iPhone X กับ iPhone 2G มีความละเอียดหน้าจอต่างกันขนาดไหน

iPhonemod - 17 September 2017 - 16:51

เมื่อนำภาพถ่ายหน้าจอ iPhone 2G รุ่นแรก และ iPhone X รุ่น 10 ปีให้หลังมาเปรียบเทียบขนาดกัน มาชมกันว่ามีความละเอียดและขนาดแตกต่างกันมากหรือไม่

เปรียบเทียบ Screenshot หน้าจอ iPhone X กับ iPhone 2G

David Barnard ได้ทำภาพเปรียบเทียบขนาดภาพถ่ายหน้าจอ (Screenshot) ของ iPhone X รุ่น 10 ปี iPhone กับ iPhone 2G เป็น iPhone รุ่นแรก มาเปรียบเทียบความแตกต่างกันว่ามีความละเอียดหน้าจอแตกต่างกันมากขนาดไหน

iPhone 2G มีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 320×480 pixel ส่วน iPhone X รุ่นล่าสุดนั้นมีความละเอียดหน้าจอ 1125×2436 pixel มากกว่า iPhone 2G ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว โดยภาพถ่ายหน้าจอของ iPhone 2G มีพื้นที่แสดงผลเท่ากับการแสดงแอปของ iPhone X ในหน้า Home เพียง 2 แอปเท่านั้น

ที่มา – iClarified

Apple เปิดตัว iPhone X (ไอโฟนเท็น) รุ่น 10 ปี iPhone ในงาน Apple Special Event 2017 ที่ผ่านมา โดย iPhone 2G รุ่นแรกเปิดตัวในปี 2007 สามารถชมย้อนรอย 10 ปี iPhone แต่ละรุ่นได้ที่นี่

The post iPhone X กับ iPhone 2G มีความละเอียดหน้าจอต่างกันขนาดไหน appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

LINE ออกอัปเดตใหม่ (เวอร์ชัน 7.11.1) แก้ปัญหาแอปเด้งใน iOS บางเวอร์ชัน

iPhonemod - 17 September 2017 - 15:57

LINE ออกอัปเดตเวอร์ชัน 7.11.1 ใจความสำคัญของอัปเดตนี้ คือ แก้ไขปัญหาแอปปิดตัวเองระหว่างการใช้งานของ iOS บางเวอร์ชัน ผู้ใช้ iPhone, iPad ควรอัปเดต

LINE 7.11.1 แก้ปัญหาแอปเด้งใน iOS

หากใครที่ใช้งาน LINE ใน iPhone, iPad แล้วเจอปัญหาแอปเด้ง แอปหลุด หรือแอปปิดตัวเองกระทันหัน ทาง LINE ได้ปล่อยอัปเดตเวอร์ชัน 7.11.1 เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ iOS บางเวอร์ชันแล้ว (ทาง LINE แนะนำให้อัปเดต)

ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอป LINE

สามารถดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอป LINE เวอร์ชัน 7.11.1 ได้ที่ App Store

The post LINE ออกอัปเดตใหม่ (เวอร์ชัน 7.11.1) แก้ปัญหาแอปเด้งใน iOS บางเวอร์ชัน appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Dual Camera ใน Samsung Galaxy Note 8 ทำอะไรได้บ้าง

MXPhone - 17 September 2017 - 14:02
จากใน [Review] Samsung Galaxy Note 8 ได้ทิ้งท้ายไว้ว่าจะมีการพูดถึงการใช้งาน Dual Camera ออกมาเฉพาะ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ของสมาร์ทโฟน Samsung ที่เพิ่งมีการนำกล้องคู่มาใช้งาน และจะเป็นพื้นฐานให้กับเครื่องรุ่นอื่นในอนาคตที่ตามออกมา รวมถึงใน Galaxy J7+ ที่มีคิววางจำหน่ายใกล้เคียงกันด้วย ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า การทำงานของกล้องคู่ในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้...
Categories: Partners

[เพิ่มเติม] Apple ตอบข้อสงสัย Face ID เกี่ยวกับคนที่ทำศัยกรรม, คนตาบอด และคนโพกผ้าปิดหน้า

MacThai - 17 September 2017 - 12:00

เพิ่มเติมจากข่าวก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับข้อสงสัย Face ID ที่หลาย ๆ คนสงสัยกัน ซึ่ง Craig Federighi ผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของแอปเปิล ได้ออกมาตอบคำถามกับสื่อเพิ่มเติมหลายข้อด้วยกัน ดังนี้

ถ้าคนที่ทำศัลยกรรมและโพกผ้าทั้งใบหน้า จะสามารถสแกนใบหน้าได้มั้ย ?

