแบบและปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานต่อไป ซึ่งจะนำไปใช้จริงใน Ubuntu 12.04 อย่างแน่นอน
ท้ายเบรคได้แนบคลิปที่รวมทุกเสียงไว้ให้ลองฟังและสามารถตอบแบบสอบถามได้ที่นี่ หรือสามารถเลือกฟังเสียงแต่ละเสียงรวมถึงตอบแบบสอบถามได้จากที่มา
ที่มา - Canonical Design ผ่าน OMG! Ubuntu