Craig ออกมาตอบว่า ถ้าคนที่พึ่งไปทำศัลยกรรมมา หรือโพกผ้าทั้งใบหน้าเห็นแต่ตา 2 ข้าง iPhone X จะไม่สามารถปลดล็อกเครื่องได้ แต่คนที่สวมหมวกกันน็อกที่เห็นส่วนของใบหน้ามากพอ หรือวแค่มีผ้าพันคอ แอปเปิลยืนยันว่าสามารถสแกนใบหน้าได้แน่นอน

สำหรับความคิดเห็นของแอด คิดว่าถ้าเราไปศัลยกรรมมาใหม่ และปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ ก็เพียงแค่ใส่ Passcode เข้าไป และไปทำการตั้งค่าใบหน้าอีกครั้งก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว ส่วนคนโพกผ้าแอดคิดว่ามีพื้นที่น้อยเกินไปที่จะสามารถยืนยันตัวตนได้

ส่วนคนที่สวมหมวกกันน็อกแอดคิดว่าก็จะเหมือนกับคนที่ใส่แว่นตากันแดด คือ ถ้ากระจกหมวกกันน็อกมันไม่มี IR Filter ก็สามารถสแกนใบหน้าได้เหมือนกัน เพราะ Face ID ใช้แสงอินฟราเรดในการตรวจจับใบหน้าของเรานั่นเอง นั่นหมายความว่าถ้ากระจกหรือแว่นมีสารป้องกันแสงอินฟราเรดก็ไม่สามารถสแกนใบหน้าได้เช่นกัน

ถ้าคนตาบอด ไม่สามารถใช้ตาจ้องมองที่ตัวเครื่องได้ แล้วจะปลดล็อกได้หรอ ?

คำถามนี้ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่ง Craig ได้ตอบว่า ได้ เนื่องจากแอปเปิลได้เพิ่มฟังก์ชัน “Attention Detection” ให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าการปลดล็อกด้วย Face ID จะต้องจ้องมองที่ตัวเครื่องหรือไม่ โดยถ้าปิดฟังก์ชันนี้ ก็จะสามารถปลดล็อกได้ถึงแม้เราจะไม่มองหน้าจอ ซึ่งก็จะมีความปลอดภัยลดน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

วิธีการปิดระบบ Face ID และ Touch ID ชั่วคราว

Craig ยังเพิ่มเติมเกี่ยวกับปิดระบบ Face ID และ Touch ID ชั่วคราว คือ ในไอโฟนรุ่นเก่า ๆ เราสามารถปิดระบบ Touch ID และบังคับให้ใส่ Passcode ได้ โดยการกดปุ่มปิดเครื่อง 5 ครั้ง ซึ่งสำหรับใน iPhone 8 และ iPhone X เราเพียงแค่กดปุ่มด้านข้าง ทั้งสองข้าง ก็จะปิดระบบ Face ID บน iPhone X หรือ Touch ID บน iPhone 8 และบังคับให้ใส่ Passcode ได้เหมือนกัน

 

ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ เกี่ยวกับ Face ID
  • ไอโฟนจะบังคับให้ใส่ Passcode ทุกครั้งถ้าไม่มีการปลดล็อกด้วย Face ID เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • ถ้าสแกนใบหน้าด้วย Face ID ไม่ถูก 2 ครั้ง เครื่องจะบังคับให้ใส่ Passcode ทันที
  • ถ้าสแกนลายนิ้วมือด้วย Touch ID ไม่ถูก 5 ครั้ง เครื่องจะบังคับให้ใส่ Passcode ทันที
  • ไม่มีการส่งข้อมูลใบหน้าใด ๆ ออกจากเครื่อง ข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ในเครื่องนั้น ๆ ทั้งหมด
  • แอปเปิลไม่อนุญาตให้นักพัฒนาเข้าถึงข้อมูลความปลอดภัยเกี่ยวกับใบหน้าหรือลายนิ้วมือได้
  • แอปเปิลไม่อนุญาตให้เด็กที่ต่ำกว่าอายุ 13 ปีใช้งาน Face ID
  • แอปที่ใช้ Face ID ในการปลดล็อกหรือใช้ในการยืนยันตัวตน จะต้องมีทางเลือกอื่นให้สำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีด้วย
  • สาเหตุที่ต้องปัดหน้าจอขึ้นหลังสแกนใบหน้าแล้ว เนื่องจากบางคนอาจจะต้องการแค่ดูนาฬิกา ถ้าสแกนใบหน้าแล้วเข้าถึงหน้าโฮมเลยอาจทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน

 

ที่มา – 9to5Mac, MacRumorsTechCrunch

 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Face ID ทั้งหมดได้ที่นี่

 

 

 

https://www.macthai.com/wp-admin/media-upload.php?post_id=58325&type=image&TB_iframe=1

The post [เพิ่มเติม] Apple ตอบข้อสงสัย Face ID เกี่ยวกับคนที่ทำศัยกรรม, คนตาบอด และคนโพกผ้าปิดหน้า appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

iPhone 8, iPhone X หากใส่เคสอยู่จะชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ได้หรือไม่

iPhonemod - 17 September 2017 - 10:48

หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อซื้อ iPhone 8, iPhone X มาใช้ ถ้าใส่เคสอยู่จะสามารถชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จได้หรือไม่ มาหาคำตอบกัน

ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging)

คุณสมบัติชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) เป็นฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 8, iPhone X ที่ให้เราสามารถวางตัว iPhone บนแท่นชาร์จ (Wireless Charger มาตรฐาน Qi) แล้วชาร์จแบตเตอรี่ได้เลย

เว็บไซต์ iDropNews เผยว่าหาก iPhone 8, iPhone X สวมใส่เคสอยู่ก็ยังสามารถชาร์จแบบไร้สายได้ แต่เคสที่มีวัสดุบางประเภทจะไม่สามารถทำให้ iPhone ชาร์จบนแท่นชาร๋จได้

iPhone 8, iPhone X ใส่เคสแล้วชาร์จบนแท่นชาร์จได้ (ยกเว้นเคสที่เป็นแบบ Metal Case)

วัสดุของเคส iPhone ที่ไม่สามารถชาร์จบนแท่นชาร์จได้ คือ Metal Case หรือเคสที่มีวัสดุพื้นผิวเป็นโลหะ, อะลูมิเนียม เนื่องจากตัวแท่นชาร์จจะไม่สามารถส่งกระแสไฟผ่านตัวเคสที่มีพื้นผิววัสดุเป็น Metal Case ไปยัง iPhone เพื่อชาร์จได้นั่นเอง

เคสอะลูมิเนียม – ภาพจาก Internet

Apple เปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องของ iPhone 8, iPhone X ให้เป็นกระจกแทนอะลูมิเนียมเพื่อให้รองรับการชาร์จไร้สาย หากใครซื่้อเคสที่เป็นวัสดุทั่วไปอย่างเช่น เคสพื้นผิวซิลิโคน, เคสหนัง ก็สบายใจได้เลยว่าเราสามารถชาร์จ iPhone 8, iPhone X ผ่านแท่นชาร์จไร้สายได้เลย

รอทดสอบกับเครื่องจริง

อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้เป็นการคาดการณ์จากมาตรฐานการชาร์จไร้สายของ Qi ต้องรอทดสอบกับ iPhone 8, iPhone X เครื่องจริงอีกครั้ง

ที่มา – iDropnews

The post iPhone 8, iPhone X หากใส่เคสอยู่จะชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ได้หรือไม่ appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Apple เพิ่มให้ iPhone 8, iPhone X, Apple TV 4K รวมถึง iPhone 7 รองรับการเล่นไฟล์เสียง FLAC

iPhonemod - 17 September 2017 - 08:02

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ Apple เพิ่มเข้าไปแบบเงียบๆ ใน iPhone รุ่นใหม่และ iPhone 7 คือ การรองรับการเล่นไฟล์เสียง FLAC โดยะจะปล่อยมาพร้อม iOS 11

iPhone 8, iPhone X, Apple TV 4K รวมถึง iPhone 7 รองรับการเล่นไฟล์เสียง FLAC

คุณสมบัติการรองรับไฟล์เสียง FLAC นี้ พบในข้อมูลเทคนิค (สเปค) ของ iPhone 8, iPhone X, Apple TV 4K รวมถึง iPhone 7 ที่จะปล่อยฟีเจอร์นี้มาพร้อมกับ iOS 11 ที่จะปล่อยให้อัปเดตกัน วันที่ 19 ก.ย. 2017 นี้

สำหรับไฟล์เสียง FLAC (Free Lossless Audio Codec) นั้นเป็นรูปแบบไฟล์เสียงคุณภาพสูงที่ถูกบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงโดยไม่สูญเสียคุณภาพของเสียง ประหยัดพื้นที่ได้ 50-60% ของไฟล์ต้นฉบับนั่นเอง

ที่มา – iClarified

The post Apple เพิ่มให้ iPhone 8, iPhone X, Apple TV 4K รวมถึง iPhone 7 รองรับการเล่นไฟล์เสียง FLAC appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

5 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular

iPhonemod - 17 September 2017 - 07:21

Apple เปิดตัว Apple Watch Series 3 เป็น Apple Watch รุ่นแรกที่มี Cellular ในตัว มาชม 5 ฟีเจอร์น่าสนใจของ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular มีอะไรเด่นบ้าง

Apple Watch Series 3 GPS + Cellular

Apple เปิดตัว Apple Watch Series 3 รุ่น GPS และ รุ่น GPS + Cellular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการโทรออกและรับสายผ่าน Apple Watch ได้โดยไม่ต้องใช้ iPhone, ชิพประมวลผลตัวใหม่ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม, การฝังตัววัดระดับความสูงในนาฬิกา รวมไปถึงซอฟต์แวร์อัปเดต watchOS 4 ที่จะมาในวันที่ 19 กันยายน นี้อีกด้วย

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุด คงจะเป็นการปรับปรุงสเปคการใช้งานให้ตัว Apple Watch Series 3 โดยเฉพาะรุ่น GPS+Cellular ทำงานได้ด้วยตัวเองมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าน iPhone

5 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน Apple Watch Series 3 GPS + Cellular

1. Built-in Cellular

ด้วย eSIM ที่ฝังอยู่ในตัวเรือนและการใช้หน้าจอเป็นตัวรับสัญญาณข้อมูล Cellular ทำให้ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular สามารถโทรออกและรับสายได้โดยไม่ต้องใช้ iPhone อีกต่อไป (ซึ่งในรุ่นก่อนหน้านี้จำเป็นต้องใช้ Bluetooth ในการเชื่อมต่อข้อมูลกับ iPhone เพื่อใช้ฟังก์ชันการรับสาย)

คุณสมบัตินี้ทำให้ผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องพก iPhone ติดตัวทุกครั้งเมื่อใช้ Apple Watch มีอิสระมากขึ้น ทำธุระหรือออกกำลังกายได้สะดวกขึ้น และยังไม่ต้องกังวลใจในเรื่องของเบอร์โทรศัพท์ด้วยว่าจะต้องใช้เบอร์ใหม่อีกเบอร์หรือไม่อย่างไร เพราะการโทรออกและรับสายใน Apple Watch รุ่นใหม่นี้จะใช้เบอร์เดียวกันกับ SIM Card ใน iPhone ของผู้ใช้เอง

2. Streaming Music

ด้วยการเพิ่มตัวรับสัญญาณ Cellular ทำให้ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular ที่ใช้ watchOS 4 สามารถฟังเพลงผ่าน Apple Music ได้ในตัวเรือน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกฟังเพลงได้กว่า 40 ล้านเพลง ผ่านการสตรีมข้อมูลเพลงใน Apple Watch ได้เลย

Apple ยังบอกอีกว่า ผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่าน Siri ให้เล่นเพลงที่ชอบได้ด้วยไมค์และลำโพงที่ฝังอยู่ในตัวเรือนนาฬิกา Apple Watch Series 3 ได้อีกด้วย

3. Design, Processor

Apple ได้ประกอบและฝังเทคโนลียีสุดไฮเทคไว้ใต้ตัวเรือน Apple Watch Series 3 รุ่นล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น Faster Dual-Core Processor ตัวใหม่ล่าสุดที่ให้ประสิทธิภาพและการโหลดกราฟิกที่เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 70%

ถึงแม้ Apple จะใช้อุปกรณ์และชิ้นส่วนประกอบที่ใหม่ทั้งหมด แต่นาฬิกา Apple Watch Series 3 ก็ยังคงมีขนาดเท่ากับ Apple Watch Series 2 อยู่ดี (สำหรับคริสตัลที่อยู่ด้านหลังตัวเรือนจะได้รับการขยายขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 0.25 มิลลิเมตร)

4. Enhanced WiFi

ใน Apple Watch Series 3 มีการปรับชุดฮาร์ดแวร์ภายในเกือบทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อให้ดีขึ้น ที่น่าสนใจคือ การเชื่อมต่อ Cellular ไม่ได้ใช้ Nano-SIM แต่จะใช้ electronic-SIM Card (eSIM) ที่มีขนาดเล็กฝังในตัวเรือนเลย ทำให้ขนาดตัวเรือนของ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular ไม่ได้มีขนาดใหญ่จากรุ่นก่อนหน้า (eSIM ได้ถูกจดสิทธิบัตรของ Apple เป็นที่เรียบร้อย)

นอกจาก eSIM แล้ว Apple ยังใช้ชิพ W2 Wireless Chip ตัวใหม่ล่าสุด เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ Bluetooh และ Wireless ให้สามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 85% และ Bluetooh ที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50%

5. Barometric Altimeter

ใน Apple Watch Series 1 และ Series 2 มีฟีเจอร์ การวัดระดับความสูงแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Barometric Altimeter) แต่เทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัด คือ ตัวระบบจะไม่สามารถวัดข้อมูลบางอย่างได้ เช่น ความสูงเมื่อไต่หน้าผา ตัว Apple Watch Series 1 และ Series 2 จะบอกไม่ได้ว่าเราไต่ขึ้นไปสูงเท่าไหร่ เมื่อไม่ได้เชื่อมต่อกับ iPhone

ข่าวดีคือ Apple Watch Series 3 เป็น Apple Watch รุ่นแรกที่มีการฝัง Barometric Altimeter แล้วใช้งานได้จริง ใช้เพื่อติดตาม บันทึกข้อมูล และวัดระดับความสูงในระหว่างการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เลยแบบไม่ต้องพึ่ง iPhone

เปิด Pre-Order Apple Watch Series 3 ในกลุ่มประเทศแรก (15 ก.ย. 2017)

วันที่ 15 ก.ย. 2017 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดให้สามารถสั่งจอง Apple Watch Series 3 ทั้งรุ่น GPS และรุ่น GPS + Cellular แล้วในกลุ่มประเทศแรก และจะ เปิดขายวันที่ 22 ก.ย. 2017 นี้

Apple ก็เปิดหน้าเว็บ Apple Watch Series 3 ภาษาไทยเฉพาะรุ่น GPS  และกำหนดวันจำหน่ายวันที่ 29 ก.ย. 2017 แต่ไม่มีข้อมูลภาษาไทยในรุ่น GPS + Cellular ต้องติดตามกันต่อว่าเราจะได้ใช้งานรุ่น Apple Watch Series 3 GPS + Cellular หรือไม่

ที่มา – DIGITAL TRENDS

The post 5 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

รวมวิดีโอโปรโมท iPhone 8, iPhone X และ Apple Watch Series 3

iPhonemod - 16 September 2017 - 20:49

สิ้นสุดไปแล้วสำหรับงาน Apple Special Event 2017 ที่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่มากมาย มาชมวิดีโอโปรโมท iPhone 8, iPhone X และ Apple Watch Series 3 ในงานกัน

iPhone X

iPhone X วิดีโอแนะนำ iPhone X แบบสั้นๆ เน้นนำเสนอรูปแบบตัวเครื่อง

Meet iPhone X วิดีโอแนะนำฟีเจอร์กล้องหน้า TrueDepth, Face ID และกล้องหลังของ iPhone X

Introducing iPhone X วิดีโอแนะนำการออกแบบ ฟีเจอร์เด่น และคุณสมบัติของ iPhone X โดย Jony Ive

iPhone 8, iPhone 8 Plus

iPhone 8, iPhone 8 Plus Unveiled วิดีโอแนะนำ iPhone 8, iPhone 8 Plus แบบสั้นๆ เน้นการแนะนำ Deisgn ตัวเครื่อง, โหมดถ่ายภาพ Portrait Lightning และชาร์จไร้สาย

iPhone 8, iPhone 8 Plus Unveiled in 8 Seconds วิดีโอแนะนำฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 8, iPhone 8 Plus สั้นๆ 8 วินาที

Apple Watch Series 3

Dear Apple วิดีโอรวมข้อความจากผู้ใช้ Apple Watch ส่งถึง Apple ว่า Apple Watch ช่วยเหลือและเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง

Surf วิดีโอแนะนำคุณสมบัติกันน้ำ และการโทรออก-รับสาย ผ่าน Apple Watch Series 3 GPS+Cellular

Roll วิดีโอโปรโมทการฟังเพลงใน Apple Music ผ่าน Apple Watch Series 3 GPS+Cellular เชื่อมต่อกับหูฟัง AirPods ฟังเพลงได้มากกว่า 40 ล้านเพลง

หากใครต้องการชมวิดีโออื่นๆ สามารถรับชมได้ที่ Apple บน YouTube หรือจะดูสรุปข้อมูลสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในงาน Apple Special Event 2017 ได้ที่

The post รวมวิดีโอโปรโมท iPhone 8, iPhone X และ Apple Watch Series 3 appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

ปล่อยฟรี Tap Cam แอปกล้องถ่ายรูปแบบ Live Filter พร้อมเอฟเฟ็กต์ใช้ผ่านกล้องอีกมากมาย

iPhonemod - 16 September 2017 - 20:00

พึ่งปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรีเมื่อไม่กี่วันมานี้เองครับ สำหรับแอปกล้องถ่ายรูป Tap Cam ที่มี Live Filter ให้เลือกเปลี่ยนผ่านกล้องได้โดยไม่ต้องไปแต่งรูปเพิ่มเติม ลดราคาจาก $2.99

Tap Cam – Live Filters and Effects

แอปกล้องถ่ายรูปที่มี Live Filters และเอฟเฟ็กต์ให้เลือกเปลี่ยนมากกว่า 50 แบบ ด้วยระบบประมวลผลกล้องแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถเลือกเปลี่ยน Filter และเอฟเฟ็กต์ผ่านกล้องได้โดยไม่ต้องไปแต่งรูปเพิ่มเติมแต่ใด ๆ มาพร้อมกับตัวช่วยในการถ่ายรูปมากมาย เช่น ตารางจุดตัด 9 ช่อง (มีให้เลือกแบบ 3×3, 4×4, 5×5), ระบบกันสั่นสำหรับป้องกันภาพเบลอ (Image Stabilizer), ตัวตั้งเวลาจับภาพ หรือการถ่ายรูปแบบเป็นชุดทีเดียว 1-5 รูป (Photoseries) เป็นต้น

ฟีเจอร์ที่สำคัญของแอป Tap Cam – Live Filters and Effects
  • แอปถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย มีเครื่องมือและวิธีใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
  • Live Filters และเอฟเฟ็กต์ที่มากถึง 50 แบบ ให้เลือกเปลี่ยนผ่านกล้องได้โดยไม่ต้องไปแต่งรูปเพิ่มเติมแต่ใด ๆ
  • มีเครื่องมือช่วยในการถ่ายรูป (Camera Tools) ดังนี้
    • Zoom – สามารถซูมได้สูงสุดถึง 4 เท่า
    • Autotimer – สามารถตั้งค่าการหน่วงเวลาได้ 5 ถึง 20 วินาที
    • Photoseries – สามารถตั้งค่าการถ่ายรูปแบบชุดได้ 2 ถึง 5 รูปต่อครั้ง
    • Image Stabilizer – มีระบบกันสั่นสำหรับป้องกันภาพเบลอ
    • Grid – มีตารางจุดตัด 9 ช่อง ด้วยกัน 3 แบบ คือ แบบ 3×3, 4×4 และ 5×5
    • Virtual Horizon – มีตัววัดระดับความเอียง ช่วยให้การจัดตำแหน่งการถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น
  • มี Filter และเอฟเฟ็กต์หลัก ๆ ดังนี้
    • Image Adjustments – ได้แก่ Hue, Saturation, Contrast, Brightness, Levels, Exposure, Gamma
    • Art – ได้แก่ Sketch, Cartoon, Watercolor, Posterize, Chalk เป็นต้น
    • Distortion – ได้แก่ Swirl, Bulge, Sphere, Pinch, Stretch
    • Style – ได้แก่ Sepia, Black & White, Elegance, Gaudy, Luster เป็นต้น
    • Sharpen & blur – ได้แก่ Sharpen, Unsharp Mask, Gaussian Blur, Selective Blur, Bilateral Blur
    • Pixelizer – ได้แก่ Retro Dots, Pixelate, Newspaper Print
    • Miscellaneous – ได้แก่ Tilt Shift และ Vignette
  • เครื่องมือ, Filters และเอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้
ดาวน์โหลดแอป Tap Cam – Live Filters and Effects

เนื้อที่: 8.1 MB รองรับ iOS 8.0 ขึ้นไป (ใช้ได้กับ iPhone, iPad และ iPod Touch)
สามารถดาวน์โหลดแอป Tap Cam – Live Filters and Effects ได้ที่ App Store

The post ปล่อยฟรี Tap Cam แอปกล้องถ่ายรูปแบบ Live Filter พร้อมเอฟเฟ็กต์ใช้ผ่านกล้องอีกมากมาย appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Apple เตรียมเปิดให้ผู้ใช้เล่นไฟล์ Lossless (*.flac) บน iOS 11 ได้เร็ว ๆ นี้

MacThai - 16 September 2017 - 18:06

หลังจากที่แอปเปิลเปิดตัว iPhone 8, 8 Plus, X และ Apple TV 4K ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ล่าสุดแอปเปิลได้อัพเดท ข้อมูลทางเทคนิค ในส่วนของ การเล่นเสียง ของ iPhone 7, 8, X, iPad Pro, Apple TV 4K ที่ใช้ชิป Apple A10 ขึ้นไป ว่า รองรับการเล่นไฟล์เสียง Lossless (*.flac) แล้ว

ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีมากสำหรับคนที่ต้องการฟังเพลงความละเอียดสูง อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่สามารถเล่นไฟล์ *.flac บนแอพ Music ไม่ได้ แต่สามารถเล่นไฟล์ *.flac บนแอพอื่น ๆ เช่น VLC, Plex ได้เหมือนเดิม

ส่วนสาเหตุที่แอปเปิลรองรับการเล่นไฟล์ *.flac เฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ชิป Apple A10 ขึ้นไปเนื่องจากแอปเปิลคงกังวลปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ขณะเล่นไฟล์เสียงก็เป็นได้ และคาดว่าการฟังเสียงนี้จะต้องใช้หูฟังที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต Lightning หรือพอร์ต 3.5 mm เท่านั้น เนื่องจากหูฟังบลูทูธมี bandwidth ไม่เพียงพอต่อการฟังเพลงคุณภาพสูงขนาดนี้

 

ที่มา – MacRumors

The post Apple เตรียมเปิดให้ผู้ใช้เล่นไฟล์ Lossless (*.flac) บน iOS 11 ได้เร็ว ๆ นี้ appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

เปรียบเทียบข้อมูลสเปค iPhone X vs. iPhone 8, 8 Plus จุดสำคัญต่างกันยังไง สังเกตตรงไหน

iPhonemod - 16 September 2017 - 14:48

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วนะครับกับ iPhone X, 8 และ 8 Plus ของทาง Apple ซึ่งปีนี้ความพิเศษคือเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของ iPhone ที่รุ่นแรกนั้นเปิดตัวตั้งแต่ปี 2007 ดังนั้นในปีนี้จึงมีการเปิดถึง 3 รุ่นด้วยกัน (ปกติจะมีแค่ 2 รุ่น นับตั้งแต่ iPhone 5s) เรามาสรุปข้อแตกต่างของทั้ง 3 รุ่นกันดีกว่าครับว่ามันต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบข้อมูลสเปค iPhone X vs. iPhone 8, 8 Plus ต่างกันยังไง

หลายคนคงสงสัยไม่น้อยกว่าสรุปแล้ว iPhone ที่เปิดตัวมา 3 รุ่นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ได้แก่ iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มันต่างกันยังไง เราขอสรุปประเด็นง่ายๆ ให้ฟังดังนี้ครับ ส่วนตารางเปรียบเทียบสเปคเราแนบไว้ให้ชมช่วงท้ายครับ

ก่อนเข้าประเด็นอยากฝากสรุปรายละเอียดของรุ่นทั้ง 3 รุ่นให้ชมก่อนครับ อ่านได้ที่

ในบทความด้านบนนั้นจะบอกรายละเอียดสเปคไว้หมดเลย

ในเรื่องนี้ผมจะหยิบยกประเด็นหลักๆ เพื่อแสดงถึงความแตกต่างของทั้ง 3 รุ่นดังนี้

iPhone X ออกแบบใหม่หมด รุ่นพิเศษฉลอง 10 ปี iPhone

เป็นรุ่นพิเศษออกมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จุดเด่นภายนอกที่มองแล้วรู้เลยว่าคือ iPhone X ได้แก่

  • ด้านหน้าไม่มีปุ่ม Home หรือปุ่ม Touch ID เหมือนรุ่นเก่าๆ ที่ผ่านมา ถือเป็น iPhone รุ่นแรกที่ไม่มีปุ่มโฮมในประวัติศาสตร์
  • หน้าจอจะเต็มตัวเครื่องมีขอบเล็กน้อยเท่านั้น ความคมชัดสูงและสีสดเพราะใช้จอเทคโนโลยี OLED (Apple เรียกว่า Super Retina HD) แสดงผลแบบ True Tone Display
  • ขอบจอจะมีเพียงสีดำเท่านั้น (ถ้ามีขอบสีขาวคือเครื่องปลอมนะจ๊ะ)
  • มีรอยบากไว้ช่วงกล้องที่ด้านบน จะเห็นชัดเมื่อเปิดเครื่องทำงาน แต่ทั้งนี้สามารถเขียนโปรแกรมให้ไม่แสดงส่วนข้างรอยบากได้ เหมือนทำแถมไว้ออกมาให้ใช้งาน
  • ด้านหลังกล้องคู่จะเป็นแนวตั้ง 12MP เป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวของ iPhone ณ ตอนนี้ที่ทำกล้องคู่แนวตั้ง ที่มาพร้อมการสั่นที่กล้อง (OIS) ทั้ง 2 ตัว
  • กล้องหน้าเรียกชื่อใหม่ว่า TrueDepth ความละเอียด 7MP ฟีเจอร์ใหม่เพียบอีกทั้งยังถ่าย Portraite จากกล้องหน้าได้อีกด้วย
  • ตัวเครื่องจะสูงกว่า iPhone 8 แต่ว่าจะเตี้ยกว่า iPhone 8 Plus ถ้านำมาตั้งเทียบความสูงกัน

ส่วนระบบภายในที่จะต่างจาก iPhone 8, 8 Plus คือ

  • iPhone X จะมีระบบ Face ID หรือว่าการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อยืนยันตัวตนซึ่งจะมาแทน Touch ID ที่ตัดออกไป
  • ระบบ Tap To Wake เหมือนกับ Apple Watch ที่เมื่อแตะที่หน้าจอแล้วระบบจะทำงาน
  • ระบบ Gesture หรือการปรับหน้าจอเพื่อเรียก Multitasking, เพื่อกลับหน้าหลักหรือเพื่อเรียก Control Center ขึ้นมาก็จะมีการเพิ่มเข้ามา ด้วยเหตุผลจากการตัด Touch ID นั่นเองครับ
  • Animoji ลูกเล่นการแปลงท่าทางในใบหน้าของเราให้กลายเป็น anamation ของ emoji ได้แบบรีลไทม์
iPhone 8 จำไว้ว่ามันคือร่าง iPhone 7 ที่เปลี่ยนเป็นเคสหลังกระจกเพื่อรองรับชาร์จไร้สาย

จุดเด่นภายนอกที่มองเห็นแล้วว่านี่คือ iPhone 8 ได้แก่

  • ด้านหน้ามีปุ่ม Home หรือปุ่ม Touch ID สำหรับกดและสแกนนิ้ว
  • หน้าจอจะเว้นขอบหนาๆ ที่บนล่างปกติ
  • ด้านหลังมีกล้อง 1 ตัว
  • เคสด้านหลังจะเงาเหมือนกระจก ต่างกับ iPhone 7 ที่ตัวเคสจะเป็นอะลูมิเนียมทั้งชิ้น
  • หน้าจอ Retina HD แสดงผล 4.7 นิ้ว
  • เครื่องจะสั้นที่สุดเมื่อเทียบกับ iPhone X และ iPhone 8 Plus

ระบบภายในที่เหมือน iPhone X คือ ชิป CPU A11 Bionic มี Neural Engine, ระบบชาร์จไร้สาย, ความละเอียดกล้องหลัง 12MP,  ความละเอียดกล้องหน้า 7MP, ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้

ระบบภายในที่ต่างกับ iPhone X คือ ไม่มี Face ID, ไม่มี Tap To Wake, RAM น้อยกว่า (รุ่นนี้คาดการณ์ว่ามี RAM 2GB), ไม่มีโหมด Portrait และ Portrait Lighting จัดแจงถ่ายภาพ Portrait, ไม่มี Animoji, แบตอยู่ได้น้อยกว่า iPhone X 2 ชม.

iPhone 8 Plus จำง่ายมันคือร่าง iPhone 7 Plus ที่เปลี่ยนเป็นเคสหลังกระจกเพื่อรองรับชาร์จไร้สาย

จุดเด่นภายนอกที่มองเห็นแล้วว่านี่คือ iPhone 8 Plus ได้แก่

  • ด้านหน้ามีปุ่ม Home หรือปุ่ม Touch ID สำหรับกดและสแกนนิ้ว
  • หน้าจอจะเว้นขอบหนาๆ ที่บนล่างปกติ
  • ด้านหลังมีกล้อง 2 ตัวแนวนอน
  • เคสด้านหลังจะเงาเหมือนกระจก ต่างกับ iPhone 7 Plus ที่ตัวเคสจะเป็นอะลูมิเนียมทั้งชิ้น
  • หน้าจอ Retina HD แสดงผล 5.5 นิ้ว
  • เครื่องจะยาว(สูง)ที่สุดเมื่อเทียบกับ iPhone X และ iPhone 8

ระบบภายในที่เหมือน iPhone X คือ ชิป CPU A11 Bionic มี Neural Engine, ระบบชาร์จไร้สาย, ความละเอียดกล้องหลัง 12MP,  ความละเอียดกล้องหน้า 7MP, ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้, โหมด Portrait Lighting จัดแจงถ่ายภาพ Portrait สำหรับกล้องหลัง

ระบบภายในที่ต่างกับ iPhone X คือ ไม่มี Face ID, ไม่มี Tap To Wake,  ไม่มีโหมด Portrait Lighting จัดแจงถ่ายภาพ Portrait สำหรับกล้องหน้า, ไม่มี Animoji, มี OIS กันสั่นเลนส์กล้องหลังเพียงตัวเดียว

ตารางเปรียบเทียบสเปค

ข้อมูลเพิ่มเติม Apple

ดาวน์โหลดเอกสารเก็บไว้อ่านได้นี่ครับ (เผื่ออนาคต Apple ตัดออกจากหน้าเว็บ) iPhone X 8 8 Plus Comparison

ข้อมูลเปรียบเทียบสเปค iPhone 8 Plus กับ iPhone 7 Plus แตกต่างกันอย่างไร

The post เปรียบเทียบข้อมูลสเปค iPhone X vs. iPhone 8, 8 Plus จุดสำคัญต่างกันยังไง สังเกตตรงไหน appeared first on iPhoneMod.

Categories: Partners

Apple บอกเอง Face ID สามารถสแกนใบหน้าทะลุแว่นกันแดดได้ และมีระบบปิด Face ID ชั่วคราว

MacThai - 16 September 2017 - 10:00

แอปเปิลเริ่มออกมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ Face ID เรื่อย ๆ ล่าสุด @yokeremote และ @keithkrimbel สมาชิกเว็บไซต์ MacRumors ได้ส่งอีเมล์ไปถาม Craig Federighi ผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของแอปเปิลเกี่ยวกับ Face ID ซึ่งเขาได้ถามทั้งหมด 2 คำถามด้วยกัน

1) Face ID สามารถปลดล็อกขณะเราสวมแว่นกันแดดได้หรือไม่ ?

Craig ได้ออกมาตอบคำถามนี้ว่า สามารถทำได้ แต่ไม่ 100% เนื่องจากแว่นกันแดดส่วนใหญ่ไม่สามารถกรอกคลื่นอินฟราเรดได้ ซึ่งระบบของ Face ID นั้นจะยิงแสงอินฟราเรดไปที่ใบหน้าเพื่อตรวจสอบใบหน้าของเรา เพราะฉะนั้นแสงอินฟราเรดสามารถทะลุผ่านเลนส์ของแว่นกันแดดมายังตาของเราได้นั่นเอง

2) ถ้าโจรขโมยไอโฟน หันตัวเครื่องมาสแกนใบหน้าเรา แล้ววิ่งหนีไปจะทำยังไง ?

สำหรับเหตุการณ์ขโมยไอโฟนและโจรให้เครื่องมาสแกนใบหน้าเราแล้ววิ่งหนีไป Chaig ได้ให้คำแนะนำสำหรับการป้องกันในกรณี 2 ข้อด้วยกัน คือ

  • ให้หลับตาหรือห้ามมองไปที่ไอโฟน จะทำให้ Face ID ไม่สามารถสแกนใบหน้าเราได้
  • หรือให้กดปุ่มด้านข้างตัวเครื่องทั้ง 2 ด้าน ทำให้สามารถปิดไม่ให้ Face ID ทำงานได้ชั่วคราว

ต้องถือว่าฟีเจอร์ Face ID ของแอเปิล ทำการบ้านมีดีจริง ๆ มาดูกันว่า Face ID ในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะมีปัญหาหรือจุดอ่อนของระบบหรือไม่ มาดูกัน

 

ที่มา – MacRumors

The post Apple บอกเอง Face ID สามารถสแกนใบหน้าทะลุแว่นกันแดดได้ และมีระบบปิด Face ID ชั่วคราว appeared first on Macthai.com.

Categories: Partners

Pages